ฟอร์ติเน็ต (Fortinet) ประกาศเข้าซื้อกิจการ Virtue AI เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กลยุทธ์ Security for AI มุ่งยกระดับระบบความปลอดภัยไซเบอร์ให้รองรับการทำงานของ Agentic Enterprise ในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ…
Fortinet รุกซื้อ Virtue AI เสริมแกร่ง Security for AI ลุยตลาด Agentic Enterprise

ฟอร์ติเน็ต ประกาศเข้าซื้อกิจการ Virtue AI ผู้นำด้านนวัตกรรมการปกป้อง AI ขณะทำงาน การตรวจสอบและทดสอบระบบ AI แบบอัตโนมัติ และระบบความมั่นคงปลอดภัยสำหรับระบบ AI อัตโนมัติ การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้เป็นการต่อยอดกลยุทธ์ Security for AI
และวิสัยทัศน์ในการรักษาความปลอดภัยสำหรับองค์กรในยุค Agentic Enterprise โดยขยายขีดความสามารถจากพอร์ตโฟลิโอโซลูชันความปลอดภัย AI เดิมของฟอร์ติเน็ต เช่น FortiGate Hyperscale Firewall

ในขณะที่องค์กรต่าง ๆ เร่งนำแอปพลิเคชัน AI และเอเจนต์ AI อัตโนมัติมาใช้งาน ส่งผลให้พื้นที่เสี่ยงต่อการถูกโจมตีขยายกว้างขึ้นเกินกว่าระบบเครือข่าย ผู้ใช้ อุปกรณ์ปลายทาง แอปพลิเคชันและคลาวด์แบบเดิม โดยครอบคลุมไปถึง Prompt, โมเดล AI, เอเจนต์ AI, เครื่องมือ Model Context Protocol (MCP)
การเรียกใช้งาน API และโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI องค์กรจึงจำเป็นต้องนำ AI มาใช้งานได้อย่างมั่นใจ รักษาระดับความมั่นคงปลอดภัยในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง และมั่นใจได้ว่าระบบ AI ทำงานได้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้

ฟอร์ติเน็ต ได้ตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมาด้วย FortiAIGate ซึ่งช่วยปกป้องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) จากความเสี่ยงด้าน AI ที่เกิดขึ้นใหม่ เช่น Prompt Injections, Data Leakage, Model Poisoning, การใช้ทรัพยากรที่มากเกินจำเป็น และความเสี่ยงอื่น ๆ
ที่มุ่งเป้าไปยังระบบ AI โดยเฉพาะ การเข้าซื้อกิจการ Virtue AI จะช่วยขยายขอบเขตการรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งโมเดล AI แอปพลิเคชัน และระบบเอเจนต์ AI ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาไปจนถึงการทำงานจริง โดยผสานขีดความสามารถของ Guardian Agent เข้ากับฟีเจอร์สำคัญของ Virtue AI ดังนี้
- การทดสอบเจาะระบบเอเจนต์ AI อัตโนมัติ (Agentic System Red-Teaming) ทดสอบเอเจนต์ AI อัตโนมัติเพื่อหาช่องโหว่ที่อาจถูกโจมตีในแซนด์บ็อกซ์กว่า 50 รูปแบบ และ 14 โดเมนที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงการจำลองการโจมตีแบบ Prompt Injections และการโจมตีผ่าน MCP บนเฟรมเวิร์กเอเจนต์ชั้นนำ
- การปกป้อง การกำกับดูแล และการมองเห็นความเสี่ยงของเอเจนต์ (Agent Protection, Governance, and Visibility) ช่วยให้มองเห็นการทำงานของเอเจนต์ และเครื่องมือ AI ที่ทำงานอยู่ในระบบได้อย่างครบถ้วน พร้อมค้นหาแอปพลิเคชัน และเอเจนต์ AI ที่ไม่ได้รับอนุญาต สแกนเครื่องมือ MCP และซอร์สโค้ดเพื่อค้นหาความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ ติดตามพฤติกรรมของเอเจนต์ และบล็อกการเรียกใช้งานเครื่องมือที่เป็นอันตรายก่อนที่จะสร้างผลกระทบต่อระบบ

