แซดทีอี (ZTE) ได้รับการจัดอันดับใน CDP Climate A List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ติดอันดับ Top 4% ของบริษัทชั้นนำทั่วโลก…
highlight
- แซดทีอี ตอกย้ำผู้นำด้านความยั่งยืนระดับโลก โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ใน CDP Climate A List ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งถือเป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในประเทศจีนที่สามารถรักษามาตรฐานระดับสูงสุดนี้ได้ติดต่อกันอย่างยาวนาน ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ แซดทีอี ในการสร้างผลลัพธ์ที่วัดผลได้จริงผ่านยุทธศาสตร์ 4 มิติหลัก ได้แก่ การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Operation), ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain), โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยั่งยืน (Green Digital Infrastructure) และการสนับสนุนพันธมิตรให้เปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด (Green Empowerment)
ZTE ได้รับการจัดอันดับใน CDP Climate A List ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน เข้าท็อป 4% โลก

แซดทีอี ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารแบบครบวงจรระดับโลก ได้รับคะแนนระดับสูงสุดระดับ “A” ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจาก CDP อีกครั้ง ส่งผลให้ แซดทีอี ติดอันดับ Top 4% ของบริษัททั่วโลก
แซดทีอี ได้รับการจัดอันดับสูงสุดจาก CDP ทำให้เป็นบริษัทเพียงแห่งเดียวในจีนแผ่นดินใหญ่ ที่สามารถรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่อง ต่อต่อกันเป็นปีที่ 3 โดยความสำเร็จดังกล่าวฯ สะท้อนถึงการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้านการกำกับดูแลสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานด้านสภาพภูมิอากาศ
รวมถึง แซดทีอี ในฐานะบทบาทผู้นำในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับโลก ทั้งนี้ CDP คือองค์กรนานาชาติ ที่มีความน่าเชื่อถือในด้านการเปิดเผยข้อมูลสิ่งแวดล้อม และได้พัฒนาระบบการประเมิน ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เพื่อวัดผลการดำเนินงานขององค์กรในด้านการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพโดยรวม
ในปี 2025 มีบริษัทจำนวนมากกว่า 22,100 แห่งทั่วโลก คิดเป็นจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาดโลก เข้าร่วมเปิดเผยข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ป่าไม้ และความมั่นคงด้านน้ำ ผ่าน CDP โดยการได้รับคะแนนในระดับ “A” หมายถึง องค์กรที่อยู่ใน Top 4% ของโลก ซึ่งประกอบด้วย ด้านการกำกับดูแล การตั้งเป้าหมาย การดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ
แซดทีอี ได้ผสานแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม และคาร์บอนต่ำเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรอย่างลึกซึ้ง พร้อมขับเคลื่อน “ส้นทางดิจิทัลสีเขียว” (Green Digital Pathway) ผ่าน 4 มิติหลัก ได้แก่ Green Operation, Green Supply Chain, Green Digital Infrastructure และ Green Empowerment เพื่อสนับสนุนให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน

Green Operation
แซดทีอี ดำเนินโครงการประหยัดพลังงาน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลายโครงการ ส่งผลให้สามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้รวม 45 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ลง 13.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลิตภัณฑ์โทรคมนาคมของ แซดทีอี สามารถลดความเข้มข้นการปล่อยคาร์บอน
ในช่วงการใช้งาน และบำรุงรักษาลง 8.39% ขณะที่ผลิตภัณฑ์ปลายทางลดการปล่อยคาร์บอนรวมตลอดวงจรชีวิตสินค้าได้ 5.02% ต่อปี ในปี 2024 แซดทีอี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, 2 และ 3 รวมทั้งสิ้น 14.317 ล้านตัน เมื่อเทียบกับปี 2023

Green Supply Chain
แซดทีอี ได้นำข้อกำหนดด้านนวัตกรรมสีเขียวบูรณาการเข้าสู่ระบบบริหารจัดการซัพพลายเออร์ ตั้งแต่การทำสัญญา การตรวจประเมินในสถานที่ รวมถึงการประเมินผลการดำเนินงาน จนถึงในปัจจุบัน แซดทีอี ได้ตรวจประเมินความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) กับซัพพลายเออร์ด้านการผลิตมากกว่า 450 ราย ให้คำแนะนำแก่ 152 ซัพพลายเออร์ ในการจัดทำบัญชีคาร์บอนระดับองค์กร และช่วย 51 ซัพพลายเออร์ กำหนดเป้าหมายและมาตรการลดการปล่อยคาร์บอน

Green Digital Infrastructure
ปัจจุบัน แซดทีอี ถือครองสิทธิบัตรด้านเทคโนโลยีสีเขียวมากกว่า 800 รายการ และได้ดำเนินการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นต์ให้กับผลิตภัณฑ์แล้ว 240 รายการ ครอบคลุมทุกกลุ่มสินค้า ด้วยโซลูชันสีเขียวแบบครบวงจร ZTE ช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลกสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 10,000 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี

Green Empowerment
แซดทีอี ผสานเทคโนโลยีคลาวด์ โครงข่าย เครือข่าย IoT บิ๊กดาต้า และ AI เข้ากับอุตสาหกรรมดั้งเดิม เพื่อให้เกิดการเติบโตควบคู่กับการลดการปล่อยคาร์บอน แซดทีอี ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำมากกว่า 2,000 ราย พัฒนาโครงการนวัตกรรมสีเขียวที่ขับเคลื่อนด้วย 5G ใน 18 อุตสาหกรรม อาทิ เหล็ก โลหการ อิเล็กทรอนิกส์ ท่าเรือ ระบบราง เหมืองแร่ และพลังงาน พร้อมบุกเบิกกรณีใช้งานจริงมากกว่า 100 รูปแบบ
ความมุ่งมั่นระยะยาวของ แซดทีอี ด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนได้รับการยอมรับอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทได้รับการรับรองเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศจาก Science-Based Targets initiative (SBTi) ทั้งเป้าหมายระยะสั้นตามกรอบ 1.5°C และเป้าหมาย Net Zero ระยะยาว รวมถึงได้รับรางวัล EcoVadis Gold Medal ซึ่งจัดให้อยู่ในกลุ่ม Top 4% ของบริษัทที่ได้รับการประเมินทั่วโลก
ในฐานะสมาชิกของ UN Global Compact, Global e-Sustainability Initiative และ COP29 Green Digital Initiative แซดทีอี มุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า ในบทบาท “ผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล” อย่างต่อเนื่อง ร่วมมือกับพันธมิตร และลูกค้าทั่วโลก เพื่อมุ่งสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ชาญฉลาด และยั่งยืน พร้อมมีส่วนร่วมอย่างแข็งแกร่งในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกต่อไป
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























