อว. จับมือ NIA มอบของขวัญปีใหม่ ให้คนไทยด้วยนวัตกรรมหน้ากากอนามัยใช้ซ้ำได้ “P-Mask” ตั้งเป้าลดผลกระทบ “พีเอ็ม 2.5 และโควิด -19”…
highlight
- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมกับบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ส่งต่อ “P-Mask” หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ และชุดหน้ากาก PAPR ให้กับสถานพยาบาลในย่านนวั
ตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริ การทางการแพทย์ที่มีผู้เข้ารั บการรักษามากที่สุดในประเทศไทย เพื่อมอบให้กับบุ คลากรทางการแพทย์ และประชาชนที่มาใช้บริ การสถานพยาบาลในเครือมหาวิทยาลั ยมหิดล กรมการแพทย์ และกรมการแพทย์ทหารบก ทดแทนการใช้หน้ากากอนามัยชนิ ดใช้ครั้งเดียว ซึ่งนอกจากคุณสมบัติพิเศษที่ช่ วยในการกรองเชื้อไวรัสโคโรน่า 19 แล้วยังสามารถป้องกันฝุ่นละออง PM 2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ได้ดี และถูกออกแบบให้หายใจได้ สะดวกขณะสวมใส่
อว. จับมือ NIA มอบของขวัญปีใหม่ ให้คนไทยด้วยนวัตกรรมหน้ากากอนามัยใช้ซ้ำได้
ผศ.ดร. ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการและโฆษกกระทรวง อว. กล่าวว่า อว. ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า หรือ โควิด-19 และปัญหาฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยองค์ความรู้ เครือข่าย
และความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งหน่วยงานภายในการกำกับของกระทรวงฯ ภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการแก้ไข ป้องกัน และบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ต่าง ๆ เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดโอกาสการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์กระแสสังคมในช่วงนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะการปรับตัวของภาคเอกชน ซึ่งผลงานนวัตกรรม “หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้“ ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างสรรค์นวัตกรรมจากวิกฤตที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัย ลดปริมาณขยะมหาศาลจากการทิ้งหน้ากากอนามัยชนิดใช้ครั้งเดียว
อีกทั้งยังสามารถนำมาต่อยอดเป็น “นวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ หรือ ชุดหน้ากาก PAPR“ สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเองในการผลิตวัสดุ
และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล แสดงถึงศักยภาพความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมของคนไทยว่าไม่ด้อยไปกว่าชาติใดในโลก ซึ่งจะส่งผลต่อการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น “ประเทศแห่งนวัตกรรม“ ต่อไปในอนาคต

ขวัญที่จะส่งมอบให้กับคนไทยในช่วงปีใหม่
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ เอ็นไอเอ มีการผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเครือข่ายย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งประกอบด้วยโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถาบันวิจัย ทั้งภาครัฐ และเอกชน
เกือบ 20 แห่ง ที่มีขีดความสามารถในการให้บริการสุขภาพ และการวิจัยพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ระดับสูง เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน และสังคม เสมือนของขวัญที่จะส่งมอบให้กับคนไทยในช่วงปีใหม่นี้
โดยเฉพาะนวัตกรรมการแพทย์วิถีใหม่ นวัตกรรมการแพทย์ทางไกล กลไกการส่งเสริมสุขภาพเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย รวมถึงนวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม และรองรับความเป็นสังคมเมือง

ในช่วงการระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านมา เอ็นไอเอ ได้สนับสนุนเงินทุนให้กับบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด ในวงเงิน 2.895 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรม “หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้“ ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศรีษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ
หรือ ชุดหน้ากาก PAPR สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ได้อีกด้วย โดยปัจจุบันดำเนินโครงการเสร็จสิ้นเรียบร้อย พร้อมส่งต่อสู่การใช้จริงในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และประชาชน จึงส่งมอบ “หน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้” จำนวน 6,000 ชิ้น และ “ชุด PAPR” จำนวน 250 ชุด
ให้กับสถานพยาบาลภายในย่านนวัตกรรมการแพทย์โยธี ซึ่งเป็นพื้นที่ให้บริการทางการแพทย์ที่มีผู้เข้ารับการรักษามากที่สุดในประเทศไทย โดยจัดสรรให้กับกรมการแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก และมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อกระจายให้กับบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปหรือผู้ป่วยที่เข้ามาใช้บริการในสถานพยาบาลต่าง ๆ

