YIP IN TSOI แนะองค์กรธุรกิจเสริมภูมิคุ้มกันต้าน โควิด-19 (Covid-19) ด้วยไอที

0
402
YIP IN TSOI

ไม่มีใครคาดคิดว่า ไวรัส Covid-19 จะสร้างพลังทำลายล้างและสร้างภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจไปทั่วโลก YIP IN TSOI ขอแนะนำองค์กรธุรกิจก้าวข้ามอุปสรรคด้วยเทคโนโลยีไอที…

YIP IN TSOI แนะองค์กรธุรกิจเสริมภูมิคุ้มกันต้าน Covid19 ด้วยเทคโนโลยีไอที

สุภัค ลายเลิศ กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด กล่าวว่า จากการเปิดเผยของไอดีซี ชี้ว่า ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบสูงสุดเป็นอันดับแรกจากการระบาดของ โควิด19 ได้แก่ ธุรกิจการขนส่งและภาคบริการซึ่งเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ขณะที่เว็บไซต์ บลูมเบิร์ก ได้รายงานตัวเลขความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากพิษ โควิด19 ที่สูงถึง 2.7 ล้านล้านดอลล่าร์สหรัฐไปแล้ว

ทำให้รัฐบาลในหลายประเทศทั่วโลกต้องอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเพื่อพยุงระบบเศรษฐกิจ ชนิดเรียกว่าเป็น บาซูก้าทางการคลัง เลยทีเดียว เมื่อแนวทางลดการแพร่กระจายของโรค คือ การหยุดการเคลื่อนย้ายของคน และ การเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นการทำงานจากบ้าน (Work From Home) ขณะที่ธุรกิจ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่าง ๆ

ยังต้องไปต่อ องค์กรที่มีการเตรียมแผนบริหารความต่อเนื่องของธุรกิจ (Business Continuity Plan) การออกแบบระบบไอทีและระบบข้อมูลสำรองที่ดี เพื่อให้พนักงานสามารถเชื่อมเข้าสู่ระบบและทำงานจากที่ไหนก็ได้อย่างปลอดภัย ย่อมได้เปรียบต่อการรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

YIP IN TSOI
สุภัค ลายเลิศ กรรมการอำนวยการ และประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ยิบอินซอย จำกัด

เช่น โรคระบาด หรือภัยพิบัติ มองมุมบวก ถือเป็นจังหวะดีที่องค์กรจะได้ปัดฝุ่นแผนบริหารธุรกิจในสถานการณ์ฉุกเฉิน ตรวจเช็คเทคโนโลยีเดิม เพิ่มเติมเทคโนโลยีใหม่ อาทิ คลาวด์ แพลตฟอร์มออนไลน์ โซเชียลมีเดีย การประชุมแบบเสมือน เป็นต้น เพื่อสร้างพื้นที่การทำงานแบบเสมือน หรือ Virtual Workplace

เพื่อให้พนักงานยังสามารถทำงานได้ตามปกติ แม้ไม่สามารถเข้าไปยังสำนักงานได้ และถือโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมกับพนักงานในการพัฒนาศักยภาพการทำงาน และธุรกิจผ่านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ตามแนวทางเวอร์ช่วลไลเซชัน ซึ่งจะกลายเป็นวิถีปกติ (New Normal) สำหรับองค์กรยุคดิจิทัลในอนาคต

คลาวด์ คอมพิวติ้ง นับว่าเป็นแพลตฟอร์มที่พร้อมต่อการรองรับการทำงานจากระยะไกล (Remote Workforce) เพราะคลาวด์ถูกสร้างมาให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการทำงานแบบเวอร์ช่วลไลเซชัน และยังรองรับอุปกรณ์เชื่อมต่อผ่านอินเทอร์เน็ตหลากหลายชนิด

จึงมีความยืดหยุ่น และคล่องตัวสูง ทำให้องค์กรสามารถ เติมปรับปัน ทรัพยากรไอทีในระบบ ให้สอดคล้องกับมาตรการรักษาระยะห่างที่อาจเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน และการดำเนินธุรกิจ

