Xiaomi เผยรายได้ Q2/2569 ทะลุ 108.9 พันล้านหยวน กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

Xiaomi

เสียวหมี่ (Xiaomi) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้รวมทะลุ 108.9 พันล้านหยวน กำไรสุทธเติบโตเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า…

Xiaomi เผยรายได้ Q2/2569 ทะลุ 108.9 พันล้านหยวน กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง

เสียวหมี่ ประกาศผลการดำเนินงานไม่สอบทานสำหรับสามเดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 (ช่วงเวลาดังกล่าว) ในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าต้นทุนของชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ รวมถึงหน่วยความจำจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ทวีความรุนแรงขึ้น

แต่กลุ่มบริษัทสามารถสร้างรายรับรวมอยู่ที่ 108.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 9.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และกลับมาทะลุระดับ แสนล้านหยวน ได้อีกครั้ง ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงอยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงาน และความสามารถในการรับมือกับแรงกดดันจากสภาวะตลาดที่ท้าทายได้เป็นอย่างดี

ภายใต้กลยุทธ์ “Human × Car × Home” เสียวหมี่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ใน กลุ่มธุรกิจ และ สายธุรกิจ ในช่วงเวลาดังกล่าว รายรับจาก กลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟน × AIoT อยู่ที่ 84.0 พันล้านหยวน โดยรายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 42.1 พันล้านหยวน

ขณะที่ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกของ เสียวหมี่ ยังคงติดอันดับหนึ่งในสามของโลกเป็นไตรมาสที่ 24 ติดต่อกัน ด้านรายรับจากธุรกิจ IoT และผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ อยู่ที่ 31.3 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 26.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้

โดยรายรับจากธุรกิจดังกล่าวในตลาดต่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้ 9.0 พันล้านหยวน และจำนวนผู้ใช้งานรายเดือนทั่วโลก (MAU) ก็ทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่อีกครั้

Xiaomi

รายรับจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (EV), ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธุรกิจใหม่อื่น ๆ อยู่ที่ 24.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในจำนวนนี้ รายรับจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ อยู่ที่ 23.9 พันล้านหยวน โดยยอดส่งมอบรถยนต์ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาดังกล่าว

กลยุทธ์การยกระดับสู่ตลาดระดับพรีเมียมของเสียวหมี่ (Premiumization) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส ราคาเฉลี่ย (ASP) ของสมาร์ทโฟนเสียวหมี่ เพิ่มขึ้น 25.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวน

ในเดือนกรกฎาคม 2569 เสียวหมี่ อีวี ได้เปิดตัว Xiaomi Kunlun Technical Architecture อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดตัวรถยนต์ SUV แบบ extended-range รุ่น Xiaomi SkyNomad (เสียวหมี่ สกายโนแมด) ซึ่งถือเป็นการเข้าสู่ตลาดรถยนต์แบบ extended-range อย่างเป็นทางการ และเป็นการเปิดช่องทางการเติบโตใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะของเสียวหมี่

สมาร์ทโฟน เสียวหมี่ ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลกเป็นเวลา 24 ไตรมาสติดต่อกัน ขณะที่ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนทั่วโลกทำสถิติสูงสุดครั้งใหม่

อุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนเผชิญกับแรงกดดันในวงกว้างจากต้นทุนหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นแบบมีนัยสำคัญ โดยเสียวหมี่ได้ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์และกลยุทธิ์ด้านราคาเชิงรุก ในไตรมาส รายรับจากธุรกิจสมาร์ทโฟนอยู่ที่ 42.1 พันล้านหยวน ขณะที่ยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกอยู่ที่ 31.2 ล้านเครื่อง

ตามข้อมูลของ Omdia ระบุว่าเสียวหมี่ครองอันดับผู้จัดส่งสมาร์ทโฟนสูงสุด อันดับแรกของโลกต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 ติดต่อกัน ในช่วงเวลาดังกล่าว เสียวหมี่มียอดจัดส่งสมาร์ทโฟนติดอันดับหนึ่งในสาม ใน 53 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก และติด อันดับแรกใน 67 ประเทศ และภูมิภาคทั่วโลก โดยครองอันดับ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง

Xiaomi

เสียวหมี่ ได้รับประโยชน์จากการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ทั่วโลกในเชิงรุก ส่งผลให้ราคาเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนเสียวหมี่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 25.9%เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,351 หยวนในไตรมาส ของปีนี้ จากข้อมูลอ้างอิงจากบุคคลที่สาม ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

สมาร์ทโฟนที่มีราคาขายปลีกตั้งแต่ 3,000 หยวนขึ้นไป คิดเป็น 32.1% ของจำนวนสมาร์ทโฟนทั้งหมดที่จำหน่ายซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเพิ่มขึ้น 4.5 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับสมาร์ทโฟนในช่วงราคา 3,000–4,000 หยวน ในจีนแผ่นดินใหญ่เสียวหมี่มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 16.2%

หรือเพิ่มขึ้น 3.3 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน ในเดือนพฤษภาคม 2569 เสียวหมี่ ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว เสียวหมี่ 17ที ซีรี่ย์ ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงด้านการถ่ายภาพแบบครบวงจร ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม และส่งผลให้สัดส่วนการจัดส่งสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมในตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น

ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของเสียวหมี่ประจำไตรมาสทะลุ 100,000 คัน ขณะที่บริษัทเข้าสู่ตลาด SUV แบบ ExtendedRange อย่างเป็นทางการ

รายรับจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ, AI และโครงการใหม่อื่น ๆ ของ เสียวหมี่ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายรับรวมอยู่ที่ 24.9 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ยอดส่งมอบรถยนต์ EV ของเสียวหมี่ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส มียอดส่งมอบ 104,199 คัน

เพิ่มขึ้น 28.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องในปริมาณที่สูง จากข้อมูลของ BitAuto ในช่วงครึ่งปีแรกของ 2569 เสียวหมี่ เอสยู7 ซีรี่ย์ ครองอันดับ ด้านยอดขายในกลุ่มรถยนต์ซีดานไฟฟ้าล้วนที่มีราคา 200,000 หยวนขึ้นไป ในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

Xiaomi

เสียวหมี่ อีวี ยังคงเดินหน้าขยาย และเพิ่มความหลากหลายของกลุ่มผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง หลังจากเปิดตัว เสียวหมี่ เอสยู7 ซีรี่ย์ และ เสียวหมี่ วายยู7 ซีรี่ย์ แล้วในเดือนกรกฎาคม 2569 เสียวหมี่ ได้เปิดตัว เสียวหมี่ สกายโนแมด ซีรี่ย์ รถ SUV แบบ Extended-Range SUV 

โดยวางตำแหน่งเป็น SUV อัจฉริยะที่ปรับรูปแบบการใช้งานได้หลากหลาย และมีพื้นที่กว้างขวาง” เสียวหมี่ สกายโนแมด เอ็น90 แม๊กซ์ มาพร้อมแบตเตอรี่ Xiaomi Armor Scale Battery ขนาด 76 kWh รองรับระยะทางการขับขี่รวมสูงสุด 1,705 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC (China Light-duty Vehicle Test Cycle) 

ขณะที่ห้องโดยสารรองรับการจัดที่นั่งแบบหันหน้าเข้าหากัน โหมดสำนักงาน และโหมดเตียง เพื่อตอบโจทย์การเดินทางของครอบครัว ด้วยการเพิ่ม เสียวหมี่ สกายโนแมด เข้ามาทำให้ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าของ เสียวหมี่ นั้นมีผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน และครอบคลุมทั้ง ซีรีส์ และพร้อมที่จะเข้าไปในการเจาะตลาดของความต้องการใหม่ ๆ

นอกจากนี้ประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยของเสียวหมี่เองก็ยังได้รับการยอมรับจากหน่วยงานชั้นนำอีกด้วย โดยในการประเมินภายใต้โครงการ China Intelligent-connected Car Assessment Programme (C-ICAP) รถยนต์ เสี่ยวหมี่ วายยู7 ได้รับคะแนนสูงสุดในทั้ง ด้าน

ได้แก่ ระบบช่วยเหลือการขับขี่ระบบช่วยเหลือการจอดรถห้องโดยสารอัจฉริยะ และการคุ้มครองความเป็นส่วนตัว นอกจากนี้ เสี่ยวหมี่ วายยู7 ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยระดับ Five-Star Plus Rating” จากการทดสอบด้านความปลอดภัยภายใต้โครงการ China-New Car Assessment Program (C-NCAP)

Xiaomi

รายรับจากธุรกิจ IoT ในต่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนอุปกรณ์ AIoT ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตมีมากกว่า 1.16 พันล้านเครื่อง

ในไตรมาสที่สอง รายรับจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ อยู่ที่ 31.3 พันล้านหยวน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.1% จากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายในต่างประเทศ และการเพิ่มความหลากหลายของประเภทสินค้า รายรับจากผลิตภัณฑ์ IoT และไลฟ์สไตล์ในต่างประเทศเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับปีก่อน และกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ

ตามข้อมูลของ Omdia ในไตรมาสที่สอง ยอดจัดส่งแท็บเล็ตของเสียวหมี่อยู่ในอันดับที่ ของโลก นับเป็นการติดอันดับห้าอันดับแรกของโลกต่อเนื่องกันเป็นไตรมาสที่ และอยู่ในอันดับที่ ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งยอดจัดส่ง และรายได้จากแท็บเล็ตในตลาดต่างประเทศของเสียวหมี่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกันยอดจัดส่งหูฟัง TWS ของ เสียวหมี่ ก็อยู่ในอันดับที่ ของโลก และอันดับ ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ส่วนยอดจัดส่งสายรัดข้อมืออัจฉริยะของ เสียวหมี่ อยู่ในอันดับที่ ของโลก และอันดับที่ ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่เช่นกัน

