Samsung ส่งครบทั้งอีโคซิสเต็ม! Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G | Watch4 และ Buds2

Samsung

ซัมซุง กาแล็คซี่ (Samsung Galaxy) พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานส่งครบทั้งอีโคซิสเต็ม! Z Fold3 | Flip3 5G | Watch4 และ Buds2…

Samsung ส่งครบทั้งอีโคซิสเต็ม! Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G | Watch4 และ Buds2

วางจำหน่ายพร้อมห้างเปิดซัมซุงพร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์การใช้งานครบทั้งซัมซุงอีโคซิสเต็มจากหลากหลายดีไวซ์รุ่นล่าสุด ทั้งสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้รุ่นล่าสุด Galaxy Z Fold3 | Flip3 5G หูฟังไร้สาย Galaxy Buds2 และสมาร์ทวอทช์โฉมใหม่ Galaxy Watch4 Series 

Samsung

ที่สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว เพื่อมอบความสะดวกสบาย และประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น โดยหากใครต้องการสัมผัสเครื่องจริง สามารถเข้าไปเยี่ยมชมได้ที่ ซัมซุง Experience Store และร้านค้าที่ร่วมรายการได้ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Samsung

สุดยอดสมาร์ทโฟนที่หลากหลายนวัตกรรมในเครื่องเดียว

Galaxy Z Fold3 5G สุดยอดสมาร์ทโฟนที่รวบรวมหลากหลายนวัตกรรมไว้ในเครื่องเดียว ด้วยการใช้งานร่วมกับ S Pen ที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้โดยเฉพาะ กล้องใต้จอ (Under display camera) ที่ทำให้รับชมคอนเทนต์บนหน้าจอขนาดใหญ่ 7.6 นิ้ว ได้อย่างเต็มตาไม่มีจุดรบกวน

อัตรารีเฟรชหน้าจอที่ 120Hz ทั้งหน้าจอด้านนอกและด้านใน พร้อมเพิ่มความทนทานขึ้นกว่าเดิมถึง 80% ด้วยวัสดุตัวเครื่องจาก Armor Aluminum รวมถึง Corning® Gorilla® Glass Victus พร้อมฟิล์มกันรอยแบบยืดชนิดใหม่ (Stretchable PET) และการปรับชั้นแผงหน้าจอหลัก

ปิดท้ายด้วยการเสริมความมั่นใจในทุกสถานการณ์การใช้งานผ่านมาตรฐานการทนน้ำระดับ IPX8 โดย Galaxy Z Fold3 5G มาพร้อมกับดีไซน์ อันโฉบเฉี่ยว บางเบา เพื่อการพกพาที่สะดวกยิ่งขึ้น

โดยมีให้เลือก 3 สีสุดคลาสสิก ได้แก่ สีดำ Phantom Black, สีเขียว Phantom Green และสีเงิน Phantom Silver ในราคา 57,900 บาท (256GB) และ 61,900 บาท (512GB)

Samsung

Galaxy Z Flip3 5G ปรับโฉมดีไซน์ให้มีความชิค กับจอด้านนอกโฉมใหม่ขนาดใหญ่กว่าเดิม ทำให้ดูการแจ้งเตือนหรือข้อความต่าง ๆ รวมถึงการสแนปภาพ หรือถ่ายวิดีโอได้อย่างรวดเร็วแม้อยู่ในโหมดพับด้วยฟีเจอร์ Quick Shot หรือจะสัมผัสประสบการณ์การใช้งานกล้องสมาร์ทโฟนในรูปแบบใหม่ผ่านการใช้งาน Flex mode 

Samsung

เมื่อกางออกเพื่อใช้ถ่ายเซลฟี่ในมุมที่เก๋มากขึ้นก็ทำได้ด้วยเช่นกัน โดย Galaxy Z Flip3 5G มาพร้อมอัตรารีเฟรชเรท 120Hz ที่สามารถปรับได้โดยอัตโนมัติตามลักษณะการใช้งาน 

และดีไซน์ที่จะมาเสริมทุกสไตล์ให้โดดเด่นด้วยตัวเลือก 4 สี สุดโมเดิร์น ได้แก่ สีครีมสีเขียวสีม่วงลาเวนเดอร์ และ สีดำ Phantom Black และเลือกแมทช์สีพิเศษ อย่าง สีเทา, สีชมพู และสีขาว ได้ด้วยตนเองผ่าน Samsung.com ดยวางจำหน่ายในราคา 34,900 บาท (128GB) และ 36,900 บาท (256GB)

Samsung

หูฟังไร้สายดีไซน์เป็นเอกลักษณ์

Galaxy Buds2 หูฟังไร้สายที่มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบาที่สุดเพียงแค่ กรัม ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบมา เพื่อมอบความสบายให้กับผู้ใส่ รวมถึงยังสามารถทำงาน และเชื่อมต่อกับ
สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์ในอีโคซิสเต็มของซัมซุงกาแลคซี่ได้เป็นอย่างดี

ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง โทรศัพท์ หรือประชุมออนไลน์ โดย Galaxy Buds2 มอบเสียงคมชัด เบสนุ่มลึก และเสียงสูงที่ชัดเจนด้วยลำโพงไดนามิกระบบ 2 ทิศทาง พร้อม Active Noise Canceling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุดถึง 98ในขณะเดียวกัน หากต้องการได้ยินเสียงบรรยากาศโดยรอบ

Samsung

ก็สามารถเลือกปรับ Ambient Sound ได้ถึง 3 ระดับ พร้อมสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 29 ชั่วโมง และชาร์จไว นาที ก็ใช้งานได้นานถึง 60 นาที โดยวางจำหน่ายในราคา 3,990 บาท ในตัวเลือก สี ได้แก่ Graphite , Olive และ Lavender พร้อมด้วยอุปกรณ์เสริมสุดเก๋อีกมากมาย

Samsung

สมาร์ทวอทช์ที่มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้รอยต่อ

Galaxy Watch4 Series ครั้งแรกของสมาร์ทวอทช์ที่ให้ผู้ใช้สามารถวัดองค์ประกอบของร่างกาย (Body Composition) ได้ด้วยวิธีที่สะดวกสบาย ทราบเปอร์เซ็นต์ไขมัน มวลกล้ามเนื้อ ปริมาณน้ำในร่างกาย และสิ่งอื่น ๆ ได้แบบเรียลไทม์ พร้อมยังถือเป็นสมาร์ทวอทช์รุ่นแรกที่มามอบประสบการณ์การเชื่อมต่อระหว่างสมาร์ทวอทช์

Samsung

และสมาร์ทโฟนที่ดียิ่งขึ้น ผ่านการติดตั้งแอปพลิเคชันเดียวกับที่ผู้ใช้งานดาวน์โหลดลงบนสมาร์ทโฟนโดยอัตโนมัติ รวมถึง Wear OS ที่จะทำให้ผู้ใช้เข้าถึงหลากหลายอีโคซิสเต็มได้อย่างง่ายดายจากสมาร์ทวอทช์บนข้อมือ ทั้งนี้ ด้วยฟีเจอร์ Auto Switch ยังทำให้หูฟังสามารถทำหน้าที่สลับการใช้งานระหว่างสมาร์ทโฟน

และสมาร์ทวอทช์ได้ตามต้องการ รวมถึงผู้ใช้ยังสามารถควบคุมการใช้งานผ่าน Bixby voice, บริเวณขอบหน้าจอ และการควบคุมด้วยท่าทาง (Gesture Control) ได้อย่างง่ายดาย

Samsung

นอกจากนี้ ด้านการทำงานก็เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยชิปเซ็ตแบบ 5nm ที่มีเป็นครั้งแรกในสมาร์ทวอทช์ ทำให้ CPU/GPU/RAM เร็วแรงมากขึ้น พร้อมด้วยความโดดเด่นในด้านการดูแลสุขภาพผ่านนวัตกรรมเซ็นเซอร์ BioActive พร้อมตรวจจับเสียงกรน วัดค่าออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับ

ประเมิน และให้คะแนนคุณภาพการนอนหลับ (Sleep Scores) ได้อีกด้วย โดย Galaxy Watch4 มาพร้อมกับดีไซน์อันทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความเรียบง่าย พร้อมตัวเลือกของขนาดหน้าปัดที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว

ได้แก่ หน้าปัดขนาด 40 มม. (BLT)ในสี Black และ Pink Gold วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท (BLT) และหน้าปัดขนาด 44 มม. มาใสี Black และ Green ราคา 8,990 บาท (BLT) และ 10,900 บาท (LTE) 

Samsung

ในขณะที่ Galaxy Watch4 Classic ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่แสวงหาความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ด้วยรูปลักษณ์หน้าปัดแบบหมุนที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งวางจำหน่ายในรุ่นหน้าปัดขนาด 46 มม. กับตัวเลือกสี Black และ Silver ในราคา 11,900 บาท (BLT) และ 13,900 บาท (LTE) ในตัวเลือกสี Black

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.