ซิสโก้ (Cisco) จับมือ เอ็มเอฟอีซี (MFEC) และ จุฬาฯ ทำ “CU Living ARCH 5.0” ด้วยการใช้ Digital Twin ด้วย AI และ IoT สร้าง “Smart Building” หรืออาคารอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย “ข้อมูล” ที่สามารถแก้ปัญหาร่วมกับมนุษย์ได้…
highlight
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ซิสโก้ และ เอ็มเอฟอีซี เปิดตัว “CU Living ARCH 5.0″ โครงการสถาปัตยกรรม Digital Twin แบบเรียลไทม์ ที่ตอบสนอง และขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการ Cisco Country Digital Acceleration (CDA) ที่ คณะสถาปั
ตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมรวบรวมข้อมูลจากเซ็นเซอร์ และระบบอาคารต่าง ๆ เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่ช่ วยให้การใช้พลังงาน และพื้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด
Cisco จับมือ MFEC และ จุฬาฯ สร้างต้นแบบ “Smart Building” ที่ขับเคลื่อนด้วย “ข้อมูล“

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ ซิสโก้ และ เอ็มเอฟอีซี เปิดตัว “CU Living ARCH 5.0″ โครงการสถาปัตยกรรม Digital Twin ที่ตอบสนอง และขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของประเทศไทย ภายใต้โครงการ Cisco Country Digital Acceleration (CDA)
โดยใช้ Digital Twin ในการรวบรวมข้อมูลจากระบบ IT และ OT, เซ็นเซอร์ IoT และข้อมูลอาคาร เพื่อวิเคราะห์ และนำเสนอข้อมู

สถาปัตยกรรม Digital Twin ที่ตอบสนอง และขับเคลื่อนด้วย AI
โดยโครงการ “CU Living ARCH 5.0″นำร่องขนาด2,000 ตารางเมตร ที่ คณะสถาปั
โดยอุปกรณ์ Catalyst switches, Meraki sensors และกล้อง ของ ซิสโก้ จะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมู
รวมกับแพลตฟอร์ม ซิสโก้ “Spaces” เพื่อวิเคราะห์ข้
นอกจากด้านเทคโนโลยีแล้ว ซิสโก้ ยังร่วมมือกับ คณะสถาปั
โดยมี เอ็มเอฟอีซี เข้ามาเป็นตัวแทนติดตั้
ทั้งเซ็นเซอร์และมิเตอร์อัจฉริ

เตรียมขยายผลทั่วประเทศไทย
นอกจากนี้ ซิสโก้ คาดหวังว่าโครงการ “CU Living ARCH 5.0” จะเป็นโครงการเป็นต้นแบบสำหรับโครงการอาคาร และมหาวิทยาลัยที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในประเทศไทย จากการที่เป็นโครงการแรกที่นำเทคโนโลยี Digital Twin มาใช้ในการจัดการสภาพแวดล้อมอาคารที่สามารถตอบสนองได้
หลังจากเริ่มต้นในพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร จุฬาฯ มีแผนขยายโครงการไปยังพื้นที่เพิ่มเติมอีก 28,000 ตารางเมตร ภายในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ โดยทาง จุฬาฯ จะแบ่งปันความรู้ และแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในประเทศไทย, หน่วยงานภาครัฐ และภาคอุตสาหกรรม
โดย ซิสโก้ เอ็มเอฟอีซี และจุฬาฯ จะร่วมกันศึกษาและพัฒนาโอกาสในการขยายโครงการนี้ไปยังสถาบันการศึกษา อาคารเชิงพาณิชย์ และสมาร์ทซิตี้ทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของไทยสู่สังคม 5.0 โดยในเบื้องต้นโครงการ “CU Living ARCH 5.0” จะดำเนินการเป็นระยะ และคาดว่าจะพร้อมใช้งาน AI ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569

