เอไอเอส (AIS) เผย ผลประกอบการ Q 1/64 ทำรายได้รวม 45,861 ล้านบาท เติบโต 7% ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เริ่มฟื้นตัว-ฝั่งธุรกิจเน็ตบ้านแข็งแกร่งโตเหนือตลาด…
highlight
- เอไอเอส เผยผลประกอบการไตรมาส 1 ของปี 2564 เริ่มฟื้นตัวเมื่อเทียบกับช่
วงเดียวกันกับปีที่แล้ว ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 45,861 ล้านบาท เติบโต 7% (YoY) ภาพรวมรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่ อนที่รายได้ลดลงเล็กน้อย 3.2% (YoY) จากปีก่อน แต่เริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว เติบโต 1.2% (QoQ) เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ในส่วนของธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้ าน รายได้ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ งที่ 17% (YoY) นับเป็นตัวเลขเติบโตสูงสุดเหนื ออุตสาหกรรม แม้ความไม่แน่ นอนจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม - เอไอเอส ยังคงเดินหน้าขยายโครงข่าย 5G/4G เพื่อเสริมศักยภาพผู้นำ ส่งผลให้ต้นทุนการให้บริการเพิ่
มขึ้น และกำไรสุทธิ และ EBITDA ในไตรมาส 1 ปี 2564 ลดลงเล็กน้อย 1.7% และ 0.9% (YoY) ตามลำดับ ทั้งนี้ EBITDA เริ่มฟื้นตัวเติบโต 1.6% (QoQ) เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่กลั บมาเติบโตและการบริหารจัดการต้ นทุน SG&A อย่างมีประสิทธิภาพ
AIS เผย Q 1/64 กำไร 45,861 ล้าน เติบโต 7% จากแนวโน้มธุรกิจเริ่มฟื้นตัว
สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID–19 ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อการเติบโตของภาคธุรกิจ
แม้ว่าจะมีการแพร่ระบาดระลอก 2 ในช่วงปลายปี 2563 มาจนถึงช่วง 1-2 เดือนแรกของปี 2564 แต่ เอไอเอส ก็ยังคงสามารถทำผลงานได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เป็นผลมาจากความร่วมมือของบุคลากรทั้งองค์กรที่มีความพร้อมในการปรับตัว รับกับสถานการณ์วิกฤตอยู่เสมอ
เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการทำงานสนับสนุนภาคสาธารณสุขในมิติของการเสริมศักยภาพการทำงานด้วย เอไอเอส 5G เพื่อเป็นการ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อคนไทย ในทุกสถานการณ์วิกฤติ

สำหรับไตรมาสแรกของปี 2564 เอไอเอส ทำรายได้รวมอยู่ที่ 45,861 ล้านบาท เติบโต 7% (YoY) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีที่ผ่านมา โดยกำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย หรือ EBITDA ลงลงเล็กน้อย 0.9% (YoY) แต่ในไตรมาสแรกของปีนี้เริ่มฟื้นตัวขึ้นโดย EBITDA เติบโต 1.6% (QoQ)
ซึ่งเป็นผลจาการบริหารจัดการต้นทุน แม้ว่ายังมีการขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะเทคโนโลยี 5G แต่ เอไอเอส ยังคงสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายการขายและบริหารให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้านกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสแรกปี 2564 ลดลง 1.7% (YoY) เป็นผลกระทบของ COVID–19 และการแข่งขันที่ยังคงสูงต่อเนื่องมายังปีนี้
ทั้งนี้กำไรสุทธิลดลงที่ 7.3% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งเป็นผลมาจากการขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน และสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับในไตรมาส 4/2563

