บริษัท ออโต้ อินเทลลิเจนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Auto Intelligence International) ร่วมมือ ซอฟท์นิกซ์ (Softnix) และ เอชพีอี (HPE) นำ AI และ Private Cloud ยกระดับการบริหารจัดการ ยกระดับตลาดอะไหล่ยันต์ไทย และอาเซียน…
Case Study : Auto Intelligence ผนึก Softnix-HPE ใช้ AI และ Private Cloud ปฏิวัติ ตลาดอะไหล่ยนต์ไทย-อาเซียน

บริษัท ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (Auto Intelligence International Co., Ltd.) หรือ AI ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2018 ในฐานะผู้ให้บริการ และพันธมิตรด้านข้อมูลยานยนต์ชั้นนำ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ พร้อมด้วย 2 พันธมิตรเทคโนโลยีชั้นระดับสากล ได้แก่ ซอฟท์นิกซ์ และ ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ หรือ เอชพีอี (HPE) เพื่อนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบประมวลผล Private Cloud เข้ามายกระดับ
และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในภาคอุตสาหกรรมตลาดอะไหล่ และบริการหลังการขายยานยนต์ (Automotive Independent Aftermarket-IAM) ของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งแก้ปัญหาคอขวดในระบบห่วงโซ่อุปทาน พร้อมวางรากฐานความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลขั้นสูงสุดสำหรับองค์กรยุคดิจิทัล

เทพรัตน์ สิริวัฒนาวงศ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบัน อุตสาหกรรม IAM ในประเทศไทยมีมูลค่าการตลาดสูงกว่า 200,000 ล้านบาท ทว่าภาคธุรกิจกลับต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ 4 ประการ
ได้แก่ ปริมาณอะไหล่แท้ และอะไหล่ทดแทนที่เพิ่มขึ้นมหาศาลสะสมในระบบมากกว่า 500,000 รายการ ส่งผลให้กระบวนการตรวจสอบ และปรับปรุงข้อมูลเพื่อจับคู่รหัสอะไหล่เข้ากับรุ่นรถยนต์ ให้ถูกต้องแม่นยำ 100% เป็นไปได้ยากลำบาก
ปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงภาระการแบกรับสต็อกสินค้า และต้นทุนแฝงของผู้ค้าส่ง และร้านค้าอะไหล่ อีกทั้งยังเกิดปัญหาความล่าช้าในระดับอู่ซ่อมรถจากการเสียเวลาค้นหา โทรถาม และเช็กราคา ตลอดจนความซับซ้อนด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขนาดใหญ่ ที่เปิดกว้างในโลกออนไลน์

ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ ในฐานะ “พันธมิตรด้านข้อมูลยานยนต์” จึงได้นำเสนอบริการหลัก 4 มิติ ได้แก่ DaaS KaaS, SaaS และ IaaS เพื่อเข้ามาทลายคอขวดของอุตสาหกรรม โดยให้บริการกับ AutoCorp ในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อขับเคลื่อนองค์กรผ่านคุณค่า 4 ด้าน
ได้แก่ การพัฒนา Parts Intelligence Agent เพื่อช่วยให้พนักงานค้นหา และเข้าถึงข้อมูลอะไหล่กับสเปกรถยนต์ได้อย่างแม่นยำ (Product), การยกระดับระบบจัดการความรู้ภายในองค์กร PXP (Personalized Experience Portal) โดยนำ GenAI เข้ามาช่วยอ่าน สรุป และแปลงเอกสาร SOP/WI
ให้เป็นขั้นตอนการทำงานโดยอัตโนมัติ (Process), การส่งเสริมให้พนักงานทุกคนมี AI เป็น “Intelligence คู่กาย” เพื่อลดเวลาค้นหาข้อมูล และนำเวลาไปทุ่มเทกับงานเชิงกลยุทธ์ และการดูแลลูกค้า (People) และการเชื่อมโยงพันธมิตรใน Ecosystem ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่เชื่อมต่อถึงกัน (Partners)
เพื่อให้โซลูชัน AI สามารถนำมาใช้งานได้จริงในระดับ Production Auto Intelligence ได้ผสานกำลังร่วมกับ ซอฟท์นิกซ์ ในฐานะผู้ผลักดันเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กร นำแพลตฟอร์ม Softnix GenAI (Local/On-Premises) เข้ามาจัดการและตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารจำนวนมากสำหรับ AutoCorp
พร้อมเสริมฟังก์ชัน AI ประมวลผลลึกให้กับแอปพลิเคชันออนไลน์ และวางระบบ AI Governance เพื่อกำกับดูแลไม่ให้ข้อมูลความลับหลุดรอดออกสู่แพลตฟอร์มสาธารณะภายนอก ทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐาน Private Cloud AI จาก เอชพีอี ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการผลิต AI ที่น่าเชื่อถือ

รุจิรพงศ์ ฤทธิ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซอฟท์นิกซ์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า ซอฟท์นิกซ์ เข้ามาเป็นผู้ผลักดันเทคโนโลยี AI สำหรับองค์กร ผ่าน 3 ภารกิจหลัก ได้แก่ การนำ Softnix Gen AI มาช่วยจัดการเอกสาร ตรวจสอบความถูกต้อง และแปลงข้อมูลเพื่อทำระบบ Automation ช่วยลดเวลาการทำงานของคน
การนำ AI เข้าไปสนับสนุนแอปพลิเคชัน Online Platform ด้านอะไหล่และยานยนต์ของ ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ และการช่วยพัฒนาแอปพลิเคชันให้บริการแก่ลูกค้าในเครือข่ายอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่ผู้ผลิตจนถึงศูนย์บริการ และร้านค้า พร้อมชูจุดแข็งด้านความปลอดภัยของข้อมูลจากการประมวลผลบน Server ประสิทธิภาพสูงของ เอชพีอี
ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลความลับรั่วไหลออกสู่แพลตฟอร์มภายนอก นอกจากนี้ยังเตรียมนำระบบ AI Governance เข้ามาใช้กำกับดูแลการพัฒนา AI เพื่อให้เกิดความปลอดภัย ยั่งยืน และใช้งานได้จริงในทุกกระบวนการทำงานขององค์กร

ด้าน สุรชัย อรรถมงคลชัย HPE Hybrid IT Country Manager บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ กล่าวเสริมว่า เอชพีอี นำ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานทั้ง Compute, Storage และ Networking พร้อมผนึกกำลังกับ ซอฟท์นิกซ์
มอบโซลูชัน Private Cloud AI แบบ Turnkey Solution ที่ตอบโจทย์ความต้องการทางธุรกิจได้จริง ช่วยขจัด 3 ข้อกังวลหลักขององค์กร ได้แก่ ภาระค่าใช้จ่าย Token, ความเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล และปัญหาความล้มเหลวในการติดตั้งระบบ
โดย เอชพีอี ทำหน้าที่เป็น Trusted Partner ที่อาศัยความสำเร็จจากการติดตั้งใช้งานจริงให้แก่ลูกค้ามากกว่า 12 แห่ง มุ่งเน้นการเริ่มต้นจาก Use Case ขนาดเล็กแล้วค่อยขยายผลเพื่อขับเคลื่อนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
การผนึกกำลังของพันธมิตรทั้ง 3 ภาคส่วนในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านกระบวนการทำงานแบบดั้งเดิมไปสู่ยุค Intelligent Automotive Aftermarket โดย ออโต้ อินเทลลิเจนซ์ มุ่งมั่นที่จะยกระดับ และขยายผลแพลตฟอร์มฐานข้อมูลยานยนต์ และนวัตกรรม AI นี้
ไปสู่การให้บริการครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อขับเคลื่อน และสร้างความคุ้มค่าให้คู่ค้า และพันธมิตรทุกรายเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืนบนเวทีแข่งขันระดับสากลด้วยมาตรฐานสูงสุด

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























