แกร็บโชว์เหนือ! ยอดคนขับใช้ EV ทะลุ 3 หมื่นคัน เร่งเครื่องโครงการ Grab EV สู้ศึกน้ำมันแพงปี 2569

Grab EV

แกร็บ ประเทศไทย ประกาศความสำเร็จโครงการ Grab EV หลังยอดคนขับและไรเดอร์ใช้รถไฟฟ้าทะลุ 30,000 คัน เพื่อรับมือวิกฤตราคาน้ำมันผันผวนในปี 2569 พร้อมเผยสถิติผู้ใช้บริการเลือก Grab EV Ride เพิ่มขึ้น 35% ล่าสุดจับมือ 9 พันธมิตรใหม่ขยายโปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” และ “ผ่อนขับรับรถ” ช่วยคนขับลดต้นทุนและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน…

highlight

  • แกร็บ ประเทศไทย เร่งเครื่องผลักดันโครงการ Grab EV เต็มสูบ ฝ่าวิกฤตพลังงาน เผยล่าสุดมียอดคนขับ-ไรเดอร์ใช้รถ EV ให้บริการบนแพลตฟอร์มทะลุ 30,000 คัน ขณะที่ผู้ใช้บริการเลือกใช้ฟีเจอร์ Grab EV Ride เพิ่มขึ้นกว่า 35% ล่าสุดผนึก 9 พันธมิตรใหม่ ซึ่งรวมถึงสหกรณ์แท็กซี่ต่างๆ เพื่อขยายการเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าให้กับคนขับทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ผ่านโปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” และ “ผ่อนขับรับรถ” หวังเพิ่มทางเลือก-ลดต้นทุนการให้บริการ

แกร็บโชว์เหนือ! ยอดคนขับใช้ EV ทะลุ 3 หมื่นคัน เร่งเครื่องโครงการ Grab EV สู้ศึกน้ำมันแพงปี 2569

Grab EV
จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย

จันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย กล่าวว่า แกร็บ ถือเป็นแพลตฟอร์มแรกที่ส่งเสริม และผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี 2563 โดยเราได้ร่วมมือกับพันธมิตรในหลายภาคส่วน ทั้งบริษัทผู้ผลิต และจัดจำหน่าย EV ผู้ให้บริการสถานีชาร์

และระบบบริหารจัดการชาร์จแบตเตอรี ตลอดจนสถาบันการเงิน เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงรถ EV ในกลุ่มคนขับ และไรเดอร์ พร้อมพัฒนาความร่วมมือ และปรับปรุงการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน โครงการ Grab EV (แกร็บ อีวี) มีคนขับที่ให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสาร และไรเดอร์จัดส่งอาหาร-สินค้าด้วย EV ทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์รวมแล้วมากกว่า 30,000 คัน 

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็ให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สะท้อนผ่านยอดการเปิดฟีเจอร์เลือกใช้ รถอีวี (Grab EV Rides)เพิ่มขึ้นกว่า 35% (เปรียบเทียบไตรมาสแรกของปี 2569 กับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า)

Grab EV

จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีความผันผวน และปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความท้าทายด้านต้นทุนในอุตสาหกรรมการเดินทาง และภาคการขนส่ง ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มเรียกรถและเดลิเวอรีที่มีคนขับให้บริการหลายแสนคนในประเทศไทย

แกร็บจึงเร่งเดินหน้าโครงการ แกร็บ อีวี อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เพียงเปิดโอกาสให้คนที่มีรถ EV สามารถให้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้ แต่ยังส่งเสริมให้คนขับในระบบที่มีความสนใจสามารถเข้าถึงยานยนต์ไฟฟ้าผ่านการเช่า หรือผ่อนกับบริษัทพันธมิตร

ล่าสุด เราได้ผนึกความร่วมมือกับ 9 พันธมิตรรายใหม่ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึง EV ให้กับคนขับทั่วประเทศ พร้อมร่วมกันสร้างอีโคซิสเต็มของยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรมากขึ้น”