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่
ภาพรวมรายได้ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ในไตรมาสแรกของปี 2564 ลดลง 3.2% (YoY) แต่มีการเติบโตขึ้น 1.2% (QoQ) เทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เป็นผลมาจากยอดผู้ใช้บริการใหม่ที่เติบโตสูง รวมถึงมาตรการจากภาครัฐที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน
โดยรายได้ในกลุ่มผู้ใช้บริการรายเดือน (Postpaid) ยังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีจำนวนเพิ่มขึ้นสุทธิกว่า 442,400 เลขหมาย ในไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มผู้ใช้บริการแบบเติมเงิน (Prepaid) ได้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนเลขหมายเพิ่มขึ้นสุทธิ 887,900 เลขหมาย
ส่งผลให้ปัจจุบัน เอไอเอส ยังครองผู้ให้บริการอันดับหนึ่งที่มีผู้ใช้บริการมากที่สุดถึง 42,767,100 เลขหมาย ในขณะที่ตลาดยังคงเน้นแพ็กเกจดาต้าแบบใช้งานไม่จำกัดซึ่งเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจที่ลูกค้าต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย
สำหรับการเติบโตของผู้ใช้บริการ 5G ซึ่งได้ขยายเครือข่าย 5G ครบ 77 จังหวัด โดยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 2563 ซึ่งเมื่อจบไตรมาสแรก ปี 2564 เอไอเอส มีผู้ใช้บริการ 5G แล้วกว่า 7 แสนราย โดยตั้งเป้าสู่ 1 ล้านรายภายในปีนี้
ธุรกิจเน็ตบ้าน
สำหรับธุรกิจเน็ตบ้าน ยังคงได้รับปัจจัยบวกมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทั้งจากการทำงานที่บ้าน (WFH) ของบริษัทต่าง ๆ หรือแม้แต่การเรียนของนักเรียน นักศึกษา ที่การใช้อินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นและมีความสำคัญมากขึ้น
โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ เอไอเอส ไฟเบอร์ มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น 95,000 ราย หรือเพิ่มขึ้น 7% จากปลายปีก่อนหน้า ทำให้มีผู้ใช้บริการรวมแล้วกว่า 1.43 ล้านรายทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าระดับรายได้เฉลี่ยรายเดือนต่อลูกค้าหรือ ARPU จะลดลงจากการแข่งขัน
แต่ภาพรวมของรายได้ยังคงเติบโตกว่า 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว คิดเป็นรายได้ 1,919 ล้านบาท เอไอเอสไฟเบอร์ ยังคงยืนหยัดผู้นำธุรกิจเน็ตบ้านที่เติบโตสูงสุดและแข็งแกร่งเหนือตลาด
สัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจในไตรมาสแรกปีนี้ อาจไม่ได้ส่งผลต่อตัวเลขระยะยาวแต่อย่างใด เพราะขณะนี้เรากำลังอยู่ในช่วงการระบาดระลอกที่ 3 ของ COVID–19 ซึ่งอาจจะมีความรุนแรงกระทบต่อภาคธุรกิจตลอดทั้งปี แต่การทำงานของเรายังคงเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง
ตามงบประมาณที่ตั้งไว้กว่า 25,000–30,000 ล้านบาท เพื่อนำศักยภาพ 5G เข้าฟื้นฟูประเทศผ่านการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในทุกมิติ ซึ่งเป็นแผนงานที่พนักงาน เอไอเอส ทุกคนยังคงทำงานอย่างหนัก เพื่อให้ 5G เกิดประโยชน์สูงสุดต่อทุกภาคส่วน

“ผลประกอบการไตรมาสแรกนี้ แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเท ประคับประคอง ตั้งรับ ปรับตัว และต่อสู้กับวิกฤติโควิด ที่เกิดจากความร่วมแรง ร่วมใจ ของชาว เอไอเอส เพื่อส่งมอบบริการและเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์
เพื่อสนับสนุนภาคสาธารณสุขให้สามารถขับเคลื่อนการรับมือกับโรคระบาดครั้งนี้ด้วยศักยภาพของ 5G ได้อย่างเต็มกำลัง ด้วยการ เชื่อมต่อ ช่วยเหลือ เพื่อให้คนไทยและประเทศสามารถเดินหน้าต่อไปได้ท่ามกลางความยากลำบากนี้” สมชัย กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























