ติ๊กต๊อก (TikTok) เปิดตัวแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน พร้อมแจกคู่มือ Family Digital Safety Playbook มุ่งสร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัล ยกระดับความปลอดภัยให้เยาวชนไทย และครอบครัว…
TikTok ชูแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน แจกคู่มือ Family Digital Safety Playbook สร้างภูมิคุ้มกันดิจิทัลให้วัยรุ่นไทย
ติ๊กต๊อก เปิดตัว Family Digital Safety Playbook คู่มือสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัลฉบับภาษาไทย ในแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน (#TeensAware) เดินหน้าตอกย้ำความสำคัญด้าน Teen Safety ความปลอดภัยของผู้ใช้เยาวชนบนโลกดิจิทัลที่ตั้งอยู่บนความเข้าใจร่วมกันของทุกคนในครอบครัว
โดยผนึกกำลังร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (MDES), กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET) และ เครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทย ในการพัฒนาคู่มือเวอร์ชันสำหรับประเทศไทย เล็งขยายผลเผยแพร่ในโรงเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

ชนิดา คล้ายพันธ์ Director of Public Policy and Government Relations for Southeast Asia ติ๊กต๊อก กล่าวว่า การสร้างพื้นที่ดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้กลุ่มเยาวชนวัยรุ่น และการมอบประสบการณ์ที่เหมาะสมตามช่วงวัย คือพันธกิจที่ ติ๊กต๊อก ให้ความสำคัญสูงสุดเสมอมา
เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความปลอดภัยทางดิจิทัลไม่อาจเกิดขึ้นได้จากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการผนึกกำลังร่วมกันอย่างบูรณาการ ทั้งการพัฒนาเทคโนโลยี Safety-by-Design ของแพลตฟอร์ม และยังมีการสนับสนุนนโยบายเชิงรุกจากภาครัฐ ภาคประชาสังคม ที่สำคัญที่สุดคือสถาบันครอบครัว
แคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน (#TeensAware) จึงต่อยอดความสำเร็จมาจากแคมเปญต่อต้านภัยไซเบอร์ระดับประเทศอย่าง #คนไทยรู้ทัน (#ThaisAware) ก่อนหน้านี้
ในขณะที่แคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน นั้นเจาะกลุ่มที่วัยรุ่นเยาวชน และสถาบันครอบครัว เพื่อสร้างนิสัยการรู้เท่าทันและการมีสุขภาวะดิจิทัลที่ดีบนโลกดิจิทัลของผู้ใช้ที่เป็นเยาวชนควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจร่วมกันกับผู้ปกครอง”

โดยภายในงานได้เปิดตัว “Family Digital Safety Playbook” คู่มือสร้างความปลอดภัยในโลกดิจิทัลฉบับภาษาไทย ทั้งในแบบรูปเล่ม และแบบอินเตอร์แอคทีฟบนแอป ติ๊กต๊อก ผ่านการค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง เช่น คู่มือดิจิทัลสำหรับครอบครัว, ความปลอดภัยของวัยรุ่นบน ติ๊กต๊อก, ความปลอดภัยของเยาวชน, ฟีเจอร์คุ้มครองวัยรุ่นบน ติ๊กต๊อก ฯลฯ
ที่จะชวนทุกคนในบ้านมาล้อมวงทำแบบทดสอบร่วมกันเพื่อค้นหา “ไวบ์ดิจิทัลของครอบครัว” ผ่านการนำกรณีศึกษาบนโลกออนไลน์ที่ครอบครัวไทยเผชิญจริงในปัจจุบัน อาทิ กลลวงคอลเซ็นเตอร์วิดีโอคอลใช้ AI ปลอมหน้า, ข่าวปลอมต่าง ๆ, ขบวนการจ้างเปิดบัญชีม้า, และการหลอกซื้อสินค้าราคาเกินจริง
เพื่อเปลี่ยนเรื่องการตั้งค่าความปลอดภัยทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่าย สนุกสนาน และทำได้จริง พร้อมชูฟีเจอร์สำคัญอย่าง Family Pairing ที่จะช่วยให้ครอบครัวสามารถสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลบน ติ๊กต๊อก ที่ปลอดภัย และสมดุลมากยิ่งขึ้นสำหรับเยาวชนวัยรุ่น
โดยฟีเจอร์นี้ช่วยให้ผู้ปกครอง และบุตรหลานสามารถเชื่อมบัญชีเข้าด้วยกัน ทำให้ผู้ปกครองสามารถร่วมกันจัดการประสบการณ์การใช้งาน ติ๊กต๊อก ของบุตรหลานได้ เช่น การกำหนดเวลาการใช้งาน โหมดจำกัด (Restricted Mode) และการตั้งค่าการส่งข้อความโดยตรง (Direct Messaging)
ในแง่การปกป้องเยาวชนของ ติ๊กต๊อก ผู้ใช้เยาวชนต้องมีอายุ 13 ปีขึ้นเท่านั้นถึงจะสามารถมีบัญชี ติ๊กต๊อก และใช้งานตามกรอบประสบการณ์ที่ตั้งอยู่บนความปลอดภัยที่กำหนดไว้ โดยบัญชีของผู้ใช้เยาวชนอายุ 13-17 ปี จะได้รับการปกป้องด้วยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และความปลอดภัยเริ่มต้นมากกว่า 50 รายการอัตโนมัติ
อาทิ การจำกัดเวลาหน้าจอ 60 นาทีต่อวัน, การตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว, การจำกัดการส่งข้อความส่วนตัว (DM) ไปจนถึงการคัดกรองเนื้อหาบนฟีด For You เป็นต้น
นำเสนอเนื้อหาที่เหมาะสมกับสถานการณ์บนโลกดิจิทัลที่เกิดขึ้นจริง

สิริประภา วีระไชยสิงห์ Outreach & Partnerships Lead, Trust and Safety ติ๊กต๊อก กล่าวว่า หัวใจสำคัญในการพัฒนาคู่มือความปลอดภัยในครั้งนี้ คือความร่วมมือระหว่างแพลตฟอร์ม ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และที่ขาดไม่ได้เลยคือตัวแทนวัยรุ่นนักเรียน
ที่ต่างระดมความเห็นจากความเชี่ยวชาญในแต่ละภาคส่วน ร่วมกลั่นเป็นไอเดีย และเนื้อหาที่เหมาะสมกับสถานการณ์บนโลกดิจิทัลที่เกิดขึ้นจริงในคนไทย ซึ่งเกิดจากการที่ทุกภาคส่วนมีเจตนารมณ์เดียวกันในการขับเคลื่อนเรื่อง Teen Safety อย่างจริงจัง
ผ่านแคมเปญที่ ติ๊กต๊อก ได้ริเริ่มขึ้น โดยเราทุกฝ่ายต่างมุ่งให้แคมเปญนี้เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่แพลตฟอร์ม และพันธมิตรจะช่วยขับเคลื่อนสร้างโลกดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน และต่อยอดสร้างสรรค์เป็นความร่วมมือในรูปแบบที่หลากหลายได้อีกในอนาคต
นอกจากนี้ ติ๊กต๊อก ยังได้เผย รายงานการบังคับใช้หลักเกณฑ์ชุมชน หรือ Community Guideline Enforcement Report ฉบับล่าสุดไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ซึ่ง ติ๊กต๊อก ใช้เทคโนโลยีควบคู่กับทีมงานที่เป็นมนุษย์ในการตรวจสอบและลบคอนเทนต์ที่ละเมิดกฎชุมชน
โดยในไทยได้มีการจัดการเชิงรุกสำหรับคอนเทนต์ละเมิดกฎ ลบวิดีโอที่ละเมิดมาตรฐานชุมชนในไทยไปมากกว่า 3.29 ล้านคลิป ในไตรมาสแรกของปี มีอัตราการตรวจจับ และลบออกเชิงรุกก่อนมีการรายงานสูงถึง 99.2%

นอกเหนือจากการสร้างสภาพแวดล้อมบนโลกดิจิทัลที่ปลอดภัยแล้ว ติ๊กต๊อก ยังมุ่งมั่นส่งเสริมความโปร่งใส และการเท่าทันเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยแพลตฟอร์มเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยี AI เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการยกระดับความรู้เท่าทัน AI และเพิ่มความโปร่งใสในการใช้งาน
โดยร่วมมือกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในโครงการ AI Literacy ทั้งยังเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอรายแรกที่นำ C2PA Content Credentials มาใช้ และล่าสุดเข้าร่วม C2PA Steering Committee เพื่อร่วมผลักดันมาตรฐานความโปร่งใสด้าน AI ในระดับสากล
โดยติดป้ายกำกับคอนเทนต์ที่สร้างจาก AI ไปแล้วกว่า 3 พันล้านคลิปทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยี และเครื่องมือต่าง ๆ รวมถึง Invisible Watermarking เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานรู้เท่าทันและเข้าใจคอนเทนต์ AI ได้ดียิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ภายในงาน #วัยทีนรู้ทัน ก็ยังได้จัดเสวนาในหัวข้อ “Enhancing Teen Safety — A Shared Social Responsibility” โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนภาครัฐ ภาคประชาสังคม และครีเอเตอร์ชื่อดังมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเข้มข้น
ทั้งจาก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (MDES), กรมกิจการเด็ก และเยาวชน, กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), TikTok Safety Advisory Council, มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET), ตัวแทนจากสภาเด็ก และเยาวชนฯ
พร้อมด้วยครีเอเตอร์ชื่อดังอย่าง พล-นวพล เชื่อมวราศาสตร์ จากช่อง SaySci เจ้าของรางวัล Webby Awards ล่าสุดและ ซินดี้-สิรินยา บิชอพ คุณแม่นางแบบชื่อดัง จากช่อง Cindysirinya ที่มาร่วมถ่ายทอดอินไซต์และผลักดันประเด็น Teen Safety ในหลากมุมมอง
การปกป้องเด็ก และเยาวชนบน ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือ “ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม“

ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย (INET) กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “การปกป้องเด็ก และเยาวชนบนโลกออนไลน์ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือ ‘ความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในสังคม’ ทั้งแพลตฟอร์ม ภาครัฐ ภาคประชาสังคม และครอบครัว
การผนึกกำลังกับ ติ๊กต๊อก ในแคมเปญ #วัยทีนรู้ทัน ครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านจากการตั้งรับ ไปสู่การสร้าง “ภูมิคุ้มกันดิจิทัล” เชิงรุกอย่างแท้จริง ผ่านการนำคู่มือ Family Digital Safety Playbook ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อปลูกฝังทักษะการรู้เท่าทันสื่อ
และการใช้เทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดและปลอดภัยให้กับเยาวชนไทยทั่วประเทศ โดยทางเรามีแผนจะนำคู่มือนี้ไปใช้ในกิจกรรมการเรียนรู้กับโรงเรียน เครือข่ายผู้ปกครอง และชุมชน รวมถึงเครือข่ายเสริมสร้างอินเทอร์เน็ตปลอดภัยประเทศไทยในการเผยแพร่ต่อไปด้วยเช่นกัน

ด้าน ซินดี้-สิรินยา บิชอพ ครีเอเตอร์คุณแม่นางแบบชื่อดัง จากช่อง Cindysirinya กล่าวเสริมถึงบทบาทของสถาบันครอบครัวยุคดิจิทัล ว่า ในฐานะคุณแม่ การห้ามหรือแอนตี้โซเชียลมีเดียไม่ใช่คำตอบอีกแล้วค่ะ เพราะดิจิทัลวันนี้คือพื้นที่เรียนรู้และเข้าสังคมของเด็กยุคนี้
ซินดี้เชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือ การไม่กลัวเทคโนโลยี แต่ต้องเรียนรู้ และสร้างความเข้าใจไปพร้อมกับลูก ๆ และเปลี่ยนบ้านให้เป็น Safe Zone ที่เน้นเปิดใจรับฟังโดยไม่ตัดสิน เมื่อไหร่ก็ตามที่เรามีความไว้เนื้อเชื่อใจและเคารพซึ่งกัน และกันในครอบครัว ภัยคุกคามภายนอกจะกลายเป็นเรื่องที่พ่อแม่จับมือกับลูก
รับมือร่วมกันได้อย่างสบายใจ และการมีคู่มืออย่าง Family Digital Safety Playbook นี้ขึ้นมา ก็จะเป็นอีกตัวช่วยชั้นดีที่ช่วยให้เรากำหนดกติการ่วมกันได้ง่ายขึ้น รวมถึงใช้ฟีเจอร์ความปลอดภัยอย่าง Family Pairing ให้กลายเป็นกิจกรรมสนุก ๆ เพิ่มความอบอุ่นภายในบ้านค่ะ
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























