ทีเซลส์ (TCELS) เดินหน้าจัดงาน Bio Asia Pacific 2024 นำเสนอผลงานชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences) ของไทย หวังดันผู้ประกอบไทยขยายช่องทางทางการตลาดต่างประเทศ…
highlight
- ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ TCELS (ทีเซลส์) ภายใต้กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม จัดงาน Bio Asia Pacific 2024 (บีโอไอ เอเซีย แปซิฟิก 2567) งานแสดงนิทรรศการ และการประชุมด้านชีววิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมการจัดแสดงผลงานนวัตกรรม เทคโนโลยี ความก้าวหน้าด้านการแพทย์สุขภาพของไทยบนเวทีระดับนานาชาติ ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายน 2567 ณ ฮอลล์ 102 ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ
TCELS จัดงาน Bio Asia Pacific 2024 พร้อมหนุนผู้ประกอบการชีววิทยาศาสตร์ไทยเข้าถึงแหล่งทุน
ทีเซลส์ ผนึกกำลัง ภาครัฐ และเอกชน เดินหน้าจัดงาน Bio Asia Pacific 2024 เพื่อผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งการสนับสนุนเรื่องการให้ทุนการวิจัย พร้อมพัฒนาศักยภาพการจัดการในองค์กรผู้ประกอบการที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ และเพิ่มช่องทางทางการตลาดใหม่ ๆ
พร้อมกับเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ดึงดูดผู้สนใจร่วมทุนการ ขายผลิตภัณฑ์ เพิ่มช่องทางทางการตลาด รวมถึงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ นวัตกรรมการแพทย์ และสุขภาพในอนาคตอันใกล้อีกด้วย

โดยงาน Bio Asia Pacific 2024 : Green Sciences for Green Life เป็นงานแสดงนิทรรศการ และการประชุมวิชาการด้านอุตสาหกรรมชีวภาพชั้นนําแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซลส์ (TCELS : Thailand Center of Excellence for Life Sciences)
จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี เพื่อผลักดันอคสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ที่ถือเป็น 1 ใน 10 ของอุตสาหกรรมใหม่ (New S-Curve) ที่มีศักยภาพ โดยการจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการแสดงให้เห็นทิศทางของการป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย หรือการป้องกันก่อนการรักษา ซึ่งมีทิศทางที่จะขยายตัวเพิ่มมากขึ้นสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดทั้ง 3 วัน ไม่ว่าจะเป็น การแสดงนิทรรศการ การสัมมนาเชิงวิชาการ จัดการประชุมระดมความคิดเห็น การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) การนำเสนอบริษัท (Company Presentation), บทบาทที่ปรึกษาทางพันธุศาสตร์ (Genetic counsellor)
เทรนด์ (Trend) ทางด้านชีววิทยาศาสตร์ของโลก ที่จะช่วยต่อยอดความรู้ให้ผู้ประกอบการไทย และการเสวนาแนวโน้มของเภสัชภัณฑ์ (Pharmaceuticals) ในประเทศไทย
โดยภายในงาน ฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม และการลงทุน ของ ทีเซลส์ ได้จัดเสวนาในหัวข้อ TCELS Business Forum : The Age of Life Sciences Industry ภายใต้ประเด็น Roadmap to Capital Market โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มีประสบการณ์จริงในการผลักดันธุรกิจชีววิทยาศาสตร์
ที่เข้าสู่ตลาดทุน มาบอกเล่าประสบการณ์ และแลกเปลี่ยนมุมมองสำหรับการเติบโตในตลาดทุนของธุรกิจชีววิทยาศาสตร์อย่างเข้มข้น อาทิ รุ่งทิพย์ เจริญวิสุทธิวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์ 2 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย,
ภก.สุวิทย์ งามภูพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแล็ป แอนด์ คอสเมติค จำกัด (มหาชน) และ วิโรจน์ ชัยเทอดเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นำวิวัฒน์ เมดิคอล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
และ ว่าที่ร้อยเอก ภก.ดร.วฤษฎิ์ อินทร์มา ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม และการลงทุน ศลช. มาร่วมให้ตอบข้อสงสัยในเรื่องของ การเชื่อมโยงระหว่างผลงานวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ไปสู่เชิงพาณิชย์ได้จริง ตลอดจน จุดแข็ง-จุดอ่อน และ โอกาส ในการสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมชีววิทศาสตร์อย่างยั่งยืน
ส่งเสริมโปรดักส์ที่พร้อมสู่ตลาด (Roadmap to Capital Market)