- การตรวจสอบและทดสอบระบบ AI แบบต่อเนื่อง (Continuous AI Validation)ช่วยค้นหาความเสี่ยงใหม่ๆ ครอบคลุมทุกการอัปเดตโมเดล และการปรับแต่งนโยบายความปลอดภัย พร้อมสร้างหลักฐานที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบ เพื่อรองรับการประเมินด้านความมั่นคงปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยการทดสอบเจาะระบบแบบอัตโนมัตินี้จะครอบคลุมรูปแบบการโจมตีหลายร้อยรูปแบบ และหมวดหมู่ความเสี่ยงมากกว่า 1,000 รายการ พร้อมรองรับการทดสอบแบบมัลติโมดัลและสามารถจัดทำรายงานตามต้องการสำหรับทีมความมั่นคงปลอดภัย ทีมบริหารความเสี่ยง และทีมดูแลการปฏิบัติตามข้อกำหนด
- การกำหนดแนวทางป้องกันแบบเรียลไทม์ (Real-Time Guardrails) ช่วยบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่ปรับแต่งได้ครอบคลุมทั้งข้อความ ภาพ วิดีโอ เสียง และโค้ดที่สร้างโดย AI เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อหาที่เป็นอันตราย ข้อมูลสำคัญ การโจมตีแบบ Jailbreak และโค้ดที่มีช่องโหว่ไม่ให้เข้าถึงผู้ใช้หรือระบบปลายทาง
“AI กำลังเปลี่ยนแปลงการประมวลผลระดับองค์กรไปอย่างสิ้นเชิง และระบบความมั่นคงปลอดภัยก็ต้องพัฒนาให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว”

เคน เซีย ผู้ก่อตั้ง ประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฟอร์ติเน็ต กล่าวว่า เทคโนโลยีของ Virtue AI จะช่วยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ของเราในการสร้างความมั่นใจด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ลูกค้าสามารถกำกับดูแลและปกป้องระบบ AI ได้ตลอดวงจรการใช้งาน พร้อมใช้งานระบบ AI ได้อย่างมั่นใจในระดับองค์กร
“ข้อมูลจาก Gartner® ระบุว่า ตลาดสำหรับการรักษาความปลอดภัยระบบนิเวศ AI และเอเจนต์ AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าผลิตภัณฑ์ และเครื่องมือในตลาดดังกล่าวจะเติบโตจาก 2.8 พันล้านดอลลาร์ในปี 2026 ไปสู่ 16.4 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2030”
ฟอร์ติเน็ต มองว่าแนวโน้มการเติบโตของตลาดตามที่คาดการณ์ไว้นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้นในการรักษาความปลอดภัยสำหรับการใช้งาน AI ในยุคใหม่

ปัจจุบันลูกค้าให้ความไว้วางใจใน Fortinet AI-Native Security Fabric ในการมอบการปกป้องแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งระบบเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง คลาวด์ แอปพลิเคชัน และการติดตั้งใช้งาน AI การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะเข้ามาเติมเต็ม FortiAIGate และเสริมความแข็งแกร่งให้กับขีดความสามารถ
ด้านความปลอดภัยขณะทำงานของ ฟอร์ติเน็ต ด้วยการตรวจสอบแบบอัตโนมัติ และการปกป้องแบบเรียลไทม์จาก Virtue AI เมื่อทำงานร่วมกับการบังคับใช้นโยบายความปลอดภัยที่ประสานกัน และข้อมูลข่าวกรองด้านภัยคุกคามจาก FortiGuard Labs จะช่วยให้องค์กรมีความมั่นใจในการปกป้องระบบ AI ได้อย่างสมบูรณ์ตลอดวงจรการใช้งาน

ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดทางการเงินของการเข้าซื้อกิจการ และมูลค่าที่ฟอร์ติเน็ตชำระเป็นค่าตอบแทนสำหรับธุรกรรมดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจของ ฟอร์ติเน็ต
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























