VST ECS (วีเอสที อีซีเอส) จับมือ HPE (เอชพีอี) ประกาศความร่วมมือระดับชาติ เปิดตัวโซลูชันใหม่ “Co-Location As-a-Service” มุ่งเสริมศักยภาพพาร์ตเนอร์ System Integrators (SIs) และ Resellers ไทย ให้สามารถนำเสนอโซลูชัน IT Infrastructure ระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ ในรูปแบบ Flexible Consumption ที่ยืดหยุ่น ตอบโจทย์ Hybrid Cloud และดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขององค์กรในปี 2026…
VST ECS จับมือ HPE เปิดตัว “Co–Location As–a–Service” รุกตลาดเอ็นเตอร์ไพรส์
วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) ผนึกพลัง ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ หรือ เอชพีอี (HPE) เปิดตัวบริการ “VST ECS Co-Location As-a-Service” (วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส) ที่รวมโครงสร้างพื้นฐานไอทีแบบครบวงจรไว้ในแพลตฟอร์มเดียว
มุ่งหวังทรานส์ฟอร์มโครงสร้างพื้นฐานไอทีสู่รูปแบบเช่าใช้ (End-to-End As-a-Service) เพื่อขจัดปัญหาต้นทุนฮาร์ดแวร์ และต้นทุนการปฏิบัติการพุ่งสูง ชูจุดแข็งช่วยลดค่าใช้จ่าย และลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบ
บริการดังกล่าวผสานเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และระบบคอมพิวต์จาก เอชพีอี พร้อมเติมเต็มด้วยโซลูชันด้านการปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยไซเบอร์จากผู้ผลิตเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ซึ่ง “วีเอสที อีซีเอส” เป็นผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย
แพลตฟอร์มนี้มุ่งช่วยให้พาร์ตเนอร์สามารถต่อยอดบริการระดับ เอ็นเตอร์ไพรส์ให้กับลูกค้าองค์กรได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ขององค์กรยุคใหม่
“วีเอสที อีซีเอส” ชี้เทรนด์ As–a–Service ทางรอดธุรกิจยุคต้นทุนพุ่ง

สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคธุรกิจและพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์กำลังเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ทั้งในส่วนของระบบจัดเก็บข้อมูล เซิร์ฟเวอร์ และโครงสร้างพื้นฐานไอทีโดยรวม
ขณะเดียวกันยังต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องในฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ระบบความปลอดภัยไซเบอร์ รวมถึงบุคลากรไอทีที่มีทักษะเฉพาะทาง ดังนั้น วีเอสที อีซีเอส ในฐานะดิสทริบิวเตอร์ที่มีเครือข่ายพาร์ตเนอร์ดีลเลอร์ครอบคลุมทั่วประเทศ ล่าสุด เปิดตัวบริการ วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส
ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อตอบแทน และสร้างโอกาสให้พาร์ตเนอร์สามารถเข้าถึงโซลูชันระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ (Enterprise) ได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ด้วยตนเอง ช่วยลดต้นทุน และลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการระบบ

“โมเดลการให้บริการ วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส ที่รวมโครงสร้างพื้นฐานไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ลดความซับซ้อนในการบริหารจัดการ และเปลี่ยนจากการลงทุนก้อนใหญ่ (CapEx) เป็นค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง พร้อมทั้งยังช่วยให้พาร์ตเนอร์สามารถนำไปต่อยอดให้บริการลูกค้าองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขณะเกียวกันยังเป็นการขยายผบิตภัณฑ์ และบริการของเราให้ครบ EcoSystem โดยพาทเนอร์ของเราสามารถเข้าถึงโซลูชัน และโครงสร้างพื้นฐานระดับเอ็นเตอร์ไพร์สได่บนแฟลตฟอร์มเดียว ซึ่งช่วยลดความซับซ้อนในด้านการบริหารจัดกาาลงได้ผ่านสาขาของ วีเอสที อีซีเอส ทั่วประเทศได้กว่า 11 สาขา โดยในปีนี้อยูาในระหว่างที่พิจารณาในการขยายสาขาเพิ่มอีก 5 สาขา เพื่อส่งมอบความสะดวกให้แก่พาทเนอร์ของเรา” สมศักดิ์ กล่าว

“วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส” มีโครงสร้างหลักเป็นเทคโนโลยีเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และ โซลูชันการประมวลผลจาก เอชพีอี นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังได้รับการเสริมแกร่งด้าน Data Protection และ Cybersecurity จากแบรนด์ชั้นนำระดับโลกที่ วีเอสที อีซีเอส ได้รับสิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย ประกอบด้วย
- Veeam : ทำหน้าที่สำรองข้อมูลและกู้คืนข้อมูลที่รวดเร็ว
- Fortinet : โซลูชันความปลอดภัยไซเบอร์ประสิทธิภาพสูง
- Kaspersky : ระบบป้องกันภัยคุกคามแบบเรียลไทม์ ตรวจจับมัลแวร์ ไวรัส และแรนซัมแวร์ ได้อย่างแม่นยำ
กลุ่มเป้าหมายหลักของ “วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส” คือ System Integrator (SI) และพาร์ตเนอร์ของ วีเอสที อีซีเอส ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาโซลูชันให้กับลูกค้าองค์กร ซึ่งบทบาทของเรา คือการสร้างแพลตฟอร์ม และโครงสร้างพื้นฐาน
เพื่อเปิดโอกาสให้พาร์ตเนอร์สามารถเข้าถึงเทคโนโลยี และโซลูชันระดับเอ็นเตอร์ไพรส์ได้ง่ายขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดให้กับลูกค้าองค์กรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งแนวทางนี้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของ วีเอสที อีซีเอส ในฐานะ Value-added Distributor ที่มุ่งเสริมศักยภาพให้พาร์ตเนอร์เติบโตไปพร้อมกับระบบนิเวศของเทคโนโลยี
“เอชพีอี” ขับเคลื่อนนวัตกรรมด้วย AI–Native และความยั่งยืน

พลาศิลป์ วิชิวานิเวศน์ กรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย และเวียดนาม ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอ็นเตอร์ไพรส์ (HPE) เปิดเผยต่อว่า โครงสร้างหลักของบริการนี้ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีของ เอชพีอี ทั้งในส่วนของ เอชพีอี “Morpheus” ซอฟแวร์บริหารจัดการแบบ Multi-Cloud
รองรับการทำ Multi-Tenancy Governance ซึ่งทำงานร่วมกับ เอชพีอี “Private Cloud Business Edition” บนสถาปัตยกรรมไฮเปอร์ คอนเวิร์จแบบแยกส่วน (disaggregated HCI) ให้อิสระในการขยายเซิร์ฟเวอร์ หรือสตอเรจ ได้ตามการเติบโตของธุรกิจ และเพื่อเสริมความสามารถด้านการปกป้องข้อมูล
และความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Operational Resilience) แพลตฟอร์มได้ผสานสตอเรจ เอชพีอี “Alletra MP B10000” และ เอชพีอี “StoreOnce”

ซึ่งมาพร้อมด้วยเทคโนโลยี Immutability ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยปกป้องข้อมูลจากการแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกเหนือจากการเสริมศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานแล้ว เทคโนโลยีของ เอชพีอี ในแพลตฟอร์มยังตอบโจทย์ด้านความยั่งยืน และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
โดย เอชพีอี กรีนเลท ช่วยให้องค์กรมองเห็นการใช้งานโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงมีตัวชี้วัดด้านพลังงานแบบชัดเจน ทำให้ติดตามการใช้พลังงาน และประเมินประสิทธิภาพได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันยังมีบริการ เอชพีอี “Asset Recovery & Recycling Services” เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการวงจรชีวิตสินทรัพย์ไอทีอย่างรับผิดชอบ และช่วยลดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์
เสริมศักยภาพ Partner Ecosystem

สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมศักยภาพให้กับ Partner Ecosystem ของ วีเอสที อีซีเอส ทำให้พาร์ตเนอร์สามารถนำเสนอโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความปลอดภัยระดับโลก และตอบโจทย์เรื่องความยั่งยืนให้กับลูกค้าองค์กรได้ทันที โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงด้านการลงทุนในระยะเริ่มต้น

“ในปีแรกทาง วีเอสที อีซีเอส จัดทำโปรโมชันเพื่อตอบแทนดีลเลอร์ ไม่คิดค่าบริการ และในปีที่ 2 จ่าย 50% สำหรับบริการ วีเอสที อีซีเอส โค-โลเคชั่น แอส-อะ-เซอร์วิส ประกอบด้วยเซิร์ฟเวอร์ สตอเรจ และโซลูชันการประมวลผลของ เอชพีอี นอกจากนี้สามารถ add-on บริการอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้แก่ ระบบ firewall, endpoint, security เป็นต้น” สมศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