ด้าน ดร.เจริญ ตั้งตรงเบญจศีล กรรมการบริษัท พรีมา เลเซอร์ เทอร์ราพี จำกัด กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการทำหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้คือ ต้องการลดขยะพลาสติกที่มาจากการใช้หน้ากากอนามัย เพราะที่ผ่านมามีขยะพลาสติกที่เกิดจากการใช้แล้วทิ้งเป็นจำนวนมาก
ประกอบกับเป็นช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาโควิด-19 และการเข้าถึงหน้ากากอนามัยที่เป็นไปอย่างลำบาก โดยบริษัทได้รับการสนับสนุนเงินทุนจาก เอ็นไอเอ เพื่อดำเนินการผลิตหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำ 2 รูปแบบ ประกอบด้วย

- P–Mask นวัตกรรมหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ ประกอบด้วยฟิลเตอร์ที่ผลิตจากเทฟลอน (PTFE) ซึ่งมีรูพรุนขนาดเล็กสามารถกรองไวรัสและฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนาน สามารถทำความสะอาดได้ นอกจากนี้ ผ้าด้านในยังใช้เส้นใยที่เคลือบซิลเวอร์นาโน ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังและละอองน้ำลาย จึงไม่เกิดกลิ่นเหม็นจากการใช้งาน สำหรับการทดลองที่ผ่านมาพบว่าหน้ากากผ้าสามารถป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กตั้งแต่ 0.1 -0.3 ไมครอนได้มากถึง 95% และสามารถป้องกันฝุ่นละอองที่มีขนาดใหญ่กว่า 0.5 ไมครอนได้ถึง 99% โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ นอกจากนี้ เมื่อสวมใส่แล้วช่วยให้หายใจสะดวก ไม่ทำให้ใบหน้าระคายเคือง สามารถถอดแยกเพื่อทำการซักล้างได้ มีอายุการใช้งานที่นานกว่าหน้ากากผ้าทั่วไป

- นวัตกรรมหน้ากากป้องกันเชื้อโรคแบบคลุมศีรษะชนิดมีพัดลมพร้อมชุดกรองอากาศ (Powered Air Purifying respirator : PAPR) มีลักษณะเป็นหมวกคลุมศีรษะและปั๊มลมช่วยดันลม ใช้ฟิลเตอร์เป็นเทฟลอนเช่นเดียวกัน โดยอุปกรณ์ดังกล่าวป้องกันเฉพาะส่วนคอถึงศีรษะเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ใช้ร่วมกับชุด PPE-Personal Protective Equipment โดยปั๊มลมด้านหลังนอกจากจะช่วยในเรื่องการหายใจแล้วยังสามารถกรองเชื้อไวรัสได้อีกด้วย
“การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการช่วยเหลือสังคมนั้นเป็นสิ่งที่บริษัทได้ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอนาคตทั้งสองนวัตกรรมนี้จะยังคงพัฒนาและส่งต่อไปสู่สังคม ทั้งในภาคประชาชน และกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อให้ระบบสาธารณสุขและสุขภาพของคนไทยเป็นไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น
โดยเฉพาะในส่วนของหน้ากากอนามัยชนิดใช้ซ้ำได้ บริษัทจะมีการปรับราคาจำหน่ายให้เหมาะสม และกระจายสู่ช่องทางที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยยังจะมุ่งพัฒนานวัตกรรมอื่น ๆ เพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ และวิถีชีวิตแบบ New Normal ให้กับคนไทยในอนาคตต่อไป” ดร.เจริญ กล่าวทิ้งท้าย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























