AIS ร่วมกับ Huawei ทดสอบ AI บนโครงข่าย 5G กับบริการ AI Calling

AI Calling

เอไอเอส (AIS) ร่วมกับ หัวเว่ย เทคโนโลยี (Huawei Technology) ทดสอบ ผสานนวัตกรรม AI บนโครงข่าย 5G กับบริการ AI Calling ยกระดับการสื่อสารไร้พรมแดน…

highlight

  • เอไอเอส เดินหน้าเสริมศักยภาพโครงข่ายอัจฉริยะ (Autonomous Network) ช่วยยกระดับการให้บริการเครือข่ายอย่างเหนือขีดจำกัดครั้งแรกของโลก เปิดตัวบริการ “AIS AI Calling” (เอไอเอส เอไอ คอลลิ่ง) ฟีเจอร์แปลภาษาแบบเรียลไทม์ ระหว่างการโทร ใช้งานได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม บนเครือข่าย เอไอเอส 5G เท่านั้น เปลี่ยนการสื่อสารข้ามภาษาสู่ประสบการณ์ไร้พรมแดน ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตอกย้ำการเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ (Cognitive Tech-Co) ที่พร้อมนำนวัตกรรมแห่งอนาคตมาให้ลูกค้าได้สัมผัสก่อนใคร เตรียมเปิดให้บริการบนสมาร์ตโฟน Huawei Mate XT และ Huawei Mate X6 ภายในเดือนมิถุนายน 2568 นี้ และขยายสู่รุ่นอื่น ๆ ในอนาคต

AIS ร่วมกับ Huawei ทดสอบ AI บนโครงข่าย 5G กับบริการ AI Calling เชื่อมสื่อสารข้ามภาษาแบบไร้พรมแดน

AI Calling
ศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส

ศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอส เอไอ คอลลิ่ง เป็นบริการที่เราพัฒนาร่วมกับ Huawei พันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อยกระดับการสื่อสารให้ล้ำสมัย และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

โดยผู้ใช้งานสามารถพูดในภาษาของตนเอง ขณะที่ปลายสายจะได้ยินเป็นอีกภาษาหนึ่งทันที ช่วยลดข้อจำกัดด้านภาษาในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจ และงานบริการ ถือเป็นรายแรกของโลกที่ให้บริการแปลภาษาแบบ Voice-to-Voice Real-Time บนเครือข่ายโทรศัพท์

และนับเป็นก้าวสำคัญในการนำนวัตกรรม AI ผสานกับโครงข่าย 5G เพื่อยกระดับการใช้งานของผู้ใช้ทุกกลุ่ม โดยเฉพาะในโลกที่การเชื่อมต่อไร้พรมแดนเป็นสิ่งจำเป็น

“เอไอเอส เอไอ คอลลิ่ง” บริการเสียงเชื่อมโลกแบบเรียลไทม์

AI Calling

เอไอเอส เอไอ คอลลิ่ง มาพร้อมจุดเด่นที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น การแปลภาษาในรูปแบบ Voice-to-Voice เรียลไทม์ระหว่างสนทนา, ใช้งานผ่านเครือข่าย เอไอเอส 5G ได้ทันที โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ เพิ่ม, รองรับการใช้งานหลากหลายสถานการณ์

นอกจากนี้ ยังสามารถแปลภาษาในรูปแบบ Voice-to-Text โดยจะแสดงคำแปลเป็นข้อความซับไตเติ้ลบนหน้าจอแบบคำต่อคำอย่างแม่นยำและต่อเนื่อง เติมเต็มประสบการณ์การสื่อสารที่ไร้รอยต่อ ปัจจุบันฟีเจอร์ Voice-to-Voice รองรับ 3 ภาษา

ได้แก่ ไทย, อังกฤษ และจีน ส่วน Voice-to-Text จะรองรับภาษา อังกฤษ และ จีน โดยจะพร้อมใช้งานบนสมาร์ตโฟนรุ่น Huawei Mate XT Ultimate Design และ Huawei Mate X6 ภายในเดือนมิถุนายน 2568 และขยายสู่สมาร์ตโฟนรุ่นอื่น ๆ พร้อมรองรับภาษาต่าง ๆ เพิ่มเติมต่อไป

AI Calling

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay