ครั้งแรกของโลก! ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) ร่วมกับ สถานเสาวภา เปิดตัว Venom Express ยกระดับโลจิสติกส์การแพทย์ ส่งด่วนพัสดุมีเขี้ยว ผลิตเซรุ่มแก้พิษงู…
highlight
- ไปรษณีย์ไทย ร่วมกับ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เดินหน้าความร่วมมื
อครั้งสำคัญเปิดตัวโครงการส่งงู พิษ ต่อชีวิตคนไทย (Venom Express Thailand) ยกระดับศักยภาพเครือข่ายโลจิสติ กส์ของประเทศ สู่การสนับสนุนภารกิจด้ านสาธารณสุข และการแพทย์ โดยนำจุดแข็งด้านเครือข่ ายการขนส่งของไปรษณีย์ไทย ผสานองค์ความรู้และความเชี่ ยวชาญเฉพาะทางของสถานเสาวภา ในการบริหารจัดการและขนส่งงูพิษ สู่กระบวนการผลิตเซรุ่มแก้พิษงู ตามมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างด้านสาธารณสุข ใ ห้คนไทยเข้าถึงการรักษาที่มี ประสิทธิภาพและเท่าเทียมอย่างทั นท่วงที พร้อมสร้างเสถียรภาพทางการแพทย์ คลังชีววัตถุ และยาฉุกเฉินระดั บประเทศ เพื่อผลักดันสุขภาวะที่ดี ของประชาชน
Thailand Post ผนึกกำลัง สถานเสาวภา เปิดตัว Venom Express ส่งด่วนพัสดุมีเขี้ยว ผลิตเซรุ่มแก้พิษงู

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ในฐานะหน่วยงานขนส่งแห่งชาติ ภายใต้สังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม มีภารกิจสำคัญในการนำศักยภาพของเครือข่ายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ มาสนับสนุนภารกิจที่เป็นประโยชน์
ต่อประชาชนและประเทศ ความร่วมมือกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ในโครงการส่งงูพิษ ต่อชีวิตคนไทย (Venom Express Thailand) เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าเครือข่ายไปรษณีย์ไทยสามารถก้าวข้ามบทบาทการขนส่งแบบเดิม และเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์ของประเทศได้
โดยเฉพาะภารกิจที่ต้องอาศัยทั้งความเชี่ยวชาญ ความแม่นยำ และมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูง ซึ่งภายใต้โครงการนี้ ไปรษณีย์ไทย นำศักยภาพด้าน Medical Logistics และเครือข่ายการขนส่งที่เข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ มาออกแบบระบบรองรับการขนส่งงูพิษจากแหล่งต่าง ๆ ไปยังสถานเสาวภา
โดยคำนึงถึงมาตรฐานด้านบรรจุภัณฑ์ การควบคุมสภาพแวดล้อมระหว่างการขนส่ง ความปลอดภัย และระบบติดตามสถานะการขนส่ง เพื่อให้กระบวนการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางมีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้

“สำหรับ โครงการส่งงูพิษ ต่อชีวิตคนไทย (Venom Express Thailand) ไปรษณีย์ไทยได้วางมาตรฐานการดำเนินงานตามกฎหมายและข้อบังคับสากลอย่างเคร่งครัด ทั้งระบบบรรจุภัณฑ์ ป้องกันการหลุดรอด ทนต่อแรงกระแทก และระบายอากาศอย่างเหมาะสม ควบคุมสภาพแวดล้อมระหว่างขนส่งเพื่อลดความเครียดของงูพิษ
โดยที่เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทยจะรับมอบเฉพาะพัสดุบรรจุกล่องนิรภัย ที่ผ่านการผนึกอย่างแน่นหนาจากต้นทางเท่านั้น ไม่มีการสัมผัสตัวงูพิษโดยตรง พร้อมติดสัญลักษณ์เตือนชัดเจน เพื่อความมั่นใจและปลอดภัย ของทั้งงูพิษ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน โดยในระยะแรก ไปรษณีย์ ได้ประสานงานรับมอบงูพิษจากอาสาสมัครหรือทีมกู้ภัย
ที่ผ่านการอบรมการจับ งูและได้รับใบอนุญาตส่งงูจากสถานเสาวภา สภากาชาดไทยในพื้นที่ไปรษณีย์นายายอาม จังหวัดจันทบุรี นำเข้าสู่กระบวนการขนส่ง ส่งตรงถึงศูนย์ไปรษณีย์ด่วนพิเศษ กรุงเทพฯ เพื่อให้สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เข้ามารับงูพิษ เพื่อนำในการสกัดเป็นเซรุ่มช่วยชีวิต

ทั้งนี้ การลำเลียงงูพิษทั้งหมดจะดำเนินการผ่านรถขนส่งตามระบบงานไปรษณีย์ และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุด สำหรับในระยะถัดไป ไปรษณีย์ไทยมีแผนขยายพื้นที่จัดส่งต้นทางครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาคมากยิ่งขึ้น
เพื่อรักษาคุณภาพและมาตรฐานของเซรุ่มให้มีประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมทั้งเปิดโอกาสสำคัญโดยร่วมกับสถานเสาวภา สภากาชาดไทย ในการศึกษาวิจัย และพัฒนาเซรุ่มแก้พิษงูสายพันธุ์ใหม่ ที่ประเทศไทยยังไม่เคยมีมาก่อน เพื่อสร้างความมั่นคงทางเวชภัณฑ์ให้แก่ระบบสาธารณสุขไทยในอนาคต”

ด้าน ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้ช่วยเลขาธิการสภากาชาดไทย และผู้อำนวยการสถานเสาวภา เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ของการพัฒนาเซรุ่มแก้พิษงูให้มีประสิทธิภาพสูงสุด คือความหลากหลายขององค์ประกอบพิษงูในแต่ละพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันสถานเสาวภาเผชิญข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้รวบรวมงูตามธรรมชาติที่ลดน้อยลง
การผนึกกำลังกับ ไปรษณีย์ไทย ในโครงการ “ส่งงูพิษ ต่อชีวิตคนไทย” ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของวงการโลจิสติกส์โลก ที่ไปรษณีย์ไทยจะเป็นหน่วยงานที่เข้ามาเชื่อมระบบการขนส่งงูพิษ ระหว่างเจ้าหน้าที่อาสาสมัครป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กับ เสาวภา สภากาชาดไทย ช่วยแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
ในการรวบรวมงูพิษจากธรรมชาติต่างภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพิษงูในแต่ละพื้นที่มีองค์ประกอบเฉพาะตัว การผลิตเซรุ่มแก้พิษให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงจำเป็นต้องอาศัยสารตั้งต้นพิษงูจากหลากหลายสายพันธุ์ครอบคลุมทั่วประเทศ อาทิ งูเห่า งูจงอาง งูแมวเซา งูกะปะ และงูเขียวหางไหม้
ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักในการผลิตเซรุ่มแก้พิษที่ยังมีความต้องการสูง และเสี่ยงต่อการขาดแคลนในระบบสาธารณสุข ซึ่งงูพิษทั้งหมดที่ได้รับมา จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสุขภาพ และแยกเลี้ยงในระบบปิดที่ได้มาตรฐานสากล จากนั้นจะรีดพิษงู เพื่อนำพิษงูที่ได้ไปผ่านกระบวนการผลิตเป็น “เซรุ่มแก้พิษงู” ชนิดฉีดจำเพาะสายพันธุ์

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























