แคนนอน (Canon) ฉลองเป็นผู้นำตลาดโลกกลุ่มผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงสุดอันดับ 1 ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน…

highlight

  • แคนนอน ครองเจ้าตลาดกล้องดิจิตอลถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ (กล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิลเลอร์เลส) โดยมีส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงสุดอันดับ 1 ติดต่อกันเป็นเวลา 17 ปี ตั้งแต่ปี 2546 ถึงปี 2562

Canon ขึ้นแท่นผู้นำ DSLR และ Mirrorless ครองส่วนแบ่งการตลาดโลกสูงสุด No.1 ติดต่อกัน 17 ปี

Canon
นิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์อิมเมจจิ้งคอม มูนิเคชั่น

นิฐิวัฒน์ วัจนวรานันท์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มผลิตภัณฑ์อิมเมจจิ้งคอม มูนิเคชั่น เปิดเผยว่า แคนนอนได้พัฒนาชิ้นส่วน และระบบทำงานของการถ่ายภาพที่สำคัญรวมไว้ในกล้องชนิดถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ตระกูล EOS ซึ่งประกอบด้วยเซ็นเซอร์รับภาพ CMOS โปรเซสเซอร์ภาพ และเลนส์ชนิดถอดเปลี่ยนได้

ภายใต้แนวคิดหลัก Speed, Comfort and High Image Quality คือ ต้องเร็ว ต้องใช้สบาย และต้องได้ภาพคุณภาพสูง รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ตั้งแต่กล้องรุ่นโปรสำหรับมืออาชีพ ที่ได้รับความไว้วางใจเป็นอย่างสูงในกลุ่มช่างภาพมืออาชีพ

ไปจนถึงกล้องรุ่นเริ่มต้นที่ใช้งานง่าย และให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินไปกับการถ่ายภาพที่มีคุณภาพสูง เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยในช่วงยุคเริ่มต้นของกล้องดีเอสแอลอาร์ แคนนอนได้เปิดตัวกล้องที่เป็นที่สุดแห่งยุค Canon EOS 300D (EOS Digital Rebel หรือ EOS Kiss Digital) ในเดือนกันยายน 2546

จัดเป็นกล้องที่แตกต่างจากกล้องที่เคยมีมา ในราคาที่สามารถแข่งขันกับตลาดได้และถูกออกแบบให้มีความกะทัดรัด น้ำหนักเบา จึงทำให้เป็นกล้องที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดโลกของกล้องดีเอสแอลอาร์ในอันดับต้นๆ และถูกวางเป็นมาตารฐานการเติบโตในตลาด

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาแคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงกล้องระดับมืออาชีพอย่างรุ่น EOS 1D และรุ่น EOS 5D ซึ่งปูทางไว้สำหรับกล้องดีเอสแอลอาร์ให้สามารถบันทึกวิดีโอได้อีกด้วย

Canon

จากนั้น แคนนอนเปิดตัวกล้องมิลเลอร์เลสระบบ EOS R system ผ่านแนวคิด New Possibilities for Photographic Expressionความเป็นไปได้ที่ไร้ขีดจำกัด ในเดือนตุลาคม 2561 รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ เช่น กล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R และเลนส์ RF

ซึ่งยกระดับเทคโนโลยีออพติคอลของ แคนนอน มาใช้อย่างเต็มที่ ในการช่วยเติมเต็มและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับกล้องแคนนอนในระบบ EOS และ ในปี 2562 แคนนอนได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ ที่น่าสนใจมากมาย อย่างกล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS RP (เดือนมีนาคม) และกล้องดีเอสแอลอาร์ EOS 90D (เดือนกันยายน)

ด้วยความมุ่งมั่นที่จะขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพิ่มเติมนั้น แคนนอนยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดโลกเป็นอันดับ 1 ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน และใน ปัจจุบัน แคนนอนกำลังพัฒนากล้องมิเรอร์เลสฟูลเฟรม EOS R5 ที่มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ฟูลเฟรม CMOS ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับการถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูง สำหรับภาพนิ่ง

และการบันทึกวิดีโอ 8K นอกจากนั้นยังกำลังพัฒนาเลนส์ RF ทั้งหมด 9 รุ่น รวมถึง รุ่น RF100-500mm F4.5-7.1 L IS USM และวางแผนที่จะวางจำหน่ายในปี 2563 ในอนาคต แคนนอน จะยังคงใช้ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีออพติคัลเป็นหัวใจสำคัญในต่อยอดเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่หลากหลายให้ดียิ่งขึ้น

เพื่อพัฒนาระบบ EOS System ทั้งกล้องดีเอสแอลอาร์และกล้องมิเรอร์เลสของแคนนอนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นับเป็นการเปิดมิติใหม่ให้การถ่ายภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่หลากหลาย และเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมการถ่ายภาพ และวิดีโอให้เป็นที่แพร่หลายยิ่งขึ้น

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.