ดีป้า (depa) กางแผนปี 69 ก้าวสู่ปีที่ 9 ชูกลยุทธ์ “Perform Better -Think Faster-Live Better” ปั้นไทยสู่ Digital Hub แห่งอาเซียน…
depa กางแผนก้าวสู่ปีที่ 9 สานต่อเป้าปั้นไทยสู่ Digital Hub แห่งอาเซียน
ดีป้า (depa) แถลงแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “depa Unstoppable” มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุก 4 มิติหลัก ครอบคลุม การปั้นบุคลากร AI-Coding, สนับสนุนสตาร์ทอัพย้ายฐานสู่ไทย, รุกเมืองอัจฉริยะ (Smart City) และเตรียมเปิดตัว Thailand Digital Valley เต็มรูปแบบในไตรมาส 3 หวังดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทยยืนหนึ่งในระดับสากล
9 ปี ที่ไม่หยุดนิ่ง กับ 3 เสาหลัก เพื่อคนไทย

ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าววว่า ปี 2569 ดีป้า พร้อมดำเนินการตามแผนงานที่สอดรับกับภารกิจรอบด้าน ตั้งแต่การ พัฒนากำลังคน และบุคลากรดิจิทัล การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรม และนวัตกรรมดิจิทัล
การส่งเสริมการประยุกต์ช้เทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล และการพัฒนาระบบนิเวศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามแนวทาง “perform better, think faster and live better” ตอกย้ำภาพการทำงานเพื่อคนไทย และประเทศไทยตลอด 9 ปีที่ผ่านมา และจากนี้
สำหรับมิติด้านการพัฒนากำลังคน และบุคลากรดิจิทัล ดีป้า จะขยายผลโครงการ Coding Thailand โครงการ ส่งเสริมการพัฒนาความรู้และทักษะด้านโค้ดดิ้งแก่เยาวชน ครู และบุคลากรทางการศึกษาที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2561
โดยในปี 2569 โครงการดังกล่าวจะเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ ทั้ง ทักษะด้านโค้ดดิ้ง และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พร้อมตั้งเป้ายกระดับสถานศึกษา รวมถึงสถาบันอาชีวศึกษา พัฒนาบุคลากรทางการศึกษา และเยาวชน นอกจากนี้ยังมีโครงการพัฒนาศักยภาพด้านดิจิทัลแก่กลุ่มเปราะบาง ผู้สูงวัย และผู้ว่างงาน
โดยจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมแนวทางการเพิ่มรายได้ และการขยายโอกาสทางอาชีพ นอกจากการส่งเสริมให้เกิดการยกระดับผลิตภัณฑ์ หรือบริการดิจิทัลไทยตามมาตรฐานสากลผ่านการรับรองโดยตราสัญลักษณ์ SURE เพื่อผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลแล้ว ในมิติของการส่งเสริมการลงทุนใน อุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล

ดีป้า จะสานต่อกลไกการส่งเสริมให้เกิดดิจิทัลสตาร์ทอัพรายใหม่ รวมถึงกลไกบ่มเพาะ โดยการบูรณาการการทำงานกับเครือข่าย Venture Capital (VC) และ Corporate Venture Capital (CVC) พร้อมเป็นส่วนช่วยผลักดันออกสู่ตลาดต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ดีป้า จะสนับสนุนสตาร์ทอัพที่จดจัดตั้งในประเทศไทยพร้อมเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพที่ต้องการย้ายฐานที่ตั้ง (Relocate) เข้ามาจดจัดตั้งในประเทศไทย รวมถึงสตาร์ทอัพ ต่างชาติที่จดทะเบียนในไทย
ในส่วนของการส่งเสริมอุตสาหกรรม ดีป้า เล็งเห็นว่า
ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เป็นรากฐานสำคัญของการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล จึงได้ริเริ่มผลักดันการยกระดับผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลของไทยสู่มาตรฐาน ISO 27001 พร้อมกันนี้จะส่งเสริมผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ต่อเนื่อง
ด้าน การส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และหวัตกรรมดิจิทัล ดีป้า จะยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart Cily) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในระบบนิเวศดิจิทัลของประเทศไทย เพื่อยกระดับการให้บริการแก่ภาคประชาชน และตอบโจทย์ของเมืองที่มีความแตกต่างได้อย่างตรงจุด
โดยจะให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการยกระดับผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลไทยให้ได้รับตราสัญลัษณ์ OSURE เพื่อผลักดันสู่การขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลมากขึ้น พร้อมประเมินว่า ในอนาคตเทคโนโลยีดิจิทัสอาจต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับบริบทของเมือง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของเมือง
และแก้ไขปัญหาของเมืองได้อย่างแท้จริงขณะเดียวกัน ประชาชนในพื้นที่จะได้รับประโยชน์ เช่นเดียวกับผู้ประกอบการดิจิทัล พร้อมกันนี้ ดีป้า จะขยายผลโครงการต่าง ๆ ที่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในปีที่ผ่านมา เพื่อ ส่งเสริมให้เกิดการน้ำเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัลไปประยุกต์ใช้พัฒนาเมืองอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น
- OTOD#3 โครงการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่เกษตรกร กลุ่มชุมชน และช่างชุมชน
- ทุเรียนดิจิทัล โครงการส่งเสริม และสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทยนำแพลตฟอร์มดิจิทัล (แอปพลิเคชั่น) มาประยุกต์ใช้
- Smart Living โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลแก่กลุ่มชุมชน และเกษตรกรทั่วประเทศ ผ่านการส่งเสริมให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเข้าใจและเกิดประโยชน์สูงสุด
- 5G Ambulance โครงการยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉินด้วยการนำเทคโนโลยี 5G และอุปกรณ์ดิจิทัลทางการแพทย์มาใช้เต็มรูปแบบบนรถพยาบาลฉุกเฉิน
“Evidence for Action” ก้าวต่อไปของดีป้า
ขณะที่การพัฒนาระบบนิเวศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล นั้น โครงการ Thailand Digital Valley มีแผนที่จะแล้วเสร็จภายในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปี ซึ่ง ดีป้า จะสรรหาบริษัทเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา ซึ่ง Thailand Digital Valley จะเป็นศูนย์กลางการออกแบบ พัฒนา วิเคราะห์ ทดสอบ ทดลองเทคโนโลยี และนวัตกรรมดิจิทัล
ขั้นสูงของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ASEAN Digital Hub) พร้อมเปิดมิติใหม่ทางการค้าสู่ตลาดสากลด้วยบทบาทเจ้าของเทคโนโลยีที่มีความร่วมมืออันดีกับเครือข่ายพันธมิตร ควบคู่ไปกับการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการลงทุนผ่านกลไกต่าง ๆ
โดย ดีป้า จะส่งเสริมการจัดตั้ง Software-Hardware Test Lab ศูนย์ทดสอบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ สำหรับสองอาคารสุดท้ายในพื้นที่ Thailand Digtal Valley คือ Digtal Edutainment Complex จะเป็นระบบนิเวศที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกม
และอีสปอร์ตของประเทศ โดยจะมีการจัดตั้ง Esports Arena เพื่อ ขับเคลื่อนไทยก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมเกมในภูมิภาค อีกทั้งเป็น ศูนย์พัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ (Robotics) และสนามแข่งขันทุ่นยนต์อัจฉริยะ
ซึ่งช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาการศึกษารูปแบบใหม่ ทั้งการออกแบบ และการแข่งขั้น และยังเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ที่จะเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับภาคการขนส่ง ภาคการเกษตร และด้านอื่น ๆ ที่สามารถนำมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการสำรวจและกู้ภัย
ขณะที่ Digtal Go Global Center ถูกออกแบบให้เป็น Sandbox สำหรับดิจิทัลสตาร์ทอัพไทยที่วางแผนก้าวสู่ระดับโลก เพื่อนำมาซึ่งผลงานการออกแบบ พัฒนา และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ ก่อนออกสู่ตลาดในที่สุด

นอกจากนี้ ดีป้า จะให้ความสำคัญกับ 4 มิติ ซึ่งครอบคลุมในด้านการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยร่วมส่งเสริมการพัฒนา NOTP (National DigtalTrade Platform) ซึ่งจะส่งผลดีต่อการค้าระหว่างประเทศของไทยในอนาคต โดยทั้ง 4 มิติ แบ่งออกเป็น
มิติที่ 1 พัฒนากำลังคน (Digital Manpower) : ขยายผลโครงการ Coding Thailand เน้นทักษะ AI และโค้ดดิ้งให้กับเยาวชน และครู รวมถึงกลุ่มอาชีวศึกษา พร้อมให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบาง และผู้สูงอายุ เพื่อเพิ่มรายได้ และขยายโอกาสทางอาชีพในยุคดิจิทัล
มิติที่ 2 ส่งเสริมการลงทุน และนวัตกรรม (Digital Industry) : ดัวยการวาง Relocation Strategy เพื่อดึงดูดดิจิทัลสตาร์ทอัพต่างชาติให้ย้ายฐานที่ตั้งมาจดทะเบียนในไทย รวมถึงผลักดันซอฟต์แวร์ไทยสู่มาตรฐานสากล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ อาทิ SURE & ISO 27001 เพื่อขึ้นทะเบียนในบัญชีบริการดิจิทัล และสนับสนุนผู้ประกอบการคอนเทนต์ไทย (Digital Content) สู่ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง
มิติที่ 3 ประยุกต์ใช้ดิจิทัลเพื่อชุมชน และเมือง (Digital Transformation) : โดยยังคงเดินหน้าขับเคลื่อน Smart City ผ่านโครงการที่ประสบความสำเร็จ เช่น โครงการทุเรียนดิจิทัล & OTOD#3 ยกระดับเกษตรกรและชุมชนด้วยแอปพลิเคชัน และโครงการ 5G Ambulance เพื่อยกระดับการแพทย์ฉุกเฉินด้วยเทคโนโลยี 5G บนรถพยาบาลเต็มรูปแบบ
และมิติสุดท้าย คือ การสร้างระบบนิเวศ และโครงสร้างพื้นฐาน (Digital Ecosystem) สร้าง Thailand Digital Valley ให้เสร็จสมบูรณ์ภายใน ไตรมาส 3 ปี 2569 เพื่อเป็น ASEAN Digital Hub โดยมีอาคารสำคัญ คือ Digital Edutainment Complex
หรือ ศูนย์กลาง Esports Arena, Robotics และ Drone Sandbox และสรัางพื้นที่บ่มเพาะสตาร์ทอัพไทย Digital Go Global Center ก่อนโกอินเตอร์ รวมถึงการพัฒนาระบบ National Digital Trade Platform (NOTP) เพื่อการค้าระหว่างประเทศ
“ตลอดระยะเวลา 9 ปี แห่งความมุ่งมั่นที่ไม่เคยหยุดก้าวไปข้างหน้า เพื่ออนาคตของคนไทย และประเทศไทย ดีป้า จะสานต่อการทำงานเพื่ออนาคตของคนไทย และพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลไทยให้อยู่ในระดับชั้นนำของโลกตามภารกิจในแต่ละด้านของสำนักงานฯ ต่อไป” ผศ.ดร.ณัฐพล ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th


























