สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) เผยผลสำรวจสำมะโนประชากร และเคหะ พ.ศ. 2568 แตะ 70.3 ล้านคน จับตา “อัตราเกิดต่ำสุด” นำเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์…
สถิติฯ (NSO) เผยผลสำมะโนประชากรปี 68 ชี้จับตา “อัตราเกิดต่ำ” นำเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์
สำนักงานสถิติแห่งชาติ เผยผลสำรวจสำมะโนประชากร และเคหะ พ.ศ. 2568 ชูความสำเร็จ Digital Census ครั้งแรกของไทย พบประชากรเพิ่มขึ้นแต่อัตราการเกิดชะลอตัว ครัวเรือนเล็กลงเหลือเฉลี่ย 2.5 คน เร่งใช้ข้อมูล “Evidence for Action” วางรากฐานรับมือสังคมอายุยืนยกระดับสู่ Digital Census เต็มรูปแบบ

จีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม พร้อมด้วย พชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงฯ และ ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกันเปิดเผยความสำเร็จของการทำสำมะโนประชากรครั้งที่ 12
และสำมะโนเคหะครั้งที่ 6 ภายใต้แนวคิด “Digital First Approach” การสำรวจครั้งนี้ใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลผ่าน Web Application และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ทำให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำตามที่อยู่อาศัยจริง (De Facto) ครอบคลุมทั้งชาวไทย และต่างชาติ

เจาะลึก 3 ประเด็นสำคัญจากผลสำรวจเบื้องต้น (ณ 1 เม.ย. 2568)
ประชากรเพิ่มขึ้น แต่โตช้าลงอย่างมาก : ประเทศไทยมีประชากรที่อาศัยอยู่จริง 70.3 ล้านคน
โดยมีอัตราการเพิ่มของประชากรลดลงเหลือเพียง 0.42% ซึ่งถือเป็นระดับที่ ต่ำที่สุด ตั้งแต่มีการจัดทำสำมะโนมา
ก้าวสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ (Complete-aged Society) : โครงสร้างประชากรเปลี่ยนผ่านอย่างมีนัยสำคัญ จำนวนเด็กและวัยแรงงานลดลงต่อเนื่อง ขณะที่ผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เป็นความท้าทายใหม่ต่อระบบสวัสดิการและสาธารณสุข
ครอบครัวเล็กลง-วิถีชีวิตคนเมืองพุ่ง ซึ่งขนาดครัวเรือนเฉลี่ยเหลือเพียง 2.5 คน (ลดลงจาก 6 คนในรอบ 45 ปีที่ผ่านมา) และผลสำรวจยังพบว่าคนนิยมอาศัยในอาคารชุด และอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น สะท้อนถึงความต้องการผังเมือง และที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่

จาก “ตัวเลข” สู่ “การลงมือทำ“ (Evidence for Action)
สำนักงานสถิติแห่งชาติเน้นย้ำว่า ข้อมูลเหล่านี้ไม่ใช่เพียงแค่สถิติ แต่เป็น “หลักฐานเชิงประจักษ์” สำหรับภาครัฐและเอกชนในการวางนโยบายเร่งด่วน ได้แก่
- การปฏิรูปแรงงาน : พิจารณาขยายอายุเกษียณและเพิ่มทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่
- โครงสร้างพื้นฐาน : พัฒนาเมืองด้วยแนวคิด Universal Design เพื่อรองรับทุกช่วงวัย
- ระบบสวัสดิการ : ออกแบบการบริหารจัดการทรัพยากรและบริการรัฐให้สอดคล้องกับประชากรที่อาศัยอยู่จริงในแต่ละพื้นที่

ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) กล่าวว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ดำเนินการภายใต้แนวคิด Digital First Approach ที่ส่งเสริมให้ประชาชนให้ข้อมูลผ่านระบบดิจิทัลเป็นลำดับแรกผ่าน Web Application สำนักงานสถิติแห่งชาติ และเว็บไซต์ทางรัฐ
โดยใช้การการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมประชากรทั้งคนไทย และคนต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตามที่อยู่จริง โดยไม่สนใจว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือไม่ ทำให้ประเทศมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประชากรตามที่อยู่อาศัยจริง ได้แก่ จำนวน และการกระจายตัวของประชากร และยังครอบคลุมโครงสร้างอายุ และเพศ
รวมถึงลักษณะทางเศรษฐกิจและสังคมที่สำคัญของประชากร และลักษณะของที่อยู่อาศัยทั้งในระดับประเทศ และพื้นที่ย่อย สำหรับหน่วยงานต่าง ๆ นำไปใช้ประกอบการวางแผน การกำหนดนโยบาย การจัดสรรทรัพยากร การจัดการสาธารณูปโภค และบริการต่าง ๆ ของภาครัฐ สอดคล้องกับบริบทแต่ละพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน
“ข้อมูลสำมะโนปี 2568 คือเข็มทิศสำคัญในการวางแผนพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะประเด็น “อัตราเกิดน้อย-อัตราตายเพิ่ม” ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่ที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับรูปแบบที่อยู่อาศัย ภาคสาธารณสุขที่ต้องรับมือกับผู้ป่วยสูงวัย และรัฐบาลในการจัดสรรงบประมาณสวัสดิการให้ตรงจุดสมดุล และยั่งยืน
ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ตัวเลขชุดนี้ที่ได้ออกมาสะท้อนภาพของสมดุลที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปของประเทศ ซึ่งสิ่งนี้จะส่งผลต่อประชากรกลุ่มที่สร้างรายได้ลดน้อยลง ในอนาคตรัฐจะเก็บรายได้จากใครเพื่อมาหล่อเลี้ยงระบบงบประมาณ และนโยบายต่าง ๆ
การลดลงของประชากรในกลุ่มสร้างรายได้ ประกอบกับหนี้ที่สูงขึ้น และทำให้ประเทศขาดทรัพยากรสำรองในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ภัยพิบัติจากสภาพภูมิอากาศ หรือวิกฤติการค้าโลกได้ด้วย” ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผอ.สสช. กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























