ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ต่อยอดจากแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจดัน “ร้านไปรษณีย์ไทย” สู่ธุรกิจแฟรนไชส์ที่สนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่…
Thailand Post สนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ออกแบบโมเดลร้านแฟรนไชส์ต่อยอดภาพแบรนด์ที่คนไทยไว้วางใจ
ในวันที่โลกหมุนเร็วจนหลายธุรกิจต้องล้มหาย แต่หนึ่งโมเดลธุรกิจที่ยังคงยืนหยัด และเติบโต คือ “ธุรกิจแฟรนไชส์“ ที่กลายเป็นคำตอบของผู้ประกอบการหน้าใหม่ที่ไม่อยากเสี่ยงกับการเริ่มต้น “ร้านไปรษณีย์ไทย“ ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่แข็งแกร่ง และน่าเชื่อถือ มีพลังทางการตลาดสูง
เพราะไม่เพียงให้บริการรับฝากสิ่งของทั้งใน และต่างประเทศ แต่ยังครอบคลุมบริการทั้งการเงิน ค้าปลีก ฯลฯ การร่วมเป็นตัวแทนเปิด “ร้านไปรษณีย์ไทย” จึงไม่ใช่แค่การซื้อแฟรนไชส์จากแบรนด์ที่คนรู้จัก แต่คือการลงทุนในธุรกิจ ที่เติบโตได้จริงในโลกที่ขับเคลื่อนด้วยอีคอมเมิร์ซที่เชื่อมต่อผู้คน และธุรกิจทั่วประเทศ

“THP Marketing Power Franchise“
ไปรษณีย์ไทย ได้ออกแบบโมเดลร้านแฟรนไชส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการ และสนับสนุนผู้คนที่มีความมุ่งมั่นอยากมีธุรกิจเป็นของตนเอง สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ไม่ยากโดยใช้พื้นที่เพียง 6 ตารางเมตร พร้อมอัตราค่าตอบแทนที่ชัดเจน สูงสุดถึง 25% (สำหรับบริการบางประเภท) พร้อมการสนับสนุนอย่างครบวงจร
ทั้งในด้านแบรนด์ การขนส่ง และระบบหลังบ้านที่มั่นคง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีแนวทางการสนับสนุนที่ช่วยลดภาระผู้ประกอบการด้วยการยกเว้นค่าธรรมเนียมแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี และค่าต่อสัญญา ซึ่งช่วยให้การเริ่มต้นธุรกิจสามารถทำได้ง่ายขึ้นไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
ไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลก็สามารถเปิดได้ พร้อมกับความน่าเชื่อถือจากศักยภาพในเครือข่าย บุคลากร และคุณภาพที่ตลาดยอมรับ

เพิ่มโอกาสเติบโต สร้างความได้เปรียบให้ทางต้นทุน และคุณภาพ
พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน อีคอมเมิร์ซพุ่ง ธุรกิจขนส่งยังไงก็ต้องโต สถิติจากหลายหน่วยงานบ่งชี้ว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยเปลี่ยนไปตลอดกาลหลังโควิด-19 โดยมียอดซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ภายในเวลาเพียง 4 ปี และแนวโน้มนี้ไม่มีวี่แววจะลดลง
ร้านไปรษณีย์ไทยจึงกลายเป็น “จุดรับฝาก” ที่สำคัญที่สุดในระบบเศรษฐกิจฐานรากที่ยังคงได้รับความไว้วางใจ และเป็นทางเลือกที่สร้างรายได้อย่างมั่นคงให้กับเจ้าของร้านแฟรนไชส์ ท่ามกลางการดำเนินธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน
แฟรนไชส์ที่ไม่ต้องพึ่งเทรนด์แต่พึ่งโครงสร้าง แม้ว่ากระแสความนิยมในช่วงเวลาหนึ่งจะมีผลต่อการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ แต่การดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืนและการเติบโตในระยะยาวนั้นยังจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่มีความรอบด้าน
ระบบแฟรนไชส์ที่มีเครื่องมือ และกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Power Franchise) ที่แข็งแกร่งจะสามารถสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจได้มากกว่าคู่แข่งเช่นเดียวกับ ไปรษณีย์ไทย ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มีมาตรฐานมาสนับสนุน รวมถึงเครือข่ายบุรุษไปรษณีย์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
คอยทำหน้าที่ในการเข้ารับพัสดุถึงร้าน และระบบจัดการด้านโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่งทำให้นำมาซึ่งความไว้วางใจในการตัดสินใจเลือกใช้บริการ
และมีความน่าเชื่อถือเพราะเป็นหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐจึงมั่นใจได้ว่ายั่งยืน สำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจ แต่กังวลเรื่องความเสี่ยง การได้จับมือกับองค์กรรัฐวิสาหกิจอย่างไปรษณีย์ไทย จึงเป็นจุดแข็งที่ไม่อาจมองข้าม
การันตีความเชื่อมั่นได้จากศักยภาพที่สามารถก้าวข้ามผ่านสถานการณ์การแข่งขันในตลาดธุรกิจผู้ให้บริการขนส่ง–โลจิสติกส์ ที่เคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนตลอดจนถึงทุกวันนี้

ร้านไปรษณีย์ไทย ไม่ใช่แค่ “จุดส่งของ” แต่คือ “จุดสร้างฝัน” เพียงเปลี่ยนพื้นที่ว่างเปล่าให้กลายเป็นเงิน
ไปรษณีย์ไทยไม่เพียงแต่ทำหน้าที่ในการส่งพัสดุเท่านั้น แต่ยังวางจุดยืนในการเป็น “ผู้ส่งโอกาส” ไปยังทุกชุมชนทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย โมเดลแฟรนไชส์นี้ผู้ที่สนใจอยากทำธุรกิจสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากพื้นที่ที่ว่างอยู่ มีทำเลใกล้ชุมชน ตลาด หรือแหล่งท่องเที่ยว ก็สามารถเริ่มต้นอาชีพใหม่ที่จะให้การคืนทุนที่เร็วผลตอบแทนแบบยั่งยืน
และการเข้าถึงระบบขนส่งที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจยุคใหม่ สำหรับใครที่สนใจร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับไปรษณีย์ไทย สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ง่าย ๆ เพียงมีพื้นที่อย่างน้อย 6 ตารางเมตร และงบประมาณลงทุน 300,000 บาท ก็ครอบคลุมสำหรับค่าหลักประกัน ค่าวงเงินบัญชี รวมถึงค่าตกแต่งโดยเบ็ดเสร็จ โดยมีระยะเวลาสัญญาธุรกิจ 3 ปี
ร้านไปรษณีย์ไทย ส่งได้มากกว่าพัสดุ
ในยุคที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน สิ่งที่ทุกคนต้องการคือโอกาสที่จับต้องได้ และความมั่นคงที่พึ่งพาได้ร้านไปรษณีย์ไทยตอบโจทย์นั้นได้ครบถ้วน ทั้งในด้านรายได้ โครงสร้างการสนับสนุน และความเป็นแบรนด์ที่คนไทยเชื่อถือมานานกว่า 142 ปี เพราะไปรษณีย์ไทยไม่ได้ส่งแค่พัสดุ แต่ส่ง “ความมั่นคง” ถึงมือผู้ใช้บริการทั่วโลก
จึงสามารถสรุปได้ว่าตราบใดที่อีคอมเมิร์ซยังได้รับความนิยม ร้านไปรษณีย์ไทยก็จะยังคงมีดีมานด์อย่างต่อเนื่อง และพร้อมเติบโตตามบริบทของโลกยุคใหม่ ๆ เพราะท้ายที่สุด ไม่ว่าจะมีเทคโนโลยีใหม่อะไรเกิดขึ้น ทุกการสั่งซื้อ ย่อมต้องมีใครสักคนส่งของไปถึงมือเสมอ และไปรษณีย์ไทย…ก็คือคนคนนั้น

โลกที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าธุรกิจที่มีรากฐานมั่นคง และเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนได้จริง “ไปรษณีย์ไทย” พิสูจน์แล้วว่าเติบโตได้แม้ในวิกฤต และเป็นความไว้วางใจคนไทยมานานกว่า 142 ปี
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th


























