สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) เปิดตัว “กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัย” ในไทย เพื่อสร้างเครือข่ายผู้หญิงถึงผู้หญิง และแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังลี้ภัยทั่วโลก…
UNHCR เปิดตัว “กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัย” ในประเทศไทย
หลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญสงคราม และความขัดแย้ง ทำให้การพลัดถิ่นทั่วโลกเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์นับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมากกว่าครึ่งคือผู้หญิง และเด็กผู้หญิงที่ส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง เป็นหัวหน้าครอบครัว กำลังตั้งครรภ์ พิการ หรือเป็นผู้สูงอายุที่กำลังเปราะบาง กว่าทศวรรษที่วิกฤตในประเทศซีเรียบังคับให้ผู้คน
ต้องพลัดถิ่นมากที่สุดในโลก สูงถึง 12 ล้านคน และ 1 ใน 3 ของหัวหน้าครอบครัวผู้ลี้ภัยชาวซีเรียในประเทศจอร์แดน คือ ผู้หญิงที่ขาดโอกาสในการทํางาน การศึกษา และทักษะการประกอบอาชีพ ทําให้พวกเธอตกอยู่ในภาวะยากจนขั้นสุด ไร้บ้าน และขาดแคลนอาหาร เพื่อเลี้ยงดูครอบครัวโดยลําพัง

สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ได้จัดตั้ง “กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัย“ ร่วมกับ วาว–แวววรรณ กันต์นันท์ธร ผู้ก่อตั้ง และประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรสโกลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด
โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งการแบ่งปันจากผู้หญิงถึงผู้หญิง ส่งเสริมบทบาท และพัฒนาศักยภาพผู้หญิงยุคใหม่ในประเทศไทยผ่านการให้ และการเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการทำงานด้านมนุษยธรรมระดับโลก
โดยเงินค่าสมาชิกรายปีของกองทุนฯ จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นเงินช่วยเหลือที่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ นำไปมอบให้แม่เลี้ยงเดี่ยวชาวซีเรียที่กำลังลี้ภัย และดูแลครอบครัวเพียงลำพังในประเทศจอร์แดน
“โครงการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ช่วยให้ครอบครัวผู้ลี้ภัยแต่ละครอบครัวที่มีความต้องการที่ต่างกันสามารถใช้จ่ายดูแลครอบครัวในเรื่องที่จำเป็นที่สุดในแต่ละเดือนของตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในชุมชน และช่วยเหลือผู้ลี้ภัยได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย”

นาวีน อัลเบิร์ต รองผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการทำงานคุ้มครองสิทธิ และสวัสดิภาพของผู้ลี้ภัยของ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ว่า ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าบ้าน ค่าอาหารที่ขาดแคลน หรือการศึกษาของลูกๆ ผู้ลี้ภัยสามารถตัดสินใจได้เองอย่างมีศักดิ์ศรี
กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่เพื่อผู้ลี้ภัย ได้รับการจัดตั้งเป็นครั้งแรกในประเทศออสเตรเลีย โดยผู้ก่อตั้งคือผู้ที่มีชื่อเสียง ประสบความสำเร็จด้านธุรกิจ และมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ลี้ภัยอย่างยั่งยืน ในประเทศไทย ประธานและผู้ก่อตั้งกองทุนฯ คือคุณคุณวาว-แวววรรณ กันต์นันท์ธร ที่ตั้งใจผลักดันกองทุนฯ เพื่อประโยชน์ของสมาชิกและผู้หญิงที่กำลังลี้ภัยทั่วโลก
“ในวันที่เรามีความพร้อม สิ่งที่วาวตั้งใจคือการคืนกลับสู่สังคม และถ้าเรารวมกลุ่มผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน พลังที่เราจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ชีวิตผู้หญิงลี้ภัยได้จะยั่งยืนและมั่นคง วาวตั้งใจสร้างเครือข่ายแห่งการให้ที่ดีกับตัวเราและเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมุนษย์ค่ะ”
วาว–แวววรรณ กันต์นันท์ธร ประธานกองทุนฯ และนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ กล่าวถึงความตั้งใจในการจัดตั้งกองทุนฯ ขึ้นในประเทศไทยร่วมกับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ
“กองทุนนักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ในประเทศไทยเพื่อผู้ลี้ภัย“ ยังได้รับความสนับสนุนจากนักธุรกิจหญิง และผู้มีชื่อเสียงจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จจากหลากหลายอุตสาหกรรมในวงการธุรกิจของประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของกองทุนฯ เพื่อพัฒนาเครือข่ายให้เข้มแข็งขึ้น พร้อมขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเพื่อชีวิต และครอบครัวผู้ลี้ภัย
“นอกจากความสำเร็จที่แคทได้รับจากการทำธุรกิจของตัวเองแล้ว การเป็นผู้ให้มีความสำคัญมากที่คอยเตือนใจให้เรานึกถึงคนรอบตัวอยู่เสมอ กองทุนฯ นี้เติมเต็มการให้ของแคทแบบไม่มีพรมแดน และการได้รวมตัวกับกลุ่มนักธุรกิจหญิงแถวหน้าของประเทศเพื่อช่วยผู้หญิงอีกกลุ่มนึงบนโลกที่กำลังลี้ภัย
กับ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่แคทได้มีส่วนร่วมในเครือข่ายแห่งการแบ่งปันนี้”