ศ.ดร.อรรจน์ เศรษฐบุตร รองคณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า CU Living ARCH 5.0 มีความหมายมากกว่าการวิจัย โครงการนี้เป็นแพลตฟอร์มสำหรั
และขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้
ในรูปแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่
“Digital Twin จะช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของอุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถใช้ตรวจสอบอุณหภูมิ อัตราการเข้าใช้งานในพื้นที่ รวมถึงใช้ตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในห้อง และพื้นที่เปิดโล่ง รวมไปถึงการใช้เพื่อลดต้นทุนจากการใช้พลังงานในส่วนที่ไม่จำเป็นลง
ทั้งหมดก็เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายของผู้เข้าใช้งานในพื้นที่ต่าง ๆ ส่วนการที่ จุฬาฯ เลือกที่จะเริ่มจากการปรับปรุงในส่วนของการบริหารจัดการด้าน “พลังงาน” ในอาคารก่อน เพราะ จุฬาฯ เล็งเห็นว่าการบริหารจัดการด้านพลังงานจะกลายเป็นส่วนสำคัญในการต่อยอดไปสู่การใช้ในส่วนอื่น ๆ ได้
เนื่องจากพลังงานถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งในอนาคต ทาง จุฬาฯ เองก็พร้อมที่จะในงาน Digital Twin ในส่วนงานอื่น ๆ แต่จะทำได้โครงสร้างพื้นฐานทางพลังงานต้องดีก่อน”

ด้าน วีระ อารีรัตนศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ ซิสโก้ ประเทศไทย และเมียนมาร์ กล่าวว่า วิสัยทัศน์สังคม 5.0 ของประเทศไทยให้ความสำคัญกับ “คน” ในการเป็นศูนย์กลางความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และโครงการ CU Living ARCH 5.0 ทำให้วิสัยทัศน์นี้เป็นจริงด้วยการใช้ประโยชน์จาก AI และนวัตกรรมดิจิทัล
เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี ซิสโก้ภูมิใจที่ได้มีส่วนขับเคลื่อนโครงการสถาปัตยกรรม Digital Twin ที่ตอบสนอง และขับเคลื่อนด้วย AI แห่งแรกของประเทศไทย โดยส่งมอบเทคโนโลยีพื้นฐานที่เป็นหัวใจสำคัญของโครงการสำคัญนี้
เรายินดีที่จะร่วมมือกับ จุฬาฯ และ เอ็มเอฟอีซี ในการนำความรู้และประสบการณ์จากโครงการนี้ไปขยายผล และสร้างต้นแบบสำหรับการพัฒนาสภาพแวดล้อมอาคารที่ชาญฉลาด และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น ไปยังสถาบันการศึกษา ภาคธุรกิจ และเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศไทย
“โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ทาง ซิสโก้ ตั้งใจจะช่วยยกระดับแนวคิดในการสร้างรูปแบบของการออกแบบใหม่ ๆ ที่ผสานร่วมเข้ากับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยยกระดับในด้าน การบริหารจัดการในส่วนต่าง ๆ ภายในอาคาร แต่ยังช่วยยกระดับความปลอดภัยได้อย่างครอบคลุมทั้งจากปัจจัยภายนอก และภายใน
ทาง ซิสโก้ คาดว่าโครงการนี้จะกลายเป็นต้นแบบให้หลายภาคส่วนตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้เทคโนโลยีอย่าง Digital Twin สนับสนุนการวางแผนโครงการเชิงกลยุทธ์ และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และวงจรชีวิตของสินทรัพย์ที่มีอยู่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหวังว่าความร่วมมือกับทาง จุฬาฯ จะช่วยจุดประกายให้
สถาบันการศึกษาต่าง ๆ หันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยลดต้นทุนทั้งในแง่ของการบำรุงรักษาอาคาร ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และวางแผนซ่อมบำรุงล่วงหน้าเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้าง “Smart Building” ได้มากขึ้น โดยซิสโก้พร้อมที่เปิดรับการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศในอนาคต” วีระ กล่าว

ขณะที่ ดำรงศักดิ์ รีตานนท์ หัวหน้าฝ่ายโครงสร้างพื้นฐาน และการบูรณาการ บริษัท เอ็มเอฟอีซี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแนวทางการจัดการอาคารของประเทศไทย ในฐานะผู้ติดตั้งระบบ และเทคโนโลยี เราได้เชื่อมโยงข้อมูลทางวิศวกรรมเข้ากับข้อมูลเชิงลึก
สำหรับผู้บริหาร ทำให้สามารถเปลี่ยนจากการซ่อมบำรุงเมื่อเกิดความเสียหาย ไปสู่การบริหารจัดการเชิงรุกเพื่อป้องกันปัญหา สิ่งที่เราสร้างขึ้นคือต้นแบบที่สามารถนำไปขยายผลได้ทั่วประเทศ เป็นอนาคตดิจิทัลของประเทศ ซึ่งจะช่วยสร้างพื้นที่อยู่อาศัย และที่ทำงานที่ชาญฉลาด และยั่งยืนยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นหลัก

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























