“รองนายกฯ ประเสริฐ” ลงพื้นที่โคราช สั่งทุกหน่วยงานคุมเข้ม บริหารน้ำลำตะคอง รับมือภัยแล้ง-เร่งกักเก็บน้ำฝน…
highlight
- “รองนายกฯ ประเสริฐ” ลงพื้นที่ “โคราช” ติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำ-ภัยแล้ง กำชับทุกหน่วยงานบริหารจัดการน้ำลำตะคองรัดกุม ป้องกันผลกระทบจากฝนทิ้งช่วง สั่งเร่งกักเก็บน้ำฤดูฝนให้มากที่สุด เดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน
“รองนายกฯ ประเสริฐ” ลงพื้นที่โคราช รับมือภัยแล้ง–เร่งกักเก็บน้ำฝน
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) เป็นประธานการประชุมติดตามข้อสั่งการในเรื่องสถานการณ์น้ำ และปัญหาภัยแล้งของอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อครั้งลงพื้นที่วันที่ 3 พฤษภาคม 2568
และการแก้ไขปัญหาสำคัญที่มีความจำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน โดยมี ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา, ไวฑิต โอชวิช ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์น้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รักษาราชการแทนรองเลขาธิการ สทนช.,
รายงานสรุปภาพรวมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดนครราชสีมา ความก้าวหน้ามาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2568 และสรุปผลการขับเคลื่อนตามข้อสั่งการด้านทรัพยากรน้ำ รวมทั้งผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ วัดห้วยลุง ตำบลวังโรงใหญ่ อำเภอสีคิ้ว พร้อมพบปะประชาชนในพื้นที่

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (ดีอี) กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เนื่องจากได้รับรายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของจังหวัดนครราชสีมาพบว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมอยู่ที่ 490.56 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 37 ของความจุเก็บกัก
ซึ่งน้อยกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำลำตะคอง แม้ว่ายังอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่มีปริมาณน้ำเพียงร้อยละ 20 ของความจุเก็บกักเท่านั้น ทั้งนี้ สทนช. ได้คาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดฤดูฝนปีนี้ ปริมาณน้ำในอ่างฯ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 59 ของความจุเก็บกัก
ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชน และการใช้ในพื้นที่เศรษฐกิจของจังหวัด อย่างไรก็ตามหน่วยงานยังคงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างรัดกุม และเคร่งครัด รวมถึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการน้ำร่วมกัน เนื่องจากยังมีความเสี่ยงการขาดแคลนน้ำอยู่

“จากการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มอบแนวทางการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวไว้แล้ว จากการติดตามผลการดำเนินงานพบว่า มีความคืบหน้าอย่างน่าพอใจ ต้องขอชื่นชมและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างเต็มที่
เพื่อแก้ไขปัญหาด้านน้ำให้ประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย และเกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด โดยในวันนี้ได้มอบนโยบายเพิ่มเติม ดังนี้ 1.ให้จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาค และเทศบาลนครนครราชสีมา เร่งจัดหา และพัฒนาแหล่งน้ำสำรอง สำหรับเป็นน้ำดิบเพื่อใช้ในการผลิตน้ำประปาให้เพียงพอกับความต้องการ และรายงานความก้าวหน้าให้ สทนช. ทราบอย่างต่อเนื่อง
2.ให้กรมชลประทาน เร่งดำเนินการโครงการระบบสูบน้ำพร้อมระบบส่งน้ำบ้านซับศรีจันทร์ ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว ให้แล้วเสร็จตามแผนงานโดยเร็ว และให้วางแผนการจัดสรรน้ำของอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ่างเก็บน้ำมูลบน และอ่างเก็บน้ำลำแซะ โดยให้ความสำคัญกับการอุปโภคบริโภคของประชาชนเป็นอันดับแรก สำหรับกิจกรรมอื่น ๆ ให้พิจารณาตามลำดับความสำคัญของการใช้น้ำ

3.ให้การประปาส่วนภูมิภาคสาขาสีคิ้ว เร่งขยายระบบประปาในส่วนที่ยังไม่ได้ดำเนินการของพื้นที่ตำบลกุดน้อย อำเภอสีคิ้ว, 4.ให้กรมทรัพยากรน้ำร่วมกับกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแผนบูรณาการเครื่องสูบน้ำ และเครื่องจักรเครื่องมืออื่น ๆ
ให้พร้อมใช้งานเพื่อรับมือกรณีเกิดเหตุอุทกภั ยและภัยแล้งได้ทันต่อสถานการณ์, 5.ให้กรมฝนหลวง และการบินเกษตร เร่งปฏิบัติการฝนหลวงในช่วงที่อาจประสบปัญหาฝนทิ้งช่วง เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยเฉพาะการเติมน้ำให้อ่างเก็บน้ำลำตะคอง
และ 6.ให้จังหวัดนครราชสีมาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมแผนงานระยะยาว สำหรับเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนและการพัฒนาระบบประปาให้ได้มาตรฐาน รวมถึงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย และภัยแล้งในพื้นที่เศษฐกิจสำคัญของจังหวัด
ผ่านกลไกคณะกรรมการลุ่มน้ำ และ กนช. ตามลำดับ เพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำของจังหวัดนครราชสีมาเกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงลดความเดือดร้อนของประชาชน และสร้างความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนต่อไป” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ด้าน ไวฑิต โอชวิช ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์น้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) รักษาราชการแทนรองเลขาธิการ สทนช. กล่าวว่า จังหวัดนครราชสีมา มีแผนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ ปีงบประมาณ 2568 และปีงบประมาณ 2569 รวมจำนวน 1,201 โครงการ
วงเงินได้รับจัดสรร 5,574.8953 ล้านบาท ดำเนินการโดย 14 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยมีตัวอย่างโครงการ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพคลองระบาย D14-HPR (ลำห้วยไผ่) ประตูระบายน้ำมะเกลือใหม่ พร้อมอาคารประกอบ ตำบลกุดน้อย อำเภอสีคิ้ว,
การก่อสร้างแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน ขนาด 1,260 ลบ.ม. ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนเขื่อนลำตะคอง ซึ่งเป็นโครงการสำคัญ ที่ยังไม่ได้รับจัดสรรงบประมาณ คาดว่าจะดำเนินการในปี 2570

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