YIP IN TSOI

ตัวอย่างเช่น การหยิบเอา Cloud VDI (Cloud Virtual Desktop Infrastructure) ซึ่งใช้เทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชันในการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ BYOD ของพนักงาน ทั้งเครื่องพีซี แล็บท็อป อุปกรณ์โมบายด์ต่าง ๆ ให้กลายเป็นเครื่องเดสก์ท็อปเสมือน (Virtual Desktop)

เพื่อให้ระบบคอมพิวเตอร์ส่วนกลางสามารถแจกจ่ายทรัพยากรไอทีให้เหมาะสมกับการปฏิบัติงานของแต่ละคน เช่น การเพิ่มซีพียู หน่วยความจำ หรือพื้นที่จัดเก็บข้อมูลให้กับงานบางประเภท การอัพเกรดหรือควบคุมการติดตั้งซอฟต์แวร์ แอพพลิเคชันต่าง ๆ อย่างถูกต้อง คอยสอดส่องการใช้อุปกรณ์ BYOD ต่าง ๆ

เพื่อลดการติดไวรัสหรือมัลแวร์ ควบคุมไม่ให้เกิดการรั่วไหลหรือป้องกันการลักลอบนำข้อมูลออกไป รวมถึงมีระบบสำรอง และกู้คืนข้อมูลเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ (disaster Recovery)

แนวทางการใช้-รับมือ ข้อมูล และแอปพลิเคชัน จากการทำงานนอกสำนักงานโดยอุปกรณ์ส่วนตัวของพนักงาน ปัจจุบัน มีแพลตฟอร์มการทำงานและการจัดการธุรกิจบนคลาวด์ให้เลือกใช้ได้ตามงบประมาณ และมีความปลอดภัยสูงในรูปแบบของการให้บริการไอที (SaaS) บริการแพลตฟอร์ม (PaaS) แอปพลิเคชันบนอุปกรณ์โมบายด์

หรือ เว็บแอปพลิเคชัน อาทิ โปรแกรมพื้นฐานในการจัดการเอกสารทั่วไปอย่าง เวิร์ด สเปรดชีท เช่น ออฟฟิศ 365 แพลตฟอร์มการบริหารงานองค์กรและลูกค้า เช่น อีอาร์พี เอชอาร์ การวิเคราะห์ข้อมูล ซีอาร์เอ็ม เป็นต้น ทำให้เกิดข้อมูลปริมาณมากผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้องค์กรอาจต้องเตรียมการเพิ่มประสิทธิภาพ

ของระบบประมวลผลข้อมูล ระบบบริหารจัดการใช้งานศูนย์ข้อมูลจากระยะไกล หรือ การจัดตั้งศูนย์ข้อมูลและระบบจัดเก็บข้อมูลสำรองบนคลาวด์ เพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึง แชร์ใช้ และจัดเก็บไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ได้สะดวกและรวดเร็วไม่ต่างกับการทำงานอยู่ในสำนักงาน และมีความปลอดภัยสูง

ปัจจุบัน มีเครื่องมือที่ช่วยให้การใช้งานบริการไอที แอปพลิเคชันบนเว็บหรืออุปกรณ์มือถือ หรือการใช้งานเครือข่ายภายในองค์กร ผ่านอุปกรณ์ BYOD มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย อย่าง วีเอ็มแวร์ เวิร์คสเปซวัน (VMware Workspace One) สำหรับองค์กรที่เน้นความสำคัญเรื่องการควบคุมนโยบาย และการปกป้องข้อมูล

สามารถสร้างเครื่องมือระบุตัวตนชั้นป้องกันพิเศษ (Multi-Factor Authentication) ได้ ทั้งการใช้งานผ่านคลาวด์สาธารณะ หรือ คลาวด์ในองค์กร รวมถึง วีเอ็มแวร์ ฮอริซัน (VMware Horizon) ซึ่งช่วยสนับสนุน Cloud VDI ในการสร้างเดสก์ท็อป

และแอปพลิเคชันแบบเสมือ (Virtual Desktop & Virtual Application) บนเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้พนักงานสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อทำงานจากที่ไหนก็ได้