แคท–ซอนญ่า สิงหะ นักธุรกิจหญิงรุ่นใหม่ และผู้มีชื่อเสียง เล่าถึงการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของกองทุนฯ ว่า สมาชิกของกองทุนฯ จะมีโอกาสติดต่อกับผู้ลี้ภัยหญิงเป็นเวลา 4-8 สัปดาห์ ผ่านแอปพลิเคชัน คอนเน็คติ้ง เวิร์ดส์ (Connecting Worlds) ที่ สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ พัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงโลก
ของผู้บริจาคและผู้รับในคนละซีกโลกเข้าด้วยกัน ถือเป็นแอปพลิเคชันแรกของโลกที่เปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนฯ และผู้ลี้ภัยหญิงชาวซีเรียในประเทศจอร์แดนสามารถแลกเปลี่ยนข้อความ และรูปภาพถึงกันโดยตรง เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ไปด้วยกัน
“นอกจากเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะมีประโยชน์ในโลกธุรกิจแล้ว ยังสามารถใช้เพื่อการเชื่อมโยงคนที่อยู่กันคนละมุมโลกเข้าด้วยกันได้”
มิหมี-อรนุช เลิศสุวรรณกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทคซอส มีเดีย จำกัด กล่าวถึงประสบการณ์ตรงในการใช้แอปพลิเคชันนี้ ว่า เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นการพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีคุณค่าทางจิตใจผ่านการเชื่อมโยงคนในแต่ละมุมโลกเข้าด้วยกัน การส่งข้อความง่าย ๆ ให้กับผู้ลี้ภัย มีความหมายที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับพวกเขา ถือเป็นต้นแบบของการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ทุกคนไม่ว่าเป็นใครก็สามารถปฏิบัติภารกิจด้านมนุษยธรรมได้ค่ะ

ร่วมเป็นสมาชิกกองทุนฯ เพื่อสร้างเครือข่ายแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยการสมัครสมาชิกรายปี 72,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่แม่เลี้ยงเดี่ยวชาวซีเรียที่ลี้ภัยในประเทศจอร์แดน และครอบครัวให้พวกเธอได้ใช้จ่ายตามความขาดแคลนของตนเอง อาทิ การศึกษาของลูก ค่าเช่าบ้าน และการรักษาพยาบาล เป็นต้น
ในฐานะสมาชิกกองทุนฯ คุณจะได้เข้าร่วมสัมมนาเพื่อพัฒนาตนเอง และธุรกิจ และเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานด้านมนุษยธรรมในระดับโลกร่วมกับนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จในระดับประเทศอีกมากมาย สมัครสมาชิกได้ที่ www.unhcr.org/th/leading-women-fund
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