Xiaomi

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 จำนวนอุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมต่ออยู่บนแพลตฟอร์ม AIoT ของกลุ่ม (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต) อยู่ที่ 1,160.8 ล้านเครื่อง เพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน จำนวนผู้ใช้งานที่มีอุปกรณ์ เครื่องขึ้นไป เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์ม AIoT ของกลุ่มบริษัท (ไม่รวมสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต)

อยู่ที่ 24.6 ล้านราย เพิ่มขึ้น 20.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน ในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ของ เสี่ยวหมี่ โฮม แอป เพิ่มขึ้น 9.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 124.1 ล้านราย ขณะที่ MAU ของ Xiaomi AI Assistant เพิ่มขึ้น 14.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 174.9 ล้านราย 

ธุรกิจบริการอินเทอร์เน็ตยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีรายรับอยู่ที่ 9.0 พันล้านหยวน และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 76.8% เพิ่มขึ้น 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และยังคงอยู่ในระดับสูง ฐานผู้ใช้งานยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

โดยในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวนผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) ทั่วโลกอยู่ที่ 766.5 ล้านราย ขณะที่ MAU ในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 197.7 ล้านราย ซึ่งทั้ง 2 ตัวเลขทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เสียวหมี่ เดินหน้าสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในเทคโนโลยีหลัก ในขณะที่ AIระบบปฏิบัติการ และหุ่นยนต์ก็พัฒนาอย่างเต็มกำลัง

เสียวหมี่ยังคงมุ่งมั่นลงทุนเพื่ออนาคต โดยเดินหน้าสู่เป้าหมายของการเป็นผู้นำระดับโลกในด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยที่กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ในไตรมาสที่สอง ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของเสียวหมี่ อยู่ที่ 9.2 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 18.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับครึ่งปีแรกของปีนี้เสียวหมี่มีค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย และพัฒนามากกว่า 18 พันล้านหยวน

ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โมเดลขนาดใหญ่ (Large Model) ที่ เสี่ยวหมี่ พัฒนาขึ้นเองอย่าง เสี่ยวหมี่ “MiMo-V2.5” ครองอันดับ บนแพลตฟอร์มโมเดลระดับนานาชาติ OpenRouter ในแง่ของปริมาณการใช้งานโทเคนต่อสัปดาห์ โดยมียอดการใช้งานสูงถึง 10.5 ล้านล้านโทเคน

และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากนักพัฒนาทั่วโลก ในเดือนกรกฎาคม 2569 โมเดล AI แบบประมวลผลบนอุปกรณ์ เสี่ยวหมี่ มิโม ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการขึ้นทะเบียนโมเดล AI ขนาดใหญ่ระดับประเทศอย่างเป็นทางการแล้ว

ขณะที่ เสี่ยวหมี่ 17 แม็กซ์ เป็นหนึ่งในอุปกรณ์กลุ่มแรกที่ได้รับการรับรองระดับ 3 (L3) ตามมาตรฐานระดับชาติว่าด้วย “การจัดระดับความสามารถอัจฉริยะของอุปกรณ์ปลายทางปัญญาประดิษฐ์” จากสมาคมอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศจีน

Xiaomi

ในด้านหุ่นยนต์ เสียวหมี่ ได้เปิดตัวโมเดลพื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ที่มีความสามารถในการโต้ตอบและปฏิบัติงานในโลกจริงสองรุ่น ได้แก่ Xiaomi-Robotics-U0 และ Xiaomi-Robotics-1 ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยทั้งสองรุ่นครองอันดับ ในการทดสอบมาตรฐานระดับนานาชาติที่ได้รับการยอมรับหลายรายการ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้งานจริงที่โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ เสียวหมี่ โดยอัตราความสำเร็จของหุ่นยนต์แบบ Embodied ของ เสียวหมี่ ในการทำงานสองด้านที่สถานีโหลด self-tapping threaded insert nut เพิ่มขึ้นจาก 90.2% เป็น 98.0% ขณะเดียวกัน หุ่นยนต์เหล่านี้ยังถูกนำไปใช้งานในสถานีงานใหม่ภายในพื้นที่โลจิสติกส์ของเวิร์กช็อปประกอบขั้นสุดท้ายอีกด้วย

Xiaomi

ในเดือนสิงหาคม 2569 เสียวหมี่ได้เปิดตัวระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ Xiaomi HyperOS 4 ในเวอร์ชันเบต้า ระบบดังกล่าวมาพร้อม Xiaomi Hyper XiaoAi 2.0″ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยโมเดลขนาดใหญ่โดย เสี่ยวหมี่ มิโม  และเสริมความสามารถด้วย AI ช่วยให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

ระหว่างระบบนิเวศ สถานการณ์การใช้งาน และอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานด้าน AI ได้รับการยกระดับอย่างมีนัยสำคัญ ในขณะที่เทคโนโลยีหลักพื้นฐานของ เสียวหมี่ กำลังเข้าสู่ช่วงของการนำไปใช้งาน และพัฒนาอย่างเข้มข้น กลุ่มบริษัทกำลังเสริมความแข็งแกร่งให้กับข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของระบบนิเวศ Human×Car×Home” ให้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay