ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้าหนุนโครงการ Community SkillUp มุ่งยกระดับทักษะ และสร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในชุมชน หวังกระตุ้นรายได้ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 18 ล้านบาทต่อปี…
DIPROM เปิดโครงการ Community SkillUp สร้างผู้ประกอบการรุ่นใหม่ กระตุ้นรายได้ชุมชน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “DIPROM Community SkillUp : เพิ่มพลังทักษะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน” ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก และความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างความเข้มแข็งจากภายใน โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย การเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนมีทักษะอาชีพ มีรายได้ และสามารถพึ่งพาตนเองได้ เป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านโครงการ “ดีพร้อม คอมมูนิตี้ สกิลอัพ” ที่มุ่งสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้เทคโนโลยี และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ
เพื่อเปลี่ยนศักยภาพที่มีอยู่ในชุมชนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ และต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในอนาคต
“โครงการนี้ถูกออกแบบให้เป็นมากกว่าการฝึกอบรมทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง โดยเฉพาะการนำทรัพยากร และวัตถุดิบในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้ครัวเรือน และพัฒนาไปสู่การดำเนินธุรกิจในระดับชุมชน ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจจากฐานรากสู่ระดับประเทศ” วราวุธ กล่าว
วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะอาชีพผ่าน 3 หลักสูตรสำคัญ ได้แก่ การผลิตยาดม และสเปรย์สมุนไพรไล่ยุง, การผลิตลูกประคบสมุนไพรผ้าลายไทย และลูกประคบธัญพืชไฮเทค ซึ่งได้รับการพัฒนาสูตรให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดูแล และฟื้นฟูร่างกาย
หลังการออกกำลังกายหรือการแข่งขันกีฬาได้ ตลอดจนการผลิตยาหม่องสมุนไพรสูตรร้อนและสูตรเย็น โดยทุกหลักสูตรได้รับการออกแบบให้ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น ต้นทุนการผลิตไม่สูง สามารถดำเนินการได้จริงในระดับครัวเรือน มีศักยภาพในการพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค
ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ช่วยสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรและภูมิปัญญาของชุมชนอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าผลลัพธ์สำคัญที่คาดหวังจากโครงการนี้ คือการสร้างผู้ประกอบการฐานรากให้เกิดขึ้นในชุมชนมากขึ้น โดยประชาชนที่เข้ารับการอบรมจะได้รับทั้งองค์ความรู้แ ละทักษะที่สามารถนำไปประกอบอาชีพ
สร้างรายได้เสริม หรือพัฒนาเป็นธุรกิจขนาดเล็กของตนเองได้ ช่วยขยายฐานผู้ประกอบการของประเทศ เพิ่มความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนในวงกว้าง
นอกจากนี้ การนำผลผลิตทางการเกษตรและสมุนไพรในท้องถิ่นมาแปรรูปยังเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับวัตถุดิบที่มีอยู่ในชุมชน จากเดิมที่จำหน่ายในรูปแบบวัตถุดิบขั้นต้นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้น สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้หลากหลายมากขึ้น เกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มตลอดห่วงโซ่การผลิต
ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกวัตถุดิบ ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ไปจนถึงผู้จำหน่าย ช่วยให้รายได้หมุนเวียนอยู่ภายในพื้นที่ และกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจสู่คนในชุมชนอย่างทั่วถึง ที่สำคัญ ผลิตภัณฑ์จากการฝึกอบรมยังสามารถเชื่อมโยงสู่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง
อาทิ เครือข่ายการแพทย์แผนไทย ร้านนวดแผนไทย สถานประกอบการสปา ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ และความงาม รวมถึงร้านของฝากและสินค้าชุมชน ซึ่งจะช่วยขยายช่องทางการตลาดและเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ผ่านการอบรม
ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
ด้าน ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับผู้ผ่านการฝึกทักษะจาก โครงการ “ดีพร้อม คอมมูนิตี้ สกิลอัพ” จำนวน 150 คน จะสามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน หรือ 120,000 บาทต่อคนต่อปี
ก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมไม่น้อยกว่า 18 ล้านบาทต่อปี สะท้อนให้เห็นว่า การพัฒนาทักษะอาชีพควบคู่กับการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบท้องถิ่น สามารถยกระดับจากเศรษฐกิจครัวเรือนไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานราก กระจายรายได้สู่ชุมชน และขยายผลสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้างได้อย่างเป็นรูปธรรม

อีกหนึ่งผลลัพธ์สำคัญคือการสร้างงาน และสร้างอาชีพให้กับประชาชนในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ แม่บ้าน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบางที่อาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงการจ้างงานในระบบ การมีทักษะอาชีพที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งจะช่วยให้คนในชุมชนมีทางเลือกในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ลดปัญหาการว่างงาน
และลดการย้ายถิ่นฐานเพื่อหางานทำในเมืองใหญ่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวและชุมชนในระยะยาว ทั้งนี้ การดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนนโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัด
ให้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจแก่ประชาชน การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการ และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม เพื่อให้การเติบโตทางเศรษฐกิจกระจายประโยชน์สู่ทุกพื้นที่อย่างทั่วถึ งและเป็นธรรม
ในระยะยาว โครงการลักษณะนี้จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงชุมชนเข้าสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมของประเทศ ผ่านการสร้างเครือข่ายผู้ผลิตรายย่อยที่มีศักยภาพ การพัฒนาสินค้าชุมชนให้มีคุณภาพ และมีอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น รวมถึงการต่อยอดสู่ภาคการท่องเที่ยว การค้า และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป
ช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้าไทย สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมอบรมจะสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสู่การสร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีคุณภาพสอดคล้องกับความต้องการของตลาด อันจะนำไปสู่การสร้างผู้ประกอบการฐานรากรุ่นใหม่ การสร้างงานในท้องถิ่น การเพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชน และการยกระดับเศรษฐกิจฐานราก ให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง สมดุล และยั่งยืนต่อไป
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
