ABB พาส่องอนาคตภาคอุตสาหกรรม ชูการอัปเกรดระบบเดิมสู่ดิจิทัล และพลังงานยั่งยืน

ABB

เอบีบี (ABB) เผยมุมมองอนาคตภาคอุตสาหกรรม ชี้การขยายกำลังการผลิตพลังงาน และการยกระดับระบบเดิมสู่ดิจิทัล คือ กุญแจสำคัญ…

ABB พาส่องอนาคตภาคอุตสาหกรรม ชูการอัปเกรดระบบเดิมสู่ดิจิทัล และพลังงานยั่งยืน

กลุ่มธุรกิจ Energy Industries ของ เอบีบี (ABB) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและระบบอัตโนมัติสำหรักระบวนการผลิต (Process Automation) ได้ร่วมมือกับ Verdantix ในการจัดทำรายงานวิจัยอิสระเกี่ยวกับการขยายตัว และการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน (Energy Expansion and Transformation)

โดยผลการวิจัยได้ศึกษาเจาะลึกถึงแนวทางที่ภาคอุตสาหกรรมจะสามารถยกระดับประสิทธิภาพของระบบอัตโนมัติสำหรักระบวนการผลิต (Process Automation) เดิม ควบคู่ไปกับการบูรณาการแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่การขยายขีดความสามารถด้านพลังงาน

และการเปลี่ยนผ่านระบบ จะต้องรุดหน้าไปด้วยกันอย่างสอดคล้อง ซึ่งประเด็นนี้ทวีความสำคัญ และมีความเกี่ยวเนื่องอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย ท่ามกลางความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นจากกลุ่มอุตสาหกรรมเกิดใหม่ อาทิ ดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และอุตสาหกรรมการผลิตมูลค่าสูงอื่น ๆ

เวลานี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศไทย ท่ามกลางกระแสการลงทุนที่ร้อนแรงด้วยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนปี 2568 ที่ทุบสถิติสูงถึง 1.88 ล้านล้านบาท ซึ่งขับเคลื่อนโดยอุตสาหกรรมดิจิทัล และเทคโนโลยีขั้นสูง
ทว่า การจะรักษาขีดความสามารถการแข่งขัน และแรงขับเคลื่อนนี้ไว้ได้

จำเป็นต้องมองข้ามช็อตไปมากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า การปรับปรุงระบบส่งจ่ายไฟฟ้า และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ด้านพลังงาน และอุตสาหกรรมเดิมที่มีการใช้งานอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

ABB
แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย

แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสองสิ่งพร้อมกัน คือการขยายกำลังการผลิตพลังงาน และการเสริมความแข็งแกร่งให้โครงสร้างพื้นฐานที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอยู่ในปัจจุบัน

ทุกวันนี้ AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การใช้ไฟฟ้า และการผลิตขั้นสูงเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบความต้องการพลังงาน ซึ่งทำให้การขยาย และการเปลี่ยนผ่านระบบต้องเดินหน้าไปด้วยกัน นี่คือแนวทางที่จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถสร้างระบบพลังงานที่มีความพร้อมรับมือ ยืดหยุ่น และมีความสามารถในการแข่งขันที่ดียิ่งขึ้นสำหรับทศวรรษต่อไป

สัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการอัปเกรดระบบส่งไฟฟ้า และหม้อแปลง เพื่อรองรับการเติบโตของดิจิทัลและอุตสาหกรรมระยะต่อไป กระทรวงพลังงานได้อนุมัติการลงทุนเร่งด่วนเพื่อเพิ่มจุดจ่ายไฟ และหม้อแปลงรวมกว่า 1,150 เมกะวัตต์

รองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในพื้นที่ [1]  ขณะเดียวกัน ประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ เพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงาน รองรับความต้องการในอนาคต และบูรณาการพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบมากขึ้น [2]

ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานใหม่ยังคงมีความจำเป็น งานวิจัยของเอบีบีก็ชี้ให้เห็นโอกาสสำคัญอีกด้านหนึ่ง โดยร้อยละ 79 ของผู้ตอบแบบสำรวจการเรื่องการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานภาคพาณิชย์และอุตสาหกรรมประจำปี 2568 ระบุว่า การเพิ่มประสิทธิภาพระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation)

ที่มีอยู่จะส่งผลต่อการลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานได้มากที่สุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า แนวทางนี้สะท้อนให้เห็นว่าการเพิ่มประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และผลผลิตจากระบบเดิม สามารถเสริมความมั่นคงและความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน ทั้งยังช่วยลดการปล่อยมลพิษได้พร้อมกัน