ว่าที่ร้อยเอก ภก.ดร.วฤษฎิ์ อินทร์มา ผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสสตร์ และการลงทุน ศลช. กล่าวว่า ภายในงาน Bio Asia Pacific 2024 ที่จัดขึ้นในประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นอีกงานหนึ่งที่ไทยจะได้แสดงศักยะภาพ และจุดแข็งทางด้านชีววิทยาศาสตร์ของประเทศออสู่สายตาชาวโลก
และยังเป็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ผู้ประกอบการไทย ได้เจกับนักลงทุนชาวต่างชาคิที่สนใจที่จะเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งทาง ทีเซลล์ ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการผลักดันให้เกิดความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ทั้งการสนับสนุนเรื่องการให้ทุนการวิจัย ต้องการสนับสนุนผู้ประกอบการ
เข้าถึงแหล่งทุนในตลาดทุน ด้วยการโปรดักส์ที่พร้อมนำเสนอแล้วอกสู่ตลาดในระดับสากล เนื่องจากในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ เปิดตัว ตลาด LIVEx (ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เชนจ์) ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการระดมทุนในตลาดทุนของกิจการที่อยู่ในชั้นกำลังพัฒนา
เช่น วิสาหกิจขนาดกลาง (SME) และวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) แต่ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด กล่าวคือต้องมีรูปแบบบัญชีวางเงินล่วงหน้า (prepaid) และต้องมีหุ้น หรือเงินเพียงพอสำหรับการซื้อขาย แต่มีผู้ประกอบการทางด้านชีววิทยาศาสตร์ไทย ที่เกี่ยวข้องกับชีววิทยาศาสตร์
ในตลาดหลักทรัพย์ไม่ถึง 30 บริษัท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับศักยภาพของอุตสาหกรรม เพราะฉะนั้นการที่ผู้ประกอบการทางด้านชีววิทยาศาสตร์ไทยได้เจอกับเวนเจอร์แคปปิตอล หรือนักลงทุน จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะจะทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการทางด้านชีววิทยาศาสตร์ไทยนัั้นถูกลง ทำให้สามารถสร้างโอกาสในการขยายกิจการ และสามารถส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น
สร้างโอกาสเติบโตให้ผู้ประกอบการทางด้านชีววิทยาศาสตร์ไทย

ปัจจุบันตัวเลขการเติบโตของชีววิทยาศาสตร์ไทยอยู่ที่ 8.9 พันล้านบาทต่อปี และคาดว่าจะสามารถขยายตัวไปถึง 12 พันล้านบาท ได้ ซึ่งการแสดงให้เห็นศักยภาพผู้ประกอบการไทย ที่มีความจุดแข็งในด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นสารสกัดจากสมุนไพรซึ่งคาดว่า ประเทศอื่น ๆ ก็จะให้การตอบรับสารสกัดสมุนไพร เช่นเดียวกัน
โดย ทีเซลส์ ได้เตรียมงบประมาณไว้ราว 300-400 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการพัฒนาศักยภาพใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่
- กลุ่มยา ซึ่งจะเดินหน้าส่งเสริมการผลิตยาในประเทศ โดยเฉพาะยาสามัญ (Generic drugs) และยาชีววัตถุ (Biologics) เพื่อลดการนำเข้าและเพิ่มการเข้าถึงยาที่มีคุณภาพสำหรับประชาชน
- กลุ่มเครื่องมือแพทย์ มุ่งเพิ่มขีดความสามารถการพัฒนา และผลิตเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล ให้สามารถแข่งขัน และส่งออกไปตลาดในต่างประเทศได้
- กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากทรัพยากรธรรมชาติ และภูมิปัญญาไทย เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และตอบสนองความต้องการของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ
- กลุ่มเครื่องสำอาง สนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีนวัตกรรม และความแตกต่าโดยใช้จุดเด่นในเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพ (สมุนไพร) มาทำสารสกัดจากธรรมชาติ และการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
- การให้บริการแพทย์สุขภาพ พัฒนาบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ และมาตรฐานสากล เช่น โรงพยาบาล และบริการแพทย์ทางไกล เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ

“สำหรับแผนการดำเนินการ นับจากนี้ จะเน้นในเรื่องของการสนับสนุนผู้ประกอบการชีววิทยาศาสตร์ที่มีความพร้อม และมีศักยภาพ เพื่อผลักดันเข้าสู่ตลาดทุน ควบคู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานสากล อาทิ การส่งเสริม และสนับสนุนผู้ประกอบการในการขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในต่างประเทศ และขอมาตรฐาน CE Mark สำหรับเครื่องมือแพทย์ เป็นต้น” ว่าที่ร้อยเอก ภก.ดร.วฤษฎิ์ อินทร์มา กล่าว
นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะเปิดรับสมัครผู้ประกอบการชีววิทยาศาสตร์ ที่มีศักยภาพ ในการขอเข้ามารับรับทุนสนับสนุนในปีงบประมาณ 2568 (เดือนตุลาคม 67) ที่จะถึงนี้ พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมที่จะขยายความร่วมมือกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเทคโนโลยี และส่งเสริมการเติบโตของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในระดับภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมทั้งมีโอกาสในการเติบโตในตลาดโลกได้

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























