Burger King ส่ง “ชิกเก้นคิง” ลุยตลาดไก่ทอด ชูชิ้นใหญ่ รสชาติแตกต่าง!!

Burger King

สาวกไก่ทอดยิ้มร่า! เบอร์เกอร์ คิง เปิดตัว ไก่ทอด “ชิกเก้นคิง” ไก่ทอดชิ้นใหญ่ กรอบนอกนุ่มในพร้อมโรยหอมเจียว มาพร้อม 2 รสชาติใหม่ รสต้นตำรับ และ รสซอสเผ็ชชช พร้อมสะเทือนวงการไก่ทอด เริ่มขายแล้วทั่วประเทศ…

Burger King ส่ง “ชิกเก้นคิง” ลุยตลาดไก่ทอด ชูชิ้นใหญ่ รสชาติแตกต่าง!!

เบอร์เกอร์ คิง เปิดตัว ชิกเก้นคิง (Chicken King) สะเทือนตลาดไก่ทอดเป็นครั้งแรกกับไก่ทอดโรยหอมเจียว ที่มาพร้อมซอสสูตรพิเศษ เฉพาะที่เบอร์เกอร์คิง มาเป็นกิมมิคที่แตกต่าง และไม่มีใครเคยทำมาก่อน เปิดตัวพร้อม 2 รสชาติ ได้แก่ ไก่ทอดโรยหอมเจียวรสต้นตำรับ และ ไก่ทอดหอมเจียวรสซอสเผ็ชชช

ทั้งนี้ ไก่ทอด ชิกเก้นคิง กำหนดเริ่มวางขายครั้งแรกตั้งแต่ 16 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป ที่ เบอร์เกอร์ คิง ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว ซื้อไก่ทอด 1 ชิ้น และ โค้ก 1 แก้ว ในราคาเพียง 79 บาท จากปกติ 124 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม–31 พฤษภาคม นี้ เท่านั้น

Burger King
ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

ธนวรรธ ดำเนินทอง ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เบอร์เกอร์ คิง ได้เปิดตัว ไก่ทอด ชิกเก้นคิง (Chicken King) ไก่ทอดโรยหอมเจียวชิ้นใหญ่ สูตรพิเศษเฉพาะของเบอร์เกอร์ ในรูปแบบไก่มีกระดูก (Bone-in Chicken) กรอบนอกนุ่มในและเนื้อไก่สุดชุ่มฉ่ำ

โดยเมนูดังกล่าวมีความโดดเด่นไม่ซ้ำใครอยู่ที่การใช้หอมเจียวโรยแบบอัดแน่นเต็มชิ้น ซึ่งถ่ายทอดเอกลักษณ์ของไก่ทอดสไตล์ไทยได้ชัดเจน ไก่ทอด ชิกเก้นคิง มาพร้อมรสชาติสุดพิเศษที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ไก่ทอดหอมเจียวรสต้นตำรับ และ ไก่ทอดหอมเจียวรสซอสเผ็ชชช สูตรพิเศษที่ผสานกันจนได้ความอร่อยทวีคูณ

ทำให้รสชาติกลมกล่อมลงตัวยิ่งขึ้น และหอมกลิ่นเครื่องเทศแบบถึงใจ โดย ไก่ทอดทุกชิ้นของเบอร์เกอร์ คิง จะให้ความสำคัญกับความอร่อยที่มาจากธรรมชาติ 100% ด้วยกรรมวิธีการปรุงที่ปราศจากผงชูรส เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่มีคุณภาพดี สะอาด ปลอดภัย โดยจะเริ่มวางขายครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป

ที่ เบอร์เกอร์ คิง ทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมโปรโมชันพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัว ซื้อไก่ทอด 1 ชิ้น และ โค้ก 1 แก้ว ในราคาเพียง 79 บาท จากปกติ 124 บาท ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม-31 พฤษภาคม นี้ เท่านั้น

Burger King

พร้อมร่วมชิงตลาด “ไก่ทอด” ด้วยความต่าง

ปัจจุบันตลาดไก่ทอดในประเทศไทยถือเป็นเซ็กเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจอาหารบริการด่วน หรือ QSR (Quick-Service Restaurant) มีมูลค่าตลาดรวม 28,000 ล้านบาท (ที่มา : Euromonitor Repost, 2563) คิดเป็น 43% ตลอดจนการเติบโตเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79% ทุกปี ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่นิยมเลือกรับประทาน

ประเภทธุรกิจอาหารบริการด่วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามปัจจุบัน เบอร์เกอร์ คิง มีเมนูกว่า 40 เมนู สาขาทั้งหมด 117 สาขา ซึ่งเมนูชิกเก้นคิงจะสามารถขยายตลาดไปสู่ผู้มีความชื่นชอบการบริโภคไก่ทอด ซึ่งเฉลี่ยมีอายุ 15-50 ปี

โดยจะสามารถขยายฐานจากเดิมที่มีฐานลูกค้าส่วนมากเป็นคนวัยทำงาน ทั้งนี้คาดการณ์ว่าชิกเก้นคิง จะทำให้ลูกค้าติดใจ และสามารถทำยอดขายรวมเติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 10% การโดดลงแข่งขันในตลาด ไก่ทอด ของประเทศไทยในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยทำเมื่อ 15 ปีก่อน

Burger King

ซึ่งการกลับมาทำใหม่ เพราะพฤติกรรมคนไทยชอบทานไก่ทอด มากขึ้น ซึ่งเราเห็นจากการที่ได้ทำร้าน ไก่ทอดบอนชอน (Bonchon) แล้วได้รับการตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดี ทำให้บอนชอนเติบอย่างรวดเร็วจนมีสาขาแล้วกว่า 80 สาขา จาก 30 สาขา ในช่วงไม่กี่ปี 

ซึ่งเป้าหมายที่เราเพิ่มเมนู ไก่ทอด ในร้าน เบอร์เกอร์ คิง เพราะต้องการเข้าถึงคนไทยมากขึ้น โดยเป็นการเพิ่มสร้างกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ การเข้ามาตลาดช้า ก็ไม่หวั่น เพราะเราทำการศึกษา กว่า ครึ่งปี เพื่อให้ทราบว่าคนไทยชอบแบบไหน จะทำอย่างไรให้แตกต่าง จนได้คำตอบว่า ต้อง รสจัด และกรอบ

ซึ่งไม่มีการใส่ผงชูรส ไม่มีการใส่ผงกันบูด หรือสารที่ผลเสียต่อสุขภาพ ในช่วงแรกเราได้ออก 2 รส ได้แก่ รสออรินอล และรสเผ็ด ที่มาพร้อมหอมเจี้ยว ที่เป็นเอกลักษณ์ของอาหารของคนไทย ร่วมทั้งทำโปรโมชั่น และเซ็ตที่หลากหลาย โดยเริ่มต้นในราคา 79 บาท จากราคา 100 กว่าบาท และจะขยายตลาดไก่ทอดในรสชาติต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วย

ขณะที่ในปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ เบอร์เกอร์ คิง จะอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ซึ่งหวังว่าการเพิ่มเมนูใหม่นี้จะช่วยเพิ่มกลุ่มที่เป็นวัยรุ่นมากขึ้น โดยหวังว่าภายใน 3 ปี จะสามารถสร้างรายได้จากไก่ทอด 1015% ซึ่งปัจจุบันราได้กว่า 90% มาจากเบอร์เกอร์

Burger King

โดยในปี 2019 เราสามารถสร้างรายได้กว่า 2 พันล้าน ซึ่งเมื่อปิดปี 2021 นี้ก็หวังว่าจะได้เท่าเดิม แต่ก็ต้องดูสถาการณ์ของโควิด-19 ด้วย ขณะที่ช่องทางการจัดจำหน่ายของปัจจุบัน 50% จะอยู่ในห้าง 20% แหล่งท่องเที่ยว 10% และสนามบิน 20% โดยรวมที่มีกว่า 117 สาขา

สำหรับกลยุทธ์ในการสื่อสาร เราจะใช้ทั้ง ออนไลน์ และออฟไลน์ แต่ในช่วงโควิด-19 เราคงจะเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์มากกว่า โดยเราเตรียมงบไว้ค่อนข้างเยอะ เพราะในช่วงที่ผ่านมาเราสามารถสร้างยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ เพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า ซึ่งแสดงถึงพฤติกรรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคคนไทย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.