ชไนเดอร์ อิเล็คทริค (Schneider Electric) จับมือ เอเอ็มดี (AMD) เปิดตัวสถาปัตยกรรมสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ AI Factory ขององค์กรให้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ…
Schneider Electric จับมือ AMD เปิดตัวสถาปัตยกรรม Helios เร่ง AI Factory
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ เอเอ็มดี ประกาศเปิดตัว สถาปัตยกรรมอ้างอิง หลังจากร่วมกันพัฒนา และผ่านการตรวจสอบความถูกต้องสำหรับแพลตฟอร์ม AMD Helios Rackscale Solution ซึ่งเป็นต้นแบบที่ผ่านการออกแบบทางวิศวกรรมสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ สามารถขยายระบบได้ ช่วยให้องค์กรสามารถติดตั้งคลัสเตอร์ AI ความหนาแน่นสูงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
สถาปัตยกรรมอ้างอิงนี้ถือเป็นก้าวแรกของความร่วมมือระหว่าง ชไนเดอร์ อิเล็คทริค และ เอเอ็มดี โดยสะท้อนถึงเป้าหมายร่วมกันในการสร้าง และติดตั้ง AI Factory เป็นเรื่องง่าย และรวดเร็วยิ่งขึ้นพร้อมลดความเสี่ยง และความซับซ้อนในการดำเนินโครงการ รองรับ AI Rack ที่ใช้กำลังไฟสูงสุด 246 กิโลวัตต์ต่อแร็ค
และรองรับการติดตั้งคลัสเตอร์ AI แบบโมดูลาร์ที่มีขนาดสูงสุดถึง 10.4 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อการขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่น โดยผสานนวัตกรรมแพลตฟอร์ม AI ของ เอเอ็มดี เข้ากับความเชี่ยวชาญของชไนเดอร์ อิเล็คทริคด้านระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ทั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ความหนาแน่นสูงบนแพลตฟอร์ม AMD Helios Rackscale Solution ซึ่งขับเคลื่อนด้วย AMD Instinct™ MI455X GPUs, AMD EPYC™ รุ่นที่ 6, AMD Pensando™ Vulcano NICs
และระบบซอฟต์แวร์แบบเปิด ROCm™ โดย AMD Helios ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพด้าน AI ในระดับใหม่ ผ่านการพัฒนาทั้งด้านพลังการประมวลผลแบนด์วิดท์การเชื่อมต่อระหว่างระบบ ความจุหน่วยความจำ และการทำงานผสานรวมระดับระบบ

ช่วยให้องค์กรสามารถประมวลผลเวิร์กโหลด AI ที่มีขนาดใหญ่ และซับซ้อนมากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผล เมื่อเวิร์กโหลด AI ผลักดันให้โครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ต้องรองรับกำลังไฟฟ้า ความหนาแน่นของแร็ค
และภาระด้านการระบายความร้อนในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน การมีสถาปัตยกรรมอ้างอิงที่ผ่านการทดสอบ และตรวจสอบแล้ว จึงช่วยให้สถาปนิก และผู้ปฏิบัติงานด้านดาต้าเซ็นเตอร์สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้อย่างมั่นใจ โดยสามารถรองรับความหนาแน่นของกำลังไฟฟ้ารูปแบบใหม่
ช่วยลดข้อกำหนดด้านความร้อน และความซับซ้อนในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสถาปัตยกรรมอ้างอิงดังกล่าวใช้การจำลองประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพของดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดแนวทางการจัดวางระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีอย่างเหมาะสม
ช่วยลดระยะเวลาในการวางแผน และออกแบบ พร้อมสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีความพร้อมสำหรับ AI มีความน่าเชื่อถือ และสามารถขยายระบบได้ในอนาคต ทั้งนี้สถาปัตยกรรมนี้อ้างอิง AMD Helios ซึ่งครอบคลุมองค์ประกอบทางเทคนิคหลัก 4 ด้าน ได้แก่
- ระบบไฟฟ้าของอาคาร
- ระบบทำความเย็นของอาคาร
- พื้นที่ และโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที
- ซอฟต์แวร์สำหรับการบริหารจัดการตลอดอายุการใช้งาน
“ในปัจจุบัน องค์กรต่าง ๆ ต้องการ สถาปัตยกรรมอ้างอิง พร้อมรองรับ AI อย่างครบวงจร ซึ่งสามารถนำพาพวกเขาจากการวางแผนไปสู่การปรับใช้จริงได้รวดเร็วขึ้น และมีความเสี่ยงน้อยลง”

มานิช กุมาร์ ประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจ Secure Power & Data Centers ของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือกับ เอเอ็มดี เรากำลังมอบการออกแบบอ้างอิงที่ได้รับการสนับสนุนทางวิศวกรรม ช่วยเชื่อมประสานช่องว่างระหว่างแพลตฟอร์มประมวลผล AI ขั้นสูง
เทคโนโลยีพลังงาน และการติดตั้งใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ในโลกจริง ช่วยให้ลูกค้าสามารถปรับใช้สภาพแวดล้อม AI ความหนาแน่นสูงที่ขยายระบบได้ ด้วยความมั่นใจ ประสิทธิภาพ และความเร็วที่ดียิ่งขึ้น
“โครงสร้างพื้นฐาน AI กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น AI Factory เต็มรูปแบบอย่างรวดเร็ว และนั่นจำเป็นต้องมีการออกแบบระบบประมวลผล ระบบเครือข่าย ระบบไฟฟ้า และระบบทำความเย็นร่วมกันตั้งแต่เริ่มต้น”
ฟอร์เรสต์ นอร์ร็อด ประธานบริหาร และผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Data Center Solutions ของ เอเอ็มดี กล่าวว่า แพลตฟอร์ม AMD Helios มอบสถาปัตยกรรมระดับตู้ Rackscale แบบเปิด สร้างขึ้นเพื่อมอบประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงาน และความยืดหยุ่นตามที่เวิร์กโหลด AI ยุคใหม่ต้องการ
การทำงานร่วมกับชไนเดอร์ อิเล็คทริค เพื่อสร้าง สถาปัตยกรรมอ้างอิงที่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องแล้วนั้น ช่วยให้เราสามารถมอบแบบพิมพ์เขียวที่ใช้งานได้จริงแก่ลูกค้า เพื่อเร่งการปรับใช้ AI ความหนาแน่นสูง ลดความเสี่ยงในเชื่อมต่อระหว่างระบบ และขยายระบบได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สถาปัตยกรรมอ้างอิงช่วยเร่งการปรับใช้ AMD Helios
ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้นำนวัตกรรมแพลตฟอร์ม AI ของ เอเอ็มดี และความเชี่ยวชาญด้านระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็นและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ผสานเข้าด้วยกัน สร้างแนวทางที่บูรณาการกันอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้นในการปรับใช้ ทั้ง AI Factory ในพื้นที่ใหม่ และการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพในพื้นที่เดิมที่มีความหนาแน่นสูง โดยสถาปัตยกรรมอ้างอิงใหม่นี้สามารถรองรับการทำงาน ดังนี้
- สภาพแวดล้อมแบบโมดูลาร์หลายคลัสเตอร์รองรับ AI Cluster ที่มีความจุ IT สูงสุดถึง 10.4 MW สำหรับการติดตั้งในพื้นที่ใหม่ และรองรับการปรับปรุงพื้นที่เดิม ความจุ IT รวม 6.15 MW บนมาตรฐานความน่าเชื่อถือระดับ Tier III
- เวิร์กโหลด AI ความหนาแน่นสูงรองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 246 kW ต่อแร็ค สำหรับ AI Racks และสูงสุด 45 kW ต่อแร็ค สำหรับ Support Racks
- ระบบระบายความร้อนด้วยของเหลวขั้นสูง ใช้เทคโนโลยี Motivair by Schneider Electric ในรูปแบบ Liquid-to-Liquid Coolant Distribution Units (CDUs) รุ่น MCDU-70 ผสานระบบทำความเย็นแบบผสมผสานระหว่างอากาศ และของเหลว และ Adiabatic Dry Coolers ที่สามารถดึงความร้อนออกจากระบบได้สูงสุดถึง 84% ผ่านของเหลว
แนวทางโครงสร้างพื้นฐานที่เน้นดิจิทัลเป็นหลักประกอบด้วย
- การออกแบบระบบไฟฟ้า และระบบความร้อนได้รับการตรวจสอบความถูกต้องโดยใช้เครื่องมือจำลอง ETAP และ EcoStruxure™ IT Design CFD เพื่อช่วยให้สามารถติดตามและวิเคราะห์แบบเรียลไทม์, บำรุงรักษาเชิงรุกด้วย AI และปรับปรุงประสิทธิภาพระดับระบบในทุกส่วน ทั้งพลังงานไฟฟ้า ระบบทำความเย็น และระบไอที
- ความสามารถในการรวม Electrical Digital Twin แบบบูรณาการ เพื่อจำลอง วิเคราะห์ และจัดการประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐาน
- การสนับสนุนจาก AVEVA’s Unified Operations Center เพื่อการติดตามตรวจสอบแบบเรียลไทม์ และเพิ่มทัศนวิสัยในการดำเนินงาน
- การปรับใช้โครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า และระบบทำความเย็น เป็นไปตามข้อกำหนดแพลตฟอร์ม AMD Helios เพื่อลดความซับซ้อนในการบูรณาการและความเสี่ยงในการติดตั้ง โดยใช้ระบบจ่ายไฟฟ้าแบบกระจายความเสี่ยงและสำรองไฟ UPS ด้วยรุ่น Galaxy VXL และ Galaxy VL
- ประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น สามารถบรรลุค่าประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (PUE) รายปีเมื่อมีการประมวลผลเต็ม 100% ได้ต่ำสุดถึงประมาณ 1.12 (ระหว่าง 1.121-1.125 สำหรับ Greenfield และ 1.133 – 1.154 สำหรับ Retrofit ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่)

สถาปัตยกรรมอ้างอิงนี้ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน ANSI สำหรับการปรับใช้ในสหรัฐอเมริกา และมีแผนที่จะขยายกรอบการทำงานเพื่อรองรับมาตรฐาน IEC สำหรับการติดตั้งใช้งานทั่วโลกในอนาคต
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th


























