ออราเคิล (Oracle) เผยผลวิจัย 66% ผู้คนในเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น เชื่อมั่นโปรแกรมบอท ในขณะที่มนุษย์ล้มเหลวด้านความยั่งยืนขององค์กร…
Oracle เผยผลวิจัย 66% ผู้คนในเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่น เชื่อมั่นโปรแกรมบอท
งานศึกษาครั้งใหม่ของ ออราเคิล ร่วมกับ พาเมลา รัคเกอร์ ที่ปรึกษาผู้บริหารเทคโนโลยี
และต้องการให้ภาคธุรกิจมี
ทั้งยังต้องการให้ภาคธุรกิจเริ่

ผู้คนในเอเชียแปซิฟิก และญี่ปุ่ นต้องการให้ภาคธุรกิ จทำโครงการด้านความยั่งยืน และสั งคมที่ชัดเจน
เหตุการณ์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมาชี้
- ผู้คน 95% เชื่อว่าการดำเนินงานด้านความยั่
งยืนและสังคมมีความสำคัญมากกว่ าในอดีตที่ผ่านมา และ 81% กล่าวว่าเหตุการณ์ตลอดสองปีนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาเปลี่ ยนแปลงตัวเอง - ผู้ตอบแบบสอบถาม 94% เชื่อว่าสังคมยังไม่มีความก้
าวหน้ามากพอในเรื่องนี้ 40% กล่าวว่าสาเหตุที่ยังขาดความก้ าวหน้าเป็นเพราะผู้คนกำลังยุ่ งวุ่นวายกับเรื่องอื่น ๆ มากเกินไป 43% เชื่อว่านี่เป็นผลจากการให้ ความสำคัญกับผลกำไรระยะสั้ นมากกว่าประโยชน์ระยะยาว และ 37% เชื่อว่าผู้คนเกียจคร้านหรือเห็ นแก่ตัวเกินกว่าที่จะลุกขึ้ นมาช่วยเยียวยาโลกใบนี้ - 50% เชื่อว่าภาคธุรกิจสามารถสร้
างการเปลี่ยนแปลงด้านความยั่งยื นและปัจจัยทางสังคมที่เปี่ยมคุ ณค่าได้มากกว่าบุคคลทั่วไปหรื อภาครัฐบาล - ผู้คน 75% ผิดหวัง และเบื่อหน่ายที่ไม่ได้
เห็นความก้าวหน้าจากภาคธุรกิ จจนถึงวันนี้ และ 91% เชื่อว่าการที่ภาคธุรกิจให้ ความสำคัญกับเรื่องงแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) นั้นยังไม่เพียงพอ พวกเขายังต้องการเห็นการปฏิบัติ และหลักฐานที่ชัดเจนด้วย - 89% เชื่อว่าภาคธุรกิจจะสร้างความก้
าวหน้าได้มากกว่าในเรื่องความยั่ งยืน และเป้าหมายทางสังคมผ่ านความช่วยเหลือของปัญญาประดิ ษฐ์ และ 66% ยังเชื่อว่าโปรแกรมบอท จะทำสำเร็จในขณะที่มนุษย์ล้ มเหลวในงานนี้
อคติของมนุษย์ และปั ญหาในการดำเนินงานคืออุ ปสรรคสำหรับภาคธุรกิจ
ผู้บริหารธุรกิจทราบดีว่
- ผู้บริหาร 93% เชื่อว่าความยั่งยืน และแผนงานด้
าน ESG มีความสำคัญอย่างยิ่งต่ อความสำเร็จขององค์กร บรรดาผู้บริหารต่างระบุถึ งประโยชน์หลัก 3 ข้อหลัก ได้แก่ การเพิ่มกำลังการผลิต (42%) การเสริมสร้างความเข้มแข็ งของแบรนด์ (40%) และ การดึงดูดลูกค้าใหม่ (37%) - ผู้บริหารธุรกิจเกือบทั้งหมด (93%) ต่างเผชิญกับอุปสรรคใหญ่เมื่
อดำเนินงานโครงการด้านความยั่ งยืน และ ESG ซึ่งในบรรดาความท้าทายที่ยากที่ สุดยังรวมถึงการรวบรวมเกณฑ์ด้าน ESG จากบริษัทคู่ค้า และบุคคลภายนอก (39%) การขาดแคลนข้อมูล (37%) และการรายงานผลด้วยมนุษย์ซึ่ งใช้เวลามาก (35%) - 97% ของผู้บริหารระดับสูงยอมรับว่
าอคติ และอารมณ์ของมนุษย์มั กทำให้การปฏิบัติงานไขว้ เขวออกจากเป้าหมายสุดท้าย และ 91% เชื่อว่าองค์กรที่ใช้เทคโนโลยี ขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่ างยั่งยืนจะประสบความสำเร็ จในระยะยาว - ผู้บริหารระดับสูง 94% เชื่อมั่นโปรแกรมบอตมากกว่ามนุ
ษย์ในการตัดสินใจด้านความยั่งยื น และสังคม พวกเขาเชื่อว่ าโปรแกรมบอตทำงานได้ดีกว่าทั้ งในการรวบรวมข้อมูลที่มีรู ปแบบแตกต่างกันโดยไม่เกิดข้อผิ ดพลาด (48%) การตัดสินใจตามหลั กตรรกะโดยปราศจากอคติ (46%) และการทำนายผลลัพธ์ในอนาคตบนพื้ นฐานของหลักเกณฑ์/ประสิทธิ ภาพการทำงานในอดีต (45%) - ผู้บริหารระดับสูงเชื่อว่าผู้
คนยังเป็นองค์ประกอบสำคัญต่ อความสำเร็จของโครงการด้ านความยั่งยืน และสังคม และเชื่อว่ามนุษย์ยังคงทำงานได้ ดีกว่าในการสร้างความเปลี่ ยนแปลงบนพื้นฐานผลตอบรับของผู้ ถือประโยชน์ (51%) การให้ข้อมูลข่าวสารที่จำเป็ นแก่กันเพื่อการตัดสินใจ (48%) และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ อาศัยข้อมูลบริบทแวดล้อม (45%)

ผู้คนพร้อมตัดขาดธุรกิจที่ไม่มี การดำเนินงานด้านความยั่งยื น และสังคม
ภาคธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคั
- ผู้คน 95% ต้องการให้เกิดความก้าวหน้
าของปัจจัยด้านความยั่งยืน และสั งคม เพื่อสร้างแนวทางการดำรงชีวิตที่ ดียิ่งขึ้น (53%) เพื่อปกป้องโลกแก่คนรุ่นต่อไป (49%) และเพื่อสร้างความเท่าเทียมกั นทั่วโลก (49%) - 74% ยินดีตัดความสัมพันธ์กับแบรนด์
ที่ไม่ดำเนินโครงการด้านความยั่ งยืนและสังคมอย่างจริงจัง และ 72% ยังพร้อมลาออกจากบริษัทที่ทำอยู่ ในปัจจุบันเพื่อไปหาแบรนด์อื่ นที่ให้ความสำคัญกับการดำเนิ นงานในเรื่องเหล่านี้มากกว่า - ถ้าองค์กรสามารถแสดงให้เห็นได้
อย่างชัดเจนถึงความก้าวหน้ าในการดำเนินงานด้านความยั่งยื น และสิ่งแวดล้อม ผู้คนจะยินดีจ่ายเพิ่มเติมให้ แก่ค่าสินค้า และบริการของแบรนด์ นั้น (89%) ทำงานให้กับบริษัทนั้น (87%) และลงทุนในบริษัทนั้น (86%) - ผู้บริหารระดับสูงเข้าใจถึ
งความสำคัญและความเร่งด่วน โดย 95% เชื่อว่าเกณฑ์วัดความยั่งยื น และสังคมควรถูกนำมาใช้เพื่ อรายงานผลเกณฑ์ทางธุรกิจแบบดั้ งเดิม และ 92% ต้องการเพิ่มการลงทุนในด้ านความยั่งยืน

ทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ เริ่มให้ความสำคัญกับประเด็นด้
โดยเฉพาะในประเทศไทย หน่วยงานด้านความมั่นคงปลอดภั
แต่ความจริงก็คือเรื่องนี้ไม่
แม้ว่าในประเทศไทยธุรกิจส่วนใหญ่จะใช้ระบบโปรแกรมบอท ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ในส่วนของงานบริการ แต่ก็มีแนวโน้มที่นำไปใช้ในส่วนงานพัฒนาบุคลากรมากขึ้นเเล้วเช่นกัน โดยใช้การเรียนรู้พฤติกรรม ความต้องการของพนักงงาน เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบงานทำงาน และพัฒนาสกิลให้เหมาะสม
ทำให้สามารถลดอัตราการลาออกของพนักงานภายในองค์กรได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้ในส่วนงานเก็บข้อมูลเพื่อให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act : PDPA) ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ด้วยเช่นกัน

ขณะที่ พาเมลา รัคเกอร์ ที่ปรึกษาผู้บริหารเทคโนโลยี
แม้ยังมีความท้าทายต่อประเด็
และนี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสทอง เพราะในขณะที่แนวคิดมีการพัฒนา เทคโนโลยีก็เช่นเดียวกัน และเทคโนโลยียังมีบทบาทสำคั

“เมื่อพิจารณาถึงการมีส่วนร่
ดังนั้น จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่เราต้องรี

ด้าน วิลล์ ไซมอนส์ หัวหน้าฝ่ายงานความยั่งยื
ผลการศึกษาครั้งนี้แสดงให้เห็
ซึ่งในการดำเนินงานเรื่องนี้ องค์กรต่าง ๆ ต้องทบทวนแนวทางการใช้เทคโนโลยี
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























