แซดทีอี (ZTE) จับมือ 2 พาทเนอร์ VST ECS และ YAS หวนบุกตลาดไทยตั้งแต่ต้นปี เปิดตัวสมาร์ทโฟน 5 รุ่นรวดประเดิมตลาดผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟน และตลาดระดับกลาง ตั้งเป้าเตรียมปล่อยอีก 3-5 รุ่น ภายในปี 65…
highlight
- แซดทีอี คอร์ปอเรชัน (แซดทีอี) ประกาศเปิดตัว ในสมาร์ทโฟน 5G แซดทีอี 5 รุ่น ได้แก่ แซดทีอี Blade A31plus, แซดทีอี Blade A51, แซดทีอี Blade V30 Vita, Axon 30 5G และ Redmagic 7
- ผนึกกำลัง 2 ผู้จัดจำหน่ายชั้
นนำ ทั้งบริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด จากกลุ่ม เบญจจินดา ร่วมกันกระจายสมาร์ทโฟน แซดทีอี ครอบคลุมทุกช่องทางทั่วประเทศ ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ ทโฟน 5% ภายใน 3 ปีจากนี้ ด้วยสมาร์ทโฟนทั้งจาก แซดทีอี นูเบี ย (Nubia) และ Redmagic
ZTE จับมือ 2 พาทเนอร์หวนบุกตลาดไทยเปิดตัวสมาร์ทโฟน 5 รุ่นรวด

มร.ชอว์น เผย์ ผู้จัดการทั่วไป โทรศัพท์มือถือประจำประเทศไทย แซดทีอี คอร์ปอเรชัน เปิดเผยว่าในปี 2564 ที่ผ่านมา ธุรกิจเพื่อผู้บริโภค (Consumer Business) ของบริษัทฯ ทั้งโลก ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 กิจการหลัก นอกจากธุรกิจเกี่ยวกับผู้ให้บริการเครือข่าย (Operator Network) และธุรกิจเพื่อองค์กรรวมทั้งภาครัฐ
เติบโตกว่าปีที่ผ่านมาถึง 60% และทำรายได้จากการส่งผลิตภัณฑ์ไปต่างประเทศเติบโตได้เพิ่มขึ้นมากถึง 50% เพื่อการขยายตัวทางธุรกิจดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
บริษัทฯ จึงมีนโยบายขยายตลาดไปยังต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่ แซดทีอี มองเห็นโอกาส และศักยภาพสำหรับสมาร์ทโฟนที่กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวันแบบ นิวนอร์มอล

“ประเทศไทยเป็นตลาดที่น่าสนใจ และ แซดทีอี ให้ความสำคัญกับการเข้ามาเปิดตลาดในครั้งนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป มีการใช้งานสมาร์ทโฟนเพิ่มขึ้นในชีวิตประจำวัน
โดยเฉพาะที่การสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสะท้อนได้ชัดเจนจากจำนวนผู้ใช้งานอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยที่เติบโตเฉลี่ย 15% ทุกปี และสัดส่วนผู้ใช้งานซื้อของออนไลน์ผ่านโทรศัพท์มือถือมีมากถึง 70% ประกอบกับการที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยต่างจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาด
เพื่อให้ผู้บริโภคสนใจใช้บริการบนเครือข่าย 5G จึงทำให้สมาร์ทโฟน 5G คุณภาพดี ในราคาที่เอื้อมถึงง่ายเป็นที่ต้องการในขณะนี้ ทั้งกลุ่มผู้เริ่มใช้สมาร์ทโฟนก็เป็นเซ็กเมนต์ที่ยังมีความต้องการอยู่มาก เนื่องจากสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่มีอยู่ในตลาดยังขาดผลิตภัณฑ์ที่ได้คุณภาพ”
ผนึกกำลัง 2 พาทเนอร์ไทยเสริมแกร่งช่องทางจำหน่าย

ทิศทางในการดำเนินธุรกิจของสมาร์ทโฟน แซดทีอี ในประเทศไทย มาพร้อมกับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ที่จะผนึกกำลังกับแบรนด์สมาร์ทโฟนของบริษัทในเครือ ทั้ง แซดทีอี นูเบีย (Nubia) และ Redmagic รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ในอีโตซิสเต็มของ แซดทีอี เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลาย
พร้อมแผนการตลาดที่มีกลยุทธ์เพื่อสร้างแบรนด์ผ่านการสื่อสารการตลาด และการประชาสัมพันธ์ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ นอกจากนี้ แซดทีอี ยังให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่าย และช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งจะใช้การบริหารช่องทางแบบ Omni–Channel โดยได้เป็นพันธมิตรผู้จัดจำหน่ายชั้นนำ 2 ราย
คือ บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (VST ECS) และ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (YAS) ในกลุ่ม เบญจจินดา ให้ร่วมกันช่วยกระจายสมาร์ทโฟน แซดทีอี ครอบคลุมทุกช่องทางทั่วประเทศ ทั้งนี้ แซดทีอี ตั้งเป้าชิงส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟน 2% ในปี 2565 นี้ และจะเพิ่มเป็น 5% ภายใน 3 ปี จากนี้

สมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วีเอสที อีซีเอส ดำเนินธุรกิจเป็น “ดิสทริบิวเตอร์“ สินค้า และโซลูชันไอทีชั้นนำของไทยมายาวนานกว่า 30 ปี โดยหนึ่งในสินค้าที่เราโฟกัส คือ กลุ่มโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่ให้ความคุ้มค่าสูง
สำหรับการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนให้กับ แซดทีอี ทาง วีเอสที อีซีเอสจะดูแลรับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันตก กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยจัดจำหน่ายผ่านทั้งช่องทางหน้าร้านดีลเลอร์ และช่องทางออนไลน์ในพื้นที่ดังกล่าว
ปัจจุบันบริษัทฯ มีดีลเลอร์ที่เป็นพันธมิตรในพื้นที่รับผิดชอบกว่า 7,000 ราย กลยุทธ์ของบริษัทฯ คือให้ความสำคัญกับการสร้างทีมงานที่เชี่ยวชาญ เพื่อให้โฟกัสการเติบโตของธุรกิจสมาร์ทโฟนโดยเฉพาะ รวมถึงสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า และพยายามพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติมเพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ด้าน ปภาพรต ภู่ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ YAS ในกลุ่มเบญจจินดา กล่าวว่า YAS ดำเนินธุรกิจเป็น “ดิสทริบิวเตอร์“ กลุ่มโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน เป็นผู้จัดจำหน่ายทีมีประสบการณ์ยาวนาน และครอบคลุมทุกช่องทางการจัดจำหน่ายในประเทศ
ที่สำคัญมีวิสัยทัศน์ และเป้าหมายที่สอดคล้องกับการบุกตลาดของ แซดทีอี ในประเทศไทย YAS ได้รับการแต่งตั้งให้จัดจำหน่าย และจัดส่งสมาร์ทโฟนให้กับ แซดทีอี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล รับผิดชอบทั้งการจัดจำหน่ายให้กับหน้าร้านขายโทรศัพท์มือถือ และช่องทางออนไลน์ในพื้นที่ดังกล่าว
รวมจำนวนพันธมิตรช่องทางจัดจำหน่ายในพื้นที่ดังกล่าวกว่า 3,500 ราย ด้วยความพร้อมของระบบการจัดการที่ได้มาตราฐานและทันสมัย ทีมงานที่มีคุณภาพ และประสบการณ์ มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพันธมิตรในพื้นที่ ประกอบกับตลาดยังขาดสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้นที่มีคุณภาพ
จึงเชื่อมั่นว่าจะสมาร์ทโฟนจาก แซดทีอี จะได้รับการตอบรับจากตลาด โดยเฉพาะสมาร์ทโฟน 5G และสมาร์ทโฟนระดับเริ่มต้น
แซดทีอี คอร์ปอเรชัน มีความเชี่ยวชาญรวมทั้งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และสร้างการเปลี่ยนแปลง 5G ของโลก ซึ่งเป็นการวางรากฐาน สู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นการส่งเสริม และกระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมใหม่ในภาพรวมของประเทศ และโลก
ในขณะที่อุปกรณ์ใช้งานบนเครือข่ายดังกล่าวอย่างสมาร์ทโฟนนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีและเชื่อมต่อโลกออนไลน์เพื่อการดำเนินชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น โดยตั้งแต่ปี 2541 ที่ได้เริ่มก่อตั้งทีมวิจัยและพัฒนาโทรศัพท์มือถือ แซดทีอี จนถึงปัจจุบัน
บริษัทฯ ได้นำนวัตกรรม และเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิสัยทัศน์เพื่อทำให้สามารถเชื่อมต่อ และไว้วางใจได้ทุกที่ และภารกิจเพื่อเชื่อมต่อโลกด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตที่ดีดว่า ให้ผู้ใช้ทั่วโลกสนุกไปกับการสื่อสารรอบด้าน ทั้งเสียง ข้อมูล มัลติมีเดีย และบรอดแบนด์ไร้สาย
กลับมาอีกด้วยความพร้อมกว่าเดิม พร้อมทำตลาดในไทยต่อเนื่อง

มร.ชอว์น เผย์ ให้ความเห็นถึงการกลับมาทำตลาดในประเทศไทยว่า การกลับมาทำตลาดของ แซดทีอี ในประเทศไทยในครั้งนี้ เนื่องจากเรามองว่าประเทศไทยมีความพร้อมทางด้านดครงข่ายสัญญาณมากขึ้นมากบวกกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเองก็ต้องการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำให้เป็นโอกาสที่ดีที่ แซดทีอี
จะนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยจาก แซดทีอี ได้ง่ายกว่าในอดีต ซึ่งเราจะใช้ประสบการณ์เก่า ทั้งในแง่ที่ดี และไม่ดี ที่เคยเข้ามาลองทำตลาดแล้วในไทยนำไปปรับปรุงรูปแบบ และวิธีการในการทำตลาดรวมกับพาทเนอร์ที่มีความเข้มแข็งในไทยเพื่อสร้างกระบวนการทำงานที่รวดเร็วมากขึ้นในการตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย
ซึ่งกรร่วมมือกับทาง บริษัท วีเอสที อีซีเอส (ประเทศไทย) จำกัด (VST ECS) และ บริษัท วายเอ เซลส์ แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (YAS) ซึ่งเป็น 2 ดิสทริบิวเตอร์ ชั้นนำจะทำให้ แซดทีอี สามารถส่งมอบสินค้า และบริการได้ดีกว่าเก่าโดย แซดทีอี เชื่อว่าทั้ง 2 ดิสทริบิวเตอร์ ซึ่งมีความเข้มแข็งในการจัดจำหน่ายในแต่ภูมิภาค
จะสามารถทำหน้าที่ในการนำเสนอสินค้าของ แซดทีอี ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีร้านลูกข่ายอยู่ในมือจำนวนมาก โดยสมาร์ทโฟนทั้ง 5 รุ่น ที่เปิดตัวในวันนี้ถือเป็นสมาร์ทโฟนที่เหมาะกับความต้องการแต่ล่ะเซกเมนต์ของผู้บริโภค และแน่นอนว่าการกลับมาทำตลาดในประเทศไทยครั้งนี้ แซดทีอี มีความมุ่งมั่นอย่างจริงจัง

ในการนำเสนอสมาร์ทโฟนที่ดีมีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง โดย แซดทีอี มีเป้าหมายที่จะนำเสนอแบรนด์สมาร์ทโฟนของบริษัทในเครือ ทั้ง แซดทีอี นูเบีย (Nubia) ZTEBlade, Axon และ Redmagic ตลอดทั้งปี รวมแล้วไม่ต่ำกว่า 8-10 รุ่น โดยหลังจาก 5 รุ่น ที่เปิดตัวในวันนี้ แซดทีอี มีความตั้งใจจะนำเสนอเพิ่มเติม 3-5 รุ่น แต่จะเป็นเซกเมนต์ใดต้องรอติดตาม
เปิดตัว 5 สมาร์ทโฟน ใหม่ล่าสุด

ZTEBlade A31 Plus จอใหญ่ขนาด 6 นิ้ว กล้องหลัก 8MP AI พร้อม LED แฟลช กล้องหน้า 5MP แบตเตอรี่ 3000mAh รองรับการชาร์จ 10W รองรับ Google Assistant 2 ซิม (Nano SIM) 4GLT หน่วยความจำภายใน RAM 2GB ROM 32 GB ราคา 2,599 บาท

ZTEBlade A51 จอใหญ่ขนาด 6.5 นิ้ว HD+ กล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 13MP + 2MP พร้อม LED แฟลช กล้องหน้า 5MP แบตเตอรี่ 3200mAh รองรับการชาร์จ 10W รองรับ Google Assistant 2 ซิม (Nano SIM) 4GLT หน่วยความจำภายใน Ram 3GB ROM 64 GB ราคา 3,699 บาท

ZTEBlade v30vita จอใหญ่ขนาด 6.75 นิ้ว 90Hz ความละเอียด HD+ จอหยดน้ำ กล้องหลัง 2 ตัว ความละเอียด 48MP + 2MP AI พร้อม LED แฟลช กล้องหน้า 8MP แบตเตอรี่ 6000 mAh รองรับการชาร์จ 22.5W ชาร์จไว
รองรับ Google Assistant 2 ซิม (Nano SIM) 4GLT รุ่นหน่วยความจำภายใน ROM 4GB RAM 64 GB ราคา 4,999 บาท และรุ่นหน่วยความจำภายใน ROM 4GB RAM 128 GB ราคา 5,299 บาท

Axon 30 5G จอใหญ่ขนาด 6.92 นิ้ว FHD+ AMOLED ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon 870 ระบบปฏิบัติการ แซดทีอี MyOS11 บน Android 11 กล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียด 64MP + 8 MP + 5MP + 2MP พร้อมแฟลช กล้องหน้า 16MP แบตเตอรี่ 4200 mAh
รองรับการชาร์จไว 55W 2 ซิม (Nano SIM) 5G ซึ่งคาดว่าจะนำมาจำหน่ายทั้งรุ่นหน่วยความจำภายใน ROM 8GB RAM 128 GB และรุ่นหน่วยความจำภายใน ROM 12GB RAM 256 GB ราคาประมาณ 12,990 บาท และ 17,990 บาท ตามลำดับ

Redmagic 7 จอใหญ่ขนาด 6.8 นิ้ว มีความเร็วในการเปลี่ยนภาพของหน้าจอถึง 165Hz พร้อมความเร็วในการตอบสนองต่อการกดของหน้าจอที่ 720 Hzชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon 8 Gen 1 และมีระบบระบายความร้อนตัวเครื่อง แบตเตอรี่ขนาด 4500 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 65W 2 ซิม (Nano SIM) ที่เหมาะ
กับสายเกมเมอร์ มี 3 รุ่น คือ รุ่น SUPERNOVA หน่วยความจำ ROM 18GB RAM 256GB รุ่น PULSAR หน่วยความจำ ROM 16GB RAM 256GB และรุ่น OBSIDIAN หน่วยความจำ ROM 12GB RAM 128GB ในราคาประมาณ 31,990 บาท / 28,990 บาท และ 24,990 บาท ตามลำดับ

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