Grab EV

Grab EV

ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ แกร็บ ยังคงสนับสนุนให้คนขับและไรเดอร์สามารถให้บริการด้วยรถ EV ผ่าน 2 โปรแกรมหลัก นั่นคือ

  • โปรแกรม “เช่าครบจบบนแอป” : แกร็บ ผนึกจับมือกับ 5 พันธมิตรผู้ให้บริการเช่าแท็กซี่ไฟฟ้า อันได้แก่
    อีวีเซเว่น (EV7) ช.พัฒนาแท็กซี่ สหกรณ์สยามแท็กซี่ สหกรณ์มิตรแท้แท็กซี่ และ พี-ไบค์ (P-bike) เปิดให้บริการเช่ารถแท็กซี่ไฟฟ้าเพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน แกร็บ ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 800 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ สลีกอีวี (SLEEK EV) เปิดให้บริการเช่ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อให้บริการเดลิเวอรี ด้วยค่าเช่าเริ่มต้นที่ 125 บาทต่อวัน
  • โปรแกรม “ผ่อนขับรับรถ” : โดย แกร็บ ได้ผนึกความร่วมมือกับ 2 พันธมิตรใหม่อย่าง ซีแอล แอนด์ วี กรุ๊ป คาร์เร้นท์ (CL & V GROUP CAR RENT) และ บอร์โรว์ โมบิลิตี้ (โดย บี ออโต้เฮาส์) (BORROW MOBILITY By B Autohaus) เปิดโอกาสให้คนขับแกร็บสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าได้ โดยพิจารณาอนุมัติสินเชื่อจากประวัติในการให้บริการ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นที่ 600 บาท ในระยะสัญญา 5 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อาทิ ประกันรถยนต์สาธารณะ (ชั้น1) ฟรีค่าบำรุงรักษาตามรอบ รับประกันแบตเตอรี่พิเศษสูงสุด 8 ปีหรือ 600,000 กิโลเมตร และเปลี่ยนยางฟรี 4 เส้นต่อปี ตลอดระยะเวลา 5 ปี (20 เส้น) เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับ อีเอ็ม มอเตอร์ (EM Motor) เพื่อให้ไรเดอร์สามารถเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้ ด้วยอัตราผ่อนจ่ายรายวันเริ่มต้นเพียง 105 บาท ในระยะสัญญา 2-3 ปี พร้อมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ ฟรีค่าเปลี่ยนยาง 1 คู่ (2 เส้น) และผ้าเบรค 4 คู่ (8 ชิ้น) เป็นต้น

Grab EV

Grab EV

นอกจากนี้ แกร็บ ยังพยายามเพิ่มการเข้าถึงสถานีชาร์จ EV เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับคนขับผ่านการผนึกพันธมิตรกับสถานีชาร์จชั้นนำที่มีเครือข่ายจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น สถานี Sharge โดย บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด สถานี Spark EV ที่ตั้งในสถานีบริการน้ำมันบางจาก (BCP) และ สถานี Altervim Super Charge

โครงการ แกร็บ อีวี ถือเป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจ “GrabForGood” ที่มุ่งส่งเสริมให้คนขับแกร็บเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ยานยนต์ที่มีคาร์บอนต่ำหรือเป็นศูนย์ เพื่อบรรลุเป้าหมายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ให้ได้ภายในปี 2583 ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนในสำนักงาน

การปรับรูปแบบการดำเนินงาน และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน และการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ใช้บริการ ทั้งนี้ แกร็บ ประเทศไทย ยังเดินหน้าขยายความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐ และเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน และสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคม (Winning Sustainable Impact) 

ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เป้าหมายหลัก ของการดำเนินธุรกิจในปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Winning with Purpose Together” ที่มุ่งสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนองค์กรอย่างมีเป้าหมาย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay