SAP เผย ทิศทางอนาคตประเทศไทยกับคลาวด์เทคโนโลยี และตัวแปร โควิด-19

SAP

เอสเอพี (SAP) เผย อนาคตประเทศไทยกับคลาวด์เทคโนโลยี โควิด-19 ตัวกระตุ้นองค์กรภาครัฐ กับการปรับใช้เทคโนโลยีแห่งอนาคต…

SAP เผย ทิศทางอนาคตประเทศไทยกับคลาวด์เทคโนโลยี และตัวแปร โควิด-19

ในยุค New Normal 3 ประเด็นหลักในโลกไอทีที่จะสร้างความท้าทายให้กับองค์กรภาครัฐคือ การปรับกลยุทธ์องค์กรสู่การใช้งานคลาวด์, ความท้าทายในการจัดการข้อมูลขององค์กรที่จะมีความซับซ้อนมากขึ้น และความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร  

โควิด-19 ถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้องค์กรภาครัฐหันไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์มากขึ้น และเปลี่ยนไปใช้งานอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

ประเด็นดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยในงานสัมมนาล่าสุด จัดขึ้นโดยเอสเอพี ในหัวข้อ Cloud Transformation สำหรับองค์กรภาครัฐในยุค New Normal โดยมีตัวแทนจากองค์กรภาครัฐในประเทศไทยเข้าร่วมสัมมนา เพื่อหารือเกี่ยวกับความพร้อมขององค์กรภาครัฐของไทยในการย้ายไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์

ทั้งนี้ หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่าประโยชน์จากการใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์มีมากกว่าข้อเสีย แม้จะยังมีความกังวลด้านอธิปไตยของข้อมูล หรือ Data Sovereignty เมื่อหันมาใช้งานเทคโนโลยีคลาวด์

นโยบาย Cloud First : หนทางสู่การพัฒนาประเทศ

เทคโนโลยีคลาวด์ เป็นทางเลือกสำหรับองค์กรภาครัฐมายาวนาน โดยเฉพาะเมื่อเห็นองค์กรภาคเอกชนส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ในการผลักดันให้องค์กรเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น

SAP
ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ด้าน Digital Transformation จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และนายกสมาคม Cloud Security Alliance (Thailand Chapter)

ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิ ด้าน Digital Transformation จากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) และนายกสมาคม Cloud Security Alliance (Thailand Chapter) กล่าวว่า ความซับซ้อนของการทำ Digital Transformation ทำให้องค์กรภาครัฐไม่สามารถ

ให้บริการประชาชนได้เต็มที่หรือตอบสนองได้รวดเร็วเท่าที่ควรอย่างไรก็ตาม การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้มีการใช้งานระบบดิจิทัลเพิ่มขึ้น และเทรนด์การทำงานจากระยะไกล เป็นปัจจัยเร่งที่ทำให้องค์กรภาครัฐ หันมาใช้เทคโนโลยีคลาวด์ และใช้นโยบาย Cloud First มากขึ้น

“ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีคลาวด์ในอาเซียน สำหรับประเทศไทยเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดตั้ง Cloud Security Alliance (CSA) และสร้างมาตรฐานระบบคลาวด์ เช่น Certificate of Cloud Security Knowledge (CCSK)

สำหรับวิศวกรที่ทำงานเกี่ยวกับระบบคลาวด์ และ/หรือมีความรับผิดชอบด้านความปลอดภัยในกลุ่มผู้ให้บริการคลาวด์ การพัฒนาในแง่มุมดังกล่าวส่งผลให้เทคโนโลยีคลาวด์ถูกนำไปใช้ในองค์กรภาครัฐในประเทศมากขึ้น” ดร.ศักดิ์ กล่าว

ข้อมูลล่าสุดจากบริษัท Gartner ระบุว่าการใช้จ่ายบนคลาวด์ในประเทศไทยสามารถเติบโต 28.2% จาก 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 34.4 พันล้านบาทในปี 2565 เทรนด์ดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางการใช้งานคลาวด์ในไทยที่องค์กรภาครัฐหลายแห่งเห็นประโยชน์ในการนำคลาวด์มาใช้มากขึ้น 

“คลาวด์มีประโยชน์หลายประการแก่องค์กรภาครัฐ ช่วยให้การใช้งบประมาณของภาครัฐคุ้มค่ามากขึ้น เนื่องจากสามารถเลือกแพ็คเกจจ่ายตามการใช้งานจริงได้ นอกจากนี้ ความสามารถของคลาวด์ในการปรับขนาดได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการใช้งานของประชาชนที่มากขึ้น

จะช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาบริการที่ดีขึ้นแก่ประชาชน  ที่สำคัญ องค์กรภาครัฐสามารถย้ายไปยังคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย การจัดทำงบประมาณในการใช้งานคลาวด์ที่เคยเป็นอุปสรรค ขณะนี้มีกฎระเบียบในการเบิกจ่ายงบประมาณด้านคลาวด์แบบออนดีมานด์ที่รองรับไว้ในประเทศไทยอีกด้วย”

ข้อควรพิจารณาสำคัญสำหรับการใช้งานคลาวด์

แม้ว่าเทคโนโลยีคลาวด์จะมีประโยชน์หลายประการ แต่ข้อกังวลหลัก ๆ ที่มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาเมื่อเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีคลาวด์ คือ อำนาจอธิปไตยของข้อมูลพลเมือง ความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว

SAP
นาวาอากาศเอก อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

นาวาอากาศเอก อมร ชมเชย รองเลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ  สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่องค์กรภาครัฐควรพิจารณาก่อนจะย้ายไปใช้งานคลาวด์

คือ กลยุทธ์ในการย้ายไปใช้งานคลาวด์ ความพร้อมขององค์กรในแง่เครื่องมือต่าง ๆ รวมถึงบุคลากร ธรรมาภิบาลและความปลอดภัย การจัดการโครงการในเชิงโลจิสติกส์ และการติดตั้งใช้งาน

เพื่อตอบข้อกังวลในด้านความปลอดภัย และความเป็นส่วนตัว นาวาอากาศเอก อมร แนะนำว่าในปัจจุบัน มีโซลูชั่นคลาวด์หลากหลายที่สามารถเซ็ตระดับการจัดการ และการควบคุมความเป็นส่วนตัวได้ องค์กรภาครัฐเพียงแค่ต้องหาผู้ให้บริการคลาวด์ที่เหมาะสมที่จะช่วยติดตั้ง และให้คำแนะนำตรงนี้ได้

อีกประเด็นหนึ่งคือ บริการด้านคลาวด์ต่าง ๆ ที่เลือกใช้นั้น ต้องมีมาตรฐานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลด้านความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานในประเทศของ CSA

สำหรับหลายองค์กรที่เริ่มเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์โดยมักจะพึ่งพาผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพียงอย่างเดียว  นาวาอากาศเอก อมร ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า แทนที่จะเน้นพึ่งผู้ให้บริการอย่างเดียว องค์กรภาครัฐควรเตรียมทีมเฉพาะภายในองค์กรที่จะต้องรับผิดชอบในบางประเด็น เช่น การจัดการด้านความปลอดภัย ข้อมูลบัญชีผู้ใช้งาน

และการจัดประเภทข้อมูล  ที่สำคัญก่อนการนำระบบคลาวด์ไปใช้จริง องค์กรควรเตรียมแนวทางการจัดการระบบคลาวด์ และแผนพัฒนาบุคลากรภายในองค์กรเพื่อให้เข้าใจการใช้งานคลาวด์

เมื่อเราเตรียมความพร้อมในเชิงปฏิบัติ องค์กรต่างๆ สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการย้ายไปใช้งานคลาวด์ และได้รับประโยชน์จากการใช้เทคโนโลยีนี้อย่างเต็มที่”  

RISE with SAP” โซลูชั่นที่ช่วยให้องค์กรภาครัฐเริ่มต้นใช้งานคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย

บริษัทเทคโนโลยี และอีคอมเมิร์ซต่างหันมาใช้งานคลาวด์ เพื่อปรับปรุงประสบการณ์สำหรับลูกค้า และเพิ่มรายได้ เช่นเดียวกับองค์กรภาครัฐที่กำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการใช้ประโยชน์จากคลาวด์ เทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมที่ก้าวล้ำ

จะทำให้องค์กรภาครัฐทำงานได้โดยอัตโนมัติ และใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้คาดการณ์อนาคตได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยพลิกโฉมรูปแบบการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

SAP
เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า

เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี ประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า องค์กรภาครัฐต้องประสบกับแรงกดดันในด้านงบประมาณและทรัพยากรที่จำกัด ในขณะที่ความต้องการของประชาชนเปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง การมีเครื่องมือดิจิทัลสำหรับเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและทำให้ระบบมีความซับซ้อนน้อยลงนั้นมีความสำคัญ

อย่างมาก โซลูชั่น RISE with SAP คือแพ็คเกจที่เราคิดค้นมาสำหรับองค์กรที่อยากเริ่มต้นใช้งานคลาวด์ โดยให้บริการแบบ subscription และเหมาะกับการใช้งานในทุกอุตสาหกรรมหรือสายธุรกิจ องค์กรต่าง ๆ สามารถเลือกที่จะเริ่มต้น และออกแบบกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับองค์กรของตนได้

“ในด้านความปลอดภัย โซลูชั่นของเอสเอพีทั้งหมดรวมถึงRISE with SAP” เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน ISO 27001 เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้แก่ลูกค้าในด้านความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ที่สำคัญเรายังมีทางเลือกสำหรับการโฮสต์ข้อมูลในประเทศตามความต้องการขององค์กรภาครัฐ

และสามารถเลือกใช้งานคลาวด์ของพาร์ทเนอร์ของเรา เช่น AWS, Microsoft Azure และ Google Cloud เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการใช้บริการคลาวด์จะเป็นไปตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดของภาครัฐในประเทศไทย” เอทูล กล่าว

ด้วยการปรับปรุง และเปลี่ยนระบบให้ทันสมัยเมื่อเปลี่ยนมาใช้งานคลาวด์ องค์กรจะให้บริการด้านต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นจะถูกตัดออกไป และสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับพนักงานในการโฟกัสกับงานที่สำคัญขององค์กร  

นอกเหนือจากประโยชน์ในเชิงประสิทธิภาพแล้ว การใช้คลาวด์ในการจัดการข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อน จะช่วยให้องค์กรได้รับข้อมูลเชิงลึกที่ดีขึ้น ทำให้การตัดสินใจในการพัฒนาระบบการให้บริการประชาชนมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น

การย้ายไปยังระบบคลาวด์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และมีความจำเป็น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในแง่มุมหนึ่งเท่านั้น หลังจากการปรับใช้งานคลาวด์แล้ว คาดว่าภาครัฐจะหันมาใช้งานเทคโนโลยี AI และ IoT ในอัตราที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และปรับปรุงบริการสำหรับประชาชนต่อไป 

 สิ่งสำคัญคือ องค์กรภาครัฐในประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนากลยุทธ์การย้ายไปใช้ระบบคลาวด์พื้นฐาน โดยเริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ และค่อย ๆ เพิ่มเสกลในระดับใหญ่ขึ้น

SAP

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.