ปลอดภัยหลายช่องทางปัจจัยที่ธุรกิจต้องคำนึง

การจัด แพลตฟอร์มการสื่อสาร ที่ปลอดภัยหลายช่องทางให้เลือกใช้ในการติดต่อทางธุรกิจระหว่างพนักงาน ผู้บริหาร คู่ค้า และลูกค้า อย่าง อีเมล์ ระบบส่งข้อความแบบทันที ระบบประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ หรือ เว็บ คอนเฟอเรนซ์ การเพิ่มช่องทางการสื่อสารเฉพาะกลุ่มทำงาน

เช่น กรุ๊ปไลน์ ห้องแชทเฉพาะทีม (Team Room) รวมถึงดึงเอาศักยภาพของเครื่องมือดิจิทัล เช่น ไอโอที เอไอ วีอาร์ มาเสริมกิจกรรมการขาย และสื่อสารการตลาด (Digital Marketing) การนำเสนอสินค้าและบริการผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เพื่อทดแทนการที่เราไม่สามารถเข้าถึงตัวลูกค้าได้โดยตรง

การทำงานผ่านอินเทอร์เน็ตโดยผู้ใช้งานจากหลายตำแหน่งแห่งที่ หลากหลายแพลตฟอร์มและแอปพลิเคชัน คงทำให้เราพอมองเห็นภาพปริมาณของข้อมูล และการเชื่อมต่ออุปกรณ์จำนวนมาก ดังนั้น ประสิทธิภาพของ ระบบเครือข่าย จึงต้องรวดเร็ว โดยเฉพาะเแบนด์วิธ

ซึ่งอาจไต่ระดับไปถึงการใช้เทคโนโลยี 5G อย่างไรก็ตาม ควรจัดสรรแบนด์วิธให้เหมาะกับข้อมูลและงานแต่ละประเภท เช่น ช่องแบนด์วิธที่ไม่สูงมากเอาไว้สำหรับการส่งไฟล์งานเอกสารทั่วไป ส่วนแบนด์วิธสูง ๆ เอาไว้สำหรับการประชุมผ่านวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์

การนำเสนอไฟล์พรีเซ็นเตชัน การใช้งานวีอาร์ หรือ เอไอ นอกจากนี้ อาจจัดการทำงานให้เหลื่อมเวลากันในการออนไลน์เข้าสู่ระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งใช้แบนด์วิธจนทำให้การทำงานล่าช้า หรือระบบล่ม

การตระหนักถึง ความปลอดภัย ก็เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นการเชื่อมต่อการทำงานผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะนอกองค์กร ไม่ใช่เป็นการทำงานผ่านอินทราเน็ต หรือ ระบบเครือข่ายภายใน ที่องค์กรมีอำนาจควบคุมนโยบายและระบบรักษาความปลอดภัยได้เต็มรูปแบบ

ดังนั้น องค์กรควรพิจารณาถึงระบบความปลอดภัยของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือ ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสาธารณะต่าง  ๆ ร่วมด้วย รวมถึงมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการระบุตัวตน สิทธิในการเข้าถึงระบบธุรกิจหลักหรือศูนย์ข้อมูลขององค์กรเฉพาะที่จำเป็นต่อการทำงาน

YIP IN TSOI

และการตรวจสอบอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อเข้าสู่ระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตที่มาจากการใช้งานอุปกรณ์ BYOD ของพนักงานสามารถเจาะเข้าสู่ระบบไอทีขององค์กรในทุกทาง ที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงตัวอย่างที่พอให้องค์กรได้เห็นภาพการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนการทำงาน และธุรกิจจากสำนักงานสู่บ้าน

ให้เกิดประสิทธิภาพและปลอดภัยได้ทุกที่ ทุกเวลา ท่ามกลางสถานการณ์โรคระบาด และมาตรการเว้นระยะห่างที่คงอยู่กับเราไปอีกพักใหญ่ เทคโนโลยีไอทีจึงกลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยต่อติดชีวิตผู้คนในสังคม และต่ออายุธุรกิจให้ยืนระยะกันไปยาว ๆ จนกว่าวันอวสานโควิด19 จะมาถึง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.