“รองนายกฯ ประเสริฐ” หารือ “สภาอุตสาหกรรมโคราช” ผลักดันงาน “AgroFEX 2025” ยิ่งใหญ่ เดินหน้าพัฒนา “เมืองศูนย์กลางดิจิทัลภาคอีสาน”…
AgroFEX 2025 มาแน่! “รองนายกฯ ประเสริฐ” เล็งปั้นโคราชศูนย์กลางดิจิทัลภาคอีสาน
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) เดินหน้าเข้าหารือกับสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ และแนวทางการพัฒนาจังหวัด เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ในการข้อให้เป็นผหน่ยงานหลักในการเชิญชวนหน่วยงาน และบริษัทด้านดิจิทัล
อาทิ depa, NT, Huawei, AIS, True และไปรษณีย์ไทย เข้าร่วมจัดแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมในงาน AgroFEX 2025 ในวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า ในส่วนของการก่อสร้างศูนย์ประชุม และนิทรรศการ (MICE) ซึ่ง สภาอุตสาหกรรมฯ เสนอให้พิจารณาสร้างศูนย์ประชุมขนาด 5,000 ตารางเมตร โดยอาจใช้พื้นที่บริเวณ ปภ.5
และให้รัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างก่อนมอบให้เอกชนเข้ามาบริหารจัดการ ซึ่งเป็นโมเดลที่เคยประสบความสำเร็จมาแล้วที่ศูนย์ประชุมมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ หาดใหญ่นั้นตนจะหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้ง รวมถึงนำผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มาพิจารณาเป็นข้อมูลประกอบ

“สำหรับข้อเสนอที่น่าสนใจคือการพัฒนา และยกระดับพิพิธภัณฑ์ โดยสภาอุตสาหกรรมฯ ขอการสนับสนุนงบประมาณเพื่อก่อสร้าง และปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ช้างดึกดำบรรพ์ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่เชื่อมโยงกับเส้นทางท่องเที่ยวหลัก และโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัด
ซึ่งในด้านการพัฒนาคน สภาอุตสาหกรรมฯ ได้ขอความร่วมมือจากกระทรวงดีอี ในการส่งเสริมทักษะดิจิทัล และ AI ให้กับเยาวชน ตั้งแต่ระดับเด็กเล็กไปจนถึงมัธยมศึกษา ในขณะเดียวกันก็มีข้อเสนอเพิ่มเติมให้กระทรวงช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ในการทำการตลาด
การจัดการด้านภาษี และการบริหารกิจการ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นโดยตรง ขณะที่ในด้านการลงทุน สภาอุตสาหกรรมฯ เสนอให้รัฐบาลเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมไบโอเทค รวมถึงการเชิญชวนบริษัทด้าน Cloud และ Data Center เข้ามาตั้งฐานในพื้นที่โคราช

ซึ่งจะช่วยยกระดับจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีของภาคอีสาน ขณะเดียวกันผู้แทนจากนิคมอุตสาหกรรมนวนครก็ได้สะท้อนปัญหาด้านการจัดการน้ำ โดยเน้นว่าจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการที่มั่นคง เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอที่น่าสนใจจากภาคเอกชน
เช่น การพัฒนาโคราชให้เป็นเมือง Digital Nomad เพื่อดึงดูดกลุ่มคนทำงานที่ใช้เทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ตเป็นเครื่องมือหลัก ซึ่งจะเป็นอีกช่องทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง รวมถึงการผลักดันโครงการขยายแนวเขตท่อประปาไปยังพื้นที่เขาใหญ่ที่ยังขาดแคลนระบบน้ำประปา ซึ่งล้วนเป็นปัญหาพื้นฐานที่ประชาชนให้ความสำคัญ

“ผมขอชื่นชมต่อสภาอุตสาหกรรมฯ ในการพยายามและแนวคิดที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเมืองนครราชสีมา เชื่อมั่นว่ารัฐบาลจะพิจารณาสนับสนุนและประสานความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง จังหวัดนครราชสีมา มีศักยภาพที่จะเป็นเมืองต้นแบบของภาคอีสาน
ทั้งด้านเศรษฐกิจ การลงทุนและเทคโนโลยี รัฐบาลพร้อมบูรณาการกับทุกหน่วยงาน เพื่อผลักดันให้โคราชก้าวสู่การเป็นเมืองทันสมัย เชื่อมโยงเศรษฐกิจท้องถิ่นกับโลกดิจิทัล และสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับประชาชน” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























