AIS ประกาศผลประกอบการ Q3/64 พร้อมนำ 5G สนับสนุนการเติบโตทุกภาคส่วน

AIS

เอไอเอส (AIS) ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 เดินหน้านำเทคโนโลยี 5G สนับสนุนการเติบโตทุกภาคส่วนใน Digital Ecosystem อย่างต่อเนื่อง…

AIS ประกาศผลประกอบการ Q3/64 พร้อมนำ 5G สนับสนุนการเติบโตทุกภาคส่วน

เอไอเอส ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 3 ของปี 2564 โดยยังคงเดินหน้านำศักยภาพเทคโนโลยีโครงข่าย 5G เข้าสนับสนุนการเติบโตภาคส่วนต่าง ๆ ของประเทศ ทั้งภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ ภาคสาธารณสุข การศึกษา การท่องเที่ยว

เพื่อให้เกิด Digital Ecosystem ที่สมบูรณ์ โดยมุ่งเน้นความสำคัญไปที่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อการทำงานทุกรูปแบบ รองรับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว รวมถึงการแข่งขันในโลกยุคใหม่ท่ามกลางโอกาส และความท้าทายอีกมากมาย

AIS
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า การทำงานของ เอไอเอส ตลอดทั้ง 3 ไตรมาสที่ผ่านมา เรามีเป้าหมายที่ชัดเจนในการนำศักยภาพขององค์กรทั้งโครงข่ายเทคโนโลยี และบริการด้านดิจิทัล

ในการวางโครงสร้างพื้นฐานให้มีความครอบคลุม และพร้อมให้บริการมากที่สุด เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกับภาคส่วนต่างๆ ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรมและใช้งานได้จริง ทำให้วันนี้ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิต

หรือแม้แต่ภาคธุรกิจ สามารถใช้เครื่องมือด้านดิจิทัลมาเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จนเกิดการขับเคลื่อนตั้งแต่ระดับฐานรากไปจนถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 3 ของปี 2564 รายได้รวม อยู่ที่ 42,377 ล้านบาท เติบโต 1.6% เทียบกับปีก่อน ในส่วนกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ของปีนี้ อยู่ที่ 6,374 ล้านบาท

ส่งผลให้ในช่วง 9 เดือนแรก ของปี 2564 เอไอเอสมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3.3% จากปีก่อน มาอยู่ที่ 130,995 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ อยู่ที่ 20,059 ล้านบาท ลดลง 1.0% เทียบกับปีก่อน โดยผลการดำเนินงานแยกตามรายธุรกิจดังนี้

  • ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีรายได้รอบ 9 เดือนลดลง 1.6% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 87,653 ล้านบาท เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวลงในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดรอบใหม่ ประกอบกับการแข่งขันที่ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง สำหรับการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5G หลังจากที่ได้ขยายเครือข่ายครบ 77 จังหวัด และมีความครอบคลุมกว่า 42% ของจำนวนประชากร ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการ 5G แล้วกว่า 1.5 ล้านราย และคงเป้าหมายฐานลูกค้าสู่ 2 ล้านรายภายในปีนี้
  • ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง มีรายได้รอบ 9 เดือนเติบโตสูงที่ 20% เทียบกับปีก่อน ซึ่งในไตรมาส 3 ปี 2564 มีจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นสุทธิ 133,000 ราย สูงที่สุดในรอบ 5 ไตรมาส โดยปัจจุบัน เอไอเอส ไฟเบอร์ มีลูกค้ารวม 1,668,900 ราย และทะลุเป้าหมาย 1.6 ล้านครัวเรือน ณ สิ้นปีนี้ ได้รับปัจจัยบวกจากการทำงานที่บ้าน (Work from Home) และเรียนที่บ้าน (Learn from Home)
  • ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ยังคงแข็งแกร่งและมีรายได้รอบ 9 เดือนเติบโตได้ดีที่ 16% เทียบกับปีก่อน จากความต้องการใช้บริการโซลูชันต่าง ๆ ทั้ง Cloud, Cybersecurity และ ICT solution เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอด 9 เดือนที่ผ่านมา พร้อมเปิดตัวบริการที่ทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การทำงานร่วมกับ OMRON เปิดตัวโซลูชันใหม่ Industry 4.0 ภาคการผลิตอัจฉริยะ Smart Manufacturing เต็มรูปแบบ หรือแม้แต่การผนึกกำลังกับ เอไอเอส 5G ผนึกกำลัง Mitsubishi Electric และ ทีเคเค ส่งเทคโนโลยี Total Industrial Solution ด้วย e-F@ctory บนศักยภาพ 5G ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและโรงงานการผลิตในประเทศ และล่าสุดกับบริการด้าน Cyber Security ระดับโลกแบบครบวงจรสำหรับการใช้งานภายในองค์กรเพื่อตรวจจับและป้องกันภัยไซเบอร์ทุกรูปแบบ ผ่านการทำงานร่วมกับ Palo Alto Networks

“เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เอไอเอส พยายามสร้างการเชื่อมต่อกับภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนไทยในทุกมิติ โดยในไตรมาสที่ผ่านมาเราได้บรรลุข้อตกลง และลงนามในสัญญาร่วมทุนกับธนาคารไทยพาณิชย์ ในการจัดตั้งบริษัทในชื่อ “เอไอเอสซีบี“ (AISCB)

เพื่อให้บริการด้านการเงินดิจิทัล เช่น บริการด้านสินเชื่อ และบริการทางการเงิน ที่ยังมีโอกาสและศักยภาพการเติบโตอีกมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้านบริการดิจิทัลที่หลากหลายไร้ขีดจำกัด”

“เราเชื่อว่าโครงข่าย 5G ยังสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศได้อีกมหาศาล สิ่งที่ เอไอเอส ตั้งใจทำมาโดยตลอดหลังจากที่เราได้เปิดตัวการให้บริการ เอไอเอส 5G คือการนำประสบการณ์ใช้งานที่เหนือกว่ามาให้คนไทยได้สัมผัสภายใต้เป้าหมายการเป็นผู้นำด้าน Digital Life Service Provider จนถึงวันนี้

เรายังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนการดำเนินงานเพื่อพัฒนาศักยภาพของ 5G ให้ตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อให้ประเทศมีโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเทคโนโลยีที่แข็งแรง กลายเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมดิจิทัลที่พร้อมแข่งขันในเวทีโลก

สามารถใช้เป็นจุดแข็งของประเทศในการดึงดูดนักลงทุนสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน พร้อมรับโอกาสใหม่ ๆ หลังเปิดประเทศ” สมชัย กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th