ไดนามิคส์ โมชั่น (Dynamics Motion) ผนึกพลัง กูเกิล เจมิไนน์ (Google Gemini) ฝัง AI เข้าระบบ ERP แบบ Real-time ลดต้นทุนระบบกว่า 3.5 เท่า…
highlight
- ไดนามิคส์ โมชั่น ยกระดับธุรกิจไทยด้วยการเปิดตัว “MotionERP” ระบบ ERP เวอร์ชั่นล่าสุดที่ฝัง AI จาก Google Gemini ไว้ในระบบโดยตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดต้นทุนได้ถึง 3.5 เท่า พร้อมชูจุดเด่นด้านความปลอดภัยของข้อมูลภายในองค์กร ลดความเสี่ยงจากการใช้ AI สาธารณะ พร้อมปักหมุดขึ้นแท่นผู้นำด้าน
ERP ของสายโรงงานผลิต ธุรกิจ SME ในประเทศไทย และองค์ กรชั้นนำ ตั้งเป้ารายได้ 1,000 ล้ านบาท ในปี 2573
เจ้าแรกในไทย! Dynamics Motion ฝัง AI Gemini เข้าระบบ ERP เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบ Real–time

ณัฐวัฒน์ เลิศปณิธาน กรรมการผู้จัดการและผู้ออกแบบเทคโนโลยีธุรกิจ (Managing Director and Business Technology Lead ) บริษัท ไดนามิคส์ โมชั่น จำกัด (Dynamics Motion) เปิดเผยว่า บริษัทฯได้เปิด MotionERP เวอร์ชั่นใหม่ ด้วยการ การนำ Google Gemini เข้ามาฝังใน MotionERP
ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติวงการ ERP ครั้งแรกของไทยที่ได้นำ AI เข้ามาพัฒนาและให้บริการได้จริงในระบบ ERP ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกโฉมวิธีการตัดสินใจของผู้บริหารองค์กรที่ใช้บริการอย่างสิ้นเชิง โดยการผนวก AI เข้าสู่ MotionERP ไม่ใช่เพียงการสร้างเทรนด์ใหม่ให้วงการ ERP
แต่เป็นกุญแจสำคัญที่จะยกระดับความสามารถในการทำธุรกิจได้มากกว่าเดิม และเปลี่ยนวิธีการตัดสินใจของผู้บริหาร โดยจากการดำเนินงานจริงพบว่า การนำธุรกิจเข้าสู่ระบบ ERP ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้แล้วกว่า 30% ขณะที่ AI จะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจแต่ละวัน “ไวขึ้นกว่าเดิม”
ความแตกต่างของ AI ใน Motion ERP เวอร์ชั่นใหม่นี้มาในรูปแบบ “สมองของธุรกิจ” คือการประมวลผลความสัมพันธ์ข้อมูลทั้งหมดของธุรกิจที่ซับซ้อนได้เร็ว และลึกกว่าเดิม โดยทั่วไปผู้บริหารมักวิเคราะห์ความเชื่อมโยงได้ราว 2-3 มิติ (ยอดขาย/สั่งซื้อ/บัญชี) แต่ AI ในระบบ ERP สามารถเชื่อมโยงได้ถึง 10 มิติ ภายในไม่กี่วินาที ทำให้เห็นเหตุและผลแบบลูกโซ่ เห็นภาพธุรกิจโดยรวมได้ชัดขึ้น ครอบคลุมการทำงานส่วนงานต่างๆไม่ให้ติดขัดอีกต่อไป เช่น
- ระบุจุดติดขัดของ supply chain ล่วงหน้า ป้องกันก่อนการเกิด ความเสียหาย
- วิเคราะห์ข้อมูลความพร้อม วัตถุดิบ ไลน์การผลิต พร้อมตอบรับทุกออเดอร์
- รวมทุกมิติด้านการเงิน เห็นกระแสเงินสดล่วงหน้า เพื่อจัดการวางแผนลงทุน และคว้าโอกาสทางธุรกิจได้ก่อน

อีกจุดที่ถูกออกแบบให้ใช้งานจริง คือ ความเร็ว และความง่าย ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกได้ด้วย “คลิกเดียว” ลดเวลาที่ต้องรวบรวมข้อมูลเองจากหลายแหล่ง และนอกจากนี้ AI ในระบบ ERP ยังช่วยให้ทีมงานในองค์กร ทำงานได้ไวขึ้น เพียงแค่ส่งรูปหรือเอกสารให้ AI จะช่วยทำงานให้อัตโนมัติ ในไม่กี่วินาทีเช่นเดียวกัน
คาดระบบ ERP ขยายตัว 3 เท่า ภายในปี 2030
ณัฐวัฒน์ กล่าวเสริมว่า การคาดการณ์ว่าตลาดระบบ ERP จะเติบโตต่อเนื่อง โดยภายในปี 2030 อาจขยายตัวราว 3 เท่า จากมูลค่าปัจจุบันประมาณ 12,000 ล้านบาท ไปสู่ระดับราว 30,000 ล้านบาท สะท้อนการแข่งขันที่ยิ่งทวีความเร็ว และองค์กรที่วางระบบข้อมูล และกระบวนการได้ก่อนจะมีความได้เปรียบด้านความเร็ว
และคุณภาพการตัดสินใจ ไดนามิคส์ โมชั่น มองว่า ERP คือฐานข้อมูล และกระบวนการขององค์กร ส่วน AI คือเครื่องมือที่ทำให้ข้อมูลถูกใช้เพื่อยกระดับการทำงาน และการตัดสินใจ เพิ่มศักยภาพทีมงานทุกคนในองค์กร ภายใต้กรอบความปลอดภัยที่ควบคุมได้ “การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ” คือจุดเริ่มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในรอบการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งนี้
ทั้งนี้หลังการเปิดตัว “Motion ERP” AI เจ้าแรกของไทยไปแล้ว บริษัทคาดว่าจะช่วยให้ปีหน้า สามารถทำรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดไปที่ระดับ 1,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า และจะขึ้นสู่ผู้นำด้าน ERP ของสายโรงงานผลิต บริษัท SME ในประเทศไทย
ปัจจุบันเริ่มมีลูกค้าเข้ามาขอคำปรึกษาเพื่อให้บริการการวางระบบ ERP โดยกลุ่มลูกค้ายังคงเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เช่น โรงงานผลิตสินค้าขนาดใหญ่ที่มีพนักงาน 200 คนขึ้นไป และองค์กรชั้นนำ ซึ่งการใช้บริการ “Motion ERP” เวอร์ชั่นใหม่นี้จะช่วยลดต้นทุนจากเดิมได้ถึง 3.5 เท่า

ด้าน ปวีร์รัฐ เลิศปณิธาน ผู้อำนวยการฝ่ายโซลูชันธุรกิจ (Director and Head of Business Solutions) กล่าวว่า ธุรกิจยุคปัจจุบันต้องการ ERP เป็น “ศูนย์รวมการทำงาน และข้อมูล” เพื่อให้ทุกฝ่ายใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ลดงานซ้ำ ลดความผิดพลาด และตัดสินใจได้เร็วขึ้นแบบเรียลไทม์
ตั้งแต่ยอดขาย สต๊อก เงินสด ต้นทุน ไปจนถึงสถานะงานที่ต้องเห็นภาพเดียวกันทั้งองค์กร เมื่อ AI กลายเป็นเครื่องมือมาตรฐาน ความต้องการขององค์กรจึงขยับจากการ “เก็บข้อมูล” ไปสู่การ “ใช้ข้อมูล” ให้เกิดผลลัพธ์ เช่น สรุปประเด็น เตือนความผิดปกติ แนะนำทางเลือก และสนับสนุนงานอัตโนมัติ
โดยดึงข้อมูลจาก ERP ได้ทันที ไม่ต้องส่งออกข้อมูลไปใช้ AI นอกการควบคุมของบริษัท ซึ่งช่วยทั้งความเร็วและความปลอดภัย
การใช้งานในองค์กร
- ระบบบัญชี (Accounting) ทำให้ระบบการเงินแบบมีข้อมูลทวนสอบ สร้างความปลอดภัยด้านการเงินขององค์กร ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ วิเคราะห์ทุกงบการเงิน ข้อมูลทางภาษี กระแสเงินสด งบประมาณ และต้นทุน
- การขาย (Sales) ช่วยประมาณการยอดขาย (พยากรณ์ยอดขาย) ในอนาคต แสดงแนวโน้มความเป็นไปได้ในการปิดการขาย หรือเรียกดูวิธีคิดต้นทุนขาย จากใบวางบิล หรือใบแจ้งหนี้ในระบบ
- คลังสินค้า และการผลิต เรียกดูสต็อกสินค้า คาดการณ์แนวโน้มการสั่งซื้อสินค้าหรือวัตถุดิบ การผลิตในอนาคต ซึ่งจะวิเคราะห์เชื่อมต่อกับการขายได้อย่างแม่นยำ

เงื่อนไขสำคัญคือ ข้อมูลต้องพร้อม ซึ่งหากข้อมูลยังเป็นเอกสารกระดาษหรือสแกนเก็บไว้ จะทำให้เกิดข้อจำกัดในการใช้ AI ข้อมูลควรอยู่ในโปรแกรมที่ประมวลผลได้ เช่น Excel และจะดีที่สุดเมื่ออยู่ในระบบ ERP ตั้งแต่ต้นทาง แนวทางของ MotionERP คือให้ AI ทำงาน “ภายในกรอบของระบบ ERP” โดยตรง
ลดความจำเป็นของการคัดลอก/ ส่งออกข้อมูลไปภายนอกธุรกิจ และเลือกใช้เครื่องมือความปลอดภัยสูงระดับโลกอย่าง Google Gemini เพื่อสร้างความมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญถูกจำกัดวงอยู่ภายในองค์กร นอกจากนี้การทำหน้าที่ให้คำปรึกษาทางธุรกิจ (Business Consult) ก่อนเริ่มใช้งานจริงเป็นอีกส่วนสำคัญ
เพื่อให้ผู้บริหารเห็นภาพรวม เจาะจุดเร่งด่วน และออกแบบระบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร เพราะ “ไม่ใช่ทุกธุรกิจต้องใช้ ERP แบบเดียวกัน” ซึ่งทีมบริหารของ ไดนามิคส์ โมชั่น มีประสบการณ์ให้คำปรึกษาธุรกิจมากกว่า 300 บริษัท ในการนำองค์กรเข้าสู่ระบบ ERP และใช้งานได้เต็มรูปแบบ
“ไดนามิคส์ โมชั่น มองว่า ERP คือ ฐานข้อมูล และกระบวนการขององค์กร ส่วน AI คือ เครื่องมือที่ทำให้ข้อมูลถูกใช้เพื่อยกระดับการทำงาน และการตัดสินใจ เพิ่มศักยภาพทีมงานทุกคนในองค์กร ภายใต้กรอบความปลอดภัยที่ควบคุมได้ “การใช้ข้อมูลอย่างเป็นระบบ” คือ จุดเริ่มที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในรอบการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีครั้งนี้”
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