ABB
แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย

สำหรับประเทศไทย การขยายกำลังการผลิตและการปรับปรุงระบบที่มีอยู่ต้องได้รับการจัดการในฐานะ 2 สิ่งสำคัญที่ต้องทำควบคู่กัน โดยการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบส่งไฟฟ้า การเสริมความสามารถในการมองเห็นสถานะของระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) ที่มีอยู่ และการใช้ระบบอัตโนมัติ

และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อระบุจุดที่มีประสิทธิภาพต่ำ ล้วนช่วยให้ผู้ประกอบการรับมือกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงได้ในระหว่างที่โครงการใหม่ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา นอกจากนี้ เมื่อระบบพลังงานมีความเชื่อมโยงถึงกันอย่างลื่นไหลแล้ว ความยืดหยุ่นของระบบยังต้องอาศัยการจัดการการผสานรวมพลังงานหมุนเวียน

ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และเสถียรภาพของการดำเนินงานไปพร้อมกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือในภาคตะวันออกของประเทศไทย ที่การเพิ่มประสิทธิภาพระบบส่งไฟฟ้าในสามพื้นที่สามารถเพิ่มกำลังการจ่ายไฟได้ถึง 550 เมกะวัตต์ แสดงให้เห็นว่าการยกระดับระบบเดิมสามารถตอบสนองความต้องการได้จริง ในขณะที่โครงการใหม่ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง [3]

ABB
แอนเดอร์ มัลทีเซ็น ประธานฝ่ายอุตสาหกรรมพลังงานของเอบีบี ประจำภูมิภาคเอเชีย

เอบีบี มุ่งช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมนำเสนอแนวทาง Automation Extended ที่เปิดให้ลูกค้าสามารถนำระบบดิจิทัล รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูล และ AI เข้ามาใช้งานควบคู่กับระบบควบคุมที่มีอยู่ได้

โดยไม่รบกวนการดำเนินงานหลัก [4] วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าเปลี่ยนผ่านระบบในจังหวะที่เหมาะสม สามารถประเมินการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติที่มีอยู่ และปรับปรุงประสิทธิภาพในแบบที่คาดการณ์ได้ และผสานระบบอัตโนมัติมากขึ้นในระยะยาว

เอบีบี ได้เข้าไปสนับสนุนหน่วยงานในประเทศไทยผ่านแนวทางนี้แล้ว โดยที่ ไออาร์พีซี (IRPC) ซอฟต์แวร์ของเอบีบีได้ช่วยปรับปรุงกระบวนการผลิตไอน้ำ และการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้สามารถลดความผันผวนของแรงดันลงได้สูงสุดถึงร้อยละ 50

ขณะที่ใน กลุ่มมิตรผล (Mitr Phol Group) เทคโนโลยีระบบควบคุมอัตโนมัติ และดิจิทัลของ เอบีบี ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาโรงงานน้ำตาล และโรงไฟฟ้าชีวมวลแห่งใหม่ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับประสิทธิภาพการดำเนินงานในสภาพแวดล้อมทางอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานอย่างเข้มข้น

ABB

การขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความซับซ้อนในการทำงานร่วมกันระหว่างหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการสาธารณูปโภค และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า น้ำ และดิจิทัล เอบีบีมุ่งมั่นทำงานร่วมกับลูกค้า และพันธมิตรในระบบนิเวศนี้

เพื่อนำความเชี่ยวชาญด้านระบบอัตโนมัติ ระบบไฟฟ้า และดิจิทัลมาสนับสนุนการบูรณาการที่เชื่อถือได้ พร้อมดึงประสิทธิภาพสูงสุดระบบอัตโนมัติสำหรับกระบวนการผลิต (Process Automation) เดิม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินงานระยะยาว

ข้อมูลอ้างอิง

[1] กระทรวงพลังงาน, “ปลัดกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตามสถานีไฟฟ้าแรงสูง จ.ชลบุรี เตรียมรองรับ Data Center”, 14 กุมภาพันธ์ 2569.
[2] กระทรวงพลังงาน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ปาฐกถาพิเศษในงาน ROAD TO NET ZERO 2026, 25 มิถุนายน 2569.
[3] การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT), “EGAT highlights ‘clean, stable, and sufficient power,’ upgrading energy infrastructure to drive Thailand toward a data center hub,” 16 มิถุนายน 2569.
[4] เอบีบี, “Automation Extended.” เปิดตัวในปี 2026 ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถนำระบบ AI การวิเคราะห์ข้อมูล และดิจิทัล เข้ามาใช้งานได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพ ความปลอดภัย และความพร้อมใช้งานของระบบควบคุมหลัก. คลิกที่นี่เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม : Automation extended | เอบีบี

ส่วนขยายอ

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay