Schneider Electric อัปเกรดโซลูชัน EcoFit-EBO 7.1 ยกระดับอาคารเก่า ลดการใช้พลังงานสูงสุด

Schneider Electric

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) เปิดตัวโซลูชัน EcoFit-EBO 7.1 ยกระดับระบบจัดการอาคารเก่าสู่ความยั่งยืน ช่วยลดการใช้พลังงานสูงสุด พร้อมขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero…

Schneider Electric อัปเกรดโซลูชัน EcoFitEBO 7.1 ยกระดับอาคารเก่า ลดการใช้พลังงานสูงสุด

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีพลังงานและระบบอัตโนมัติ แนะกลุ่มอาคารเก่ารับมือวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดความเสี่ยงจากระบบ BMS ล้าสมัย และช่วยลดการใช้พลังงานได้สูงสุ 30% พร้อมคืนทุนภายใน 5 ปี

แม้หลายองค์กรจะให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านความยั่งยืนในอาคารที่มีความพร้อมสูง เช่น อาคารระดับ Class A อาคารแฟล็กชิป หรืออาคารที่มีระบบดิจิทัล และข้อมูลการดำเนินงานครบถ้วน เนื่องจากสามารถวัดผลลัพธ์ และแสดงผลตอบแทนจากการลงทุนได้อย่างชัดเจน แต่อาคารเหล่านี้กลับไม่ใช่กลุ่มที่มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างผลกระทบด้านการประหยัดพลังงาน

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค เปิดเผยว่า พอร์ตโฟลิโอส่วนใหญ่มักมีอาคารอีกจำนวนมากที่อยู่ในกลุ่ม Tier 2 หรือ Tier 3 (Class C) ซึ่งมักเป็นอาคารที่มีอายุมากกว่า มีขนาดเล็กกว่า และมีความพร้อมด้านดิจิทัลจำกัด หลายแห่งยังขาดระบบ (Building Management System: BMS) ที่สามารถเชื่อมโยง และวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มีระบบมิเตอร์ย่อย (Submetering) สำหรับติดตามการใช้พลังงาน และขาดบุคลากรผู้เชี่ยวชาญประจำอาคาร

ข้อจำกัดด้านข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน รวมถึงความไม่แน่นอนในการประเมิผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ทำให้อาคารกลุ่มนี้มักถูกเลื่อนการลงทุนออกไป อย่างไรก็ตาม อาคารเดิม หรืออาคารเก่าเหล่านี้กลับเป็นพื้นที่ที่มีโอกาสสูงที่สุดในการสร้างผลลัพธ์เชิงบวกด้านพลังงาน เนื่องจากยังมีศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญผ่านการปรับปรุง และนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้

Schneider Electric

ความเสี่ยงจากระบบ BMS ล้าสมัย สร้างต้นทุนแฝงที่หลายองค์กรมองข้าม

ระบบ BMS รวมถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 10-20 ปี อาจกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานของอาคารโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมระบบที่ขาดความแม่นยำ ส่งผลให้การใช้พลังงานสูงเกินความจำเป็น และอาจทำให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นได้ถึง 30%

นอกจากนี้ ระบบที่ล้าสมัยมักไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่อง ขาดการป้องกันข้อมูลตามมาตรฐานปัจจุบัน และมีความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของการดำเนินงานมากขึ้น ขณะที่อะไหล่ และอุปกรณ์ทดแทนเริ่มหาได้ยาก ส่งผลให้การซ่อมบำรุงใช้เวลานาน และมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น อีกทั้งคุณภาพข้อมูลที่จำกัดยังทำให้ผู้บริหารขาดมุมมองเชิงลึกในการวิเคราะห์ ประเมินผล และวางแผนปรับปรุงประสิทธิภาพอาคารในระยะยาว

Schneider Electric

รับมือวิกฤตพลังงานอาคารเก่า ด้วย EcoFitEBO 7.1

ชไนเดอร์ อิเล็คทริค นำเสนอโซลูชัน EcoFit for Building Management Systems เพื่อช่วยให้อาคารเดิมสามารถยกระดับสู่การเป็นอาคารอัจฉริยะได้อย่างคุ้มค่า ด้วยการอัปเกรดระบบบริหารจัดการอาคาร (Building Management System: BMS) สู่ New EcoStruxureTM Building Operation (EBO 7.1) แพลตฟอร์มบริหารจัดการอาคารยุคใหม่ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ยกระดับความปลอดภัยทางไซเบอร์ และรองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร

แนวทาง EcoFit มุ่งเน้นการปรับปรุงระบบแบบเป็นขั้นตอน (Phased Modernization) ช่วยให้องค์กรสามารถต่อยอดจากโครงสร้างพื้นฐานเดิมได้โดยไม่จำเป็นต้องรื้อเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว ลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน พร้อมควบคุมงบประมาณการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หนึ่งในนวัตกรรมสำคัญ คือ SpaceLogicTM Twisted Pair Adapter ที่ช่วยให้อาคารสามารถเปลี่ยนผ่านจากระบบควบคุมเดิมที่ใช้เครือข่าย Serial หรือ Non-IP เช่น LON และ RS-485 ไปสู่ระบบมาตรฐาน BACnet/IP ได้โดยใช้สายสื่อสารเดิม ลดความจำเป็นในการเดินสายใหม่ ช่วยลดความซับซ้อน ระยะเวลาติดตั้ง และค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบ พร้อมเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่การบริหารจัดการอาคารด้วยข้อมูลดิจิทัลได้อย่างรวดเร็วและคุ้มค่า

ด้วย EcoFit และ EBO 7.1 เจ้าของอาคารสามารถเพิ่มความสามารถในการมองเห็น และวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานแบบเรียลไทม์ ปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และยกระดับความพร้อมของอาคารในการรองรับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว

Schneider Electric

ผลลัพธ์ตอบโจทย์ครอบคลุมทุกอาคาร

  • คืนทุนคุ้มค่าในระยะเวลา 5 ปี
  • ประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอนสูงสุดถึง 30%
  • ลดช่วงเวลาที่ระบบหยุดทำงาน และความเสี่ยงขัดข้องได้สูงสุด 45%
  • ลดเวลาในการ Troubleshooting หรือแก้ไขปัญหาระบบลง 20–50%
  • ควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ) ได้แม่นยำขึ้น ช่วยลดข้อร้องเรียนของผู้ใช้อาคารได้สูงสุด 60%
  • ยกระดับความปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสข้อมูล การควบคุมสิทธิ์ และโปรโตคอล BACnet/SC

นอกจากนี้ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค มี Impact Building Calculator เครื่องมือที่ช่วยจำลองผลลัพธ์จากการปรับปรุงอาคารด้วยมาตรการอนุรักษ์พลังงาน และลดการปล่อยคาร์บอน (Energy and Carbon Conservation Measures: ECCMs) เพื่อประเมินศักยภาพในการประหยัดพลังงาน

ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดต้นทุนการดำเนินงาน โดยช่วยให้เจ้าของอาคาร และผู้บริหารสามารถเปรียบเทียบทางเลือกการลงทุน พร้อมเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจ และด้านความยั่งยืนได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สร้างความมั่นใจในการวางแผนและตัดสินใจลงทุน ไม่ว่าจะเป็นอาคารระดับ Class A หรือ Class C ก็ตาม

Schneider Electric

พลิกโฉมทุกอาคาร สู่ระบบพลังงานที่ยั่งยืน

ท่ามกลางความท้าทายด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การยกระดับประสิทธิภาพของอาคารเดิมถือเป็นกุญแจสำคัญสู่เป้าหมายการลดคาร์บอน และความยั่งยืนขององค์กร ชไนเดอร์ อิเล็คทริค พร้อมเป็นพันธมิตรด้วยโซลูชัน EcoFit ร่วมกับ EBO7.1 ที่ช่วยเปลี่ยนอาคารเดิมให้เป็นอาคารอัจฉริยะ ลดการใช้พลังงาน ลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ พร้อมรองรับความต้องการของอนาคตได้อย่างยั่งยืน

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay