ยกระดับ AI ไทย! Huawei Cloud ส่ง MaaS บริการโมเดลอัจฉริยะแบบ Full-Stack หนุนธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

Huawei Cloud

หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) เปิดตัว MaaS ในไทยอย่างเป็นทางการ! ชู AI Full-Stack ขับเคลื่อนไทยสู่ยุคดิจิทัลอัจฉริยะ…

highlight

  • หัวเว่ย คลาวด์ (Huawei Cloud) ประกาศเปิดตัว MaaS (Model as a Service) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมนำเสนอศักยภาพ AI แบบ Full-Stack ที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานจนถึงโมเดลอัจฉริยะ เพื่อช่วยให้หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี AI ขั้นสูงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ขยายขีดความสามารถการแข่งขันในยุคดิจิทัลอัจฉริยะเต็มรูปแบบ

ยกระดับ AI ไทย! Huawei Cloud ส่ง MaaS บริการโมเดลอัจฉริยะแบบ FullStack หนุนธุรกิจเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล

หัวเว่ย คลาวด์ จัดงาน Huawei Cloud Thailand AI Boost Day 2026 (หัวเว่ย คลาวด์ ไทยแลนด์ เอไอ บูสต์ เดย์ 2026) โดยนำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ใหม่ ผ่านการเปิดตัว Agentic AI ซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ที่กำลังพลิกโฉมขอบเขตของการใช้งาน AI

จากระบบที่ทำงานแบบตอบสนองคำสั่ง (passive response) ไปสู่ระบบอัจฉริยะ (intelligent agents) ที่สามารถวางแผนเชิงรุก และดำเนินงานที่ซับซ้อนได้อย่างอัตโนมัติ ภายในงาน หัวเว่ย คลาวด์ ยังได้เปิดตัวบริการ Model as a Service (MaaS) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

โดย MaaS ของ หัวเว่ย คลาวด์ ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้งานระดับองค์กร ครอบคลุมทั้งโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Large Language Models), การเขียนโค้ด และแอปพลิเคชันแบบมัลติโมดัล (Multimodal) ด้วยการพัฒนาขึ้นเองเฉพาะของ หัวเว่ย

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดระยะเวลาการตอบสนอง และเสริมความเสถียร พร้อมรองรับโมเดลชั้นนำของอุตสาหกรรมในรูปแบบบริการแบบ Token เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานแบบ token-based ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ โดยปัจจุบันมีองค์กรชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรมเริ่มนำไปใช้งานแล้ว

Huawei Cloud

นอกจากนี้ MaaS ยังรองรับโมเดล GLM-5 ที่เปิดตัวล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าด้านการเขียน Coding และ Agent Capability ในกลุ่มโมเดลโอเพ่นซอร์ส โดยมีจุดเด่นในการจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูงและงานที่ต้องใช้บริบทระยะยาว GLM-5 จึงเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนา AI Agent แบบอเนกประสงค์ในระดับองค์กร

งาน หัวเว่ย คลาวด์ ไทยแลนด์ เอไอ บูสต์ เดย์ 2026 รวบรวมผู้บริหารระดับสูงจากทั้งภาครัฐ และเอกชน รวมถึงพันธมิตรชั้นนำ ที่ขึ้นเวทีร่วมแบ่งปันมุมมอง และแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับอนาคตของการเปลี่ยนผ่านธุรกิจด้วย AI พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ หัวเว่ย คลาวด์

ในการขยายความร่วมมือกับโมเดล AI แบบโอเพ่นซอร์สชั้นนำ เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตั้งแต่วันแรก (Day-0 availability) ช่วยให้องค์กรเร่งนวัตกรรม และสร้างมูลค่าทางธุรกิจได้รวดเร็วยิ่งขึ้นในยุค AI

สถาปัตยกรรมการประมวลผลรูปแบบใหม่สำหรับยุค AI

ผู้บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ระบุว่า Agentic AI ได้นำเสนอรูปแบบการประมวลผลใหม่ ซึ่งต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อน และยืดหยุ่นได้มากกว่ารูปแบบเดิม

Huawei Cloud
เจมส์ ถัน (James Tan) Head of AI หัวเว่ย คลาวด์ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

เจมส์ ถัน (James Tan) Head of AI หัวเว่ย คลาวด์ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก กล่าวว่า Agentic AI กำลังเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานของระบบ AI จากเครื่องมือที่ตอบสนองคำสั่ง ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่สามารถตัดสินใจ และดำเนินการได้อย่างอัตโนมัติ การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ยุคใหม่ที่มีความยืดหยุ่น ขยายตัวได้สูง และชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น

Huawei Cloud
สุรศักดิ์ สนิทวัฒน์พิบูลย์ CTO ธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ย ประเทศไทย

ด้าน สุรศักดิ์ สนิทวัฒน์พิบูลย์ CTO ธุรกิจคลาวด์ หัวเว่ย ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า เพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง หัวเว่ย คลาวด์ ได้พัฒนาโครงสร้าง AI แบบ full-stack อย่างครบวงจร โดยยึดแนวคิดหลักของ Agentic AI เป็นศูนย์กลาง

ที่ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน AI โมเดลขนาดใหญ่และเครื่องมือ (toolchains) รวมถึงแพลตฟอร์มเอเจนต์อัจฉริยะ เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนกับองค์กรในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคอัจฉริย

โซลูชัน AI แบบครบวงจรรองรับการใช้งานในระดับองค์กร

ภายในงาน หัวเว่ย คลาวด์ ได้นำเสนอชุดโซลูชัน AI แบบครบวงจร ที่รองรับองค์กรในทุกขั้นตอนของการนำ AI ไปใช้งาน ตั้งแต่การทดลอง ไปจนถึงการใช้งานในระดับขนาดใหญ่ ได้แก่

CloudMatrix AI Infra : โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ประสิทธิภาพสูง ที่ผสานทรัพยากรหลากหลายสถาปัตยกรรม รองรับการขยายตัว (elasticity) และการจัดการงาน training และ inference ได้อย่างยืดหยุ่น

ModelArts : แพลตฟอร์มพัฒนา AI แบบ full-stack ที่เปิดกว้างและใช้งานง่าย รองรับทั้งโมเดลของ Huawei และจากผู้พัฒนาภายนอก ครอบคลุมตั้งแต่วิศวกรรมข้อมูล การฝึกโมเดล การเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ไปจนถึงการใช้งานโมเดล ช่วยลดความซับซ้อน และให้ลูกค้ามุ่งเน้นที่นวัตกรรม

CodeArts : แพลตฟอร์มที่ผสานโมเดลด้านโค้ด IDE และคลังโค้ด ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างโค้ด การตอบคำถามด้าน R&D การสร้าง test case การดีบัก การอธิบาย และการปรับปรุงโค้ด โดยใช้แกนบริการภาษาที่พัฒนาโดย หัวเว่ย และเทคโนโลยี context augmentation ระดับวิศวกรรม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเขียนโค้ดได้ 30% ลดการใช้ token ลง 30% และมีอัตราการยอมรับโค้ดสูงถึง 80% ส่งผลให้ประสิทธิภาพงานวิจัยและพัฒนาในองค์กรดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

AgentArts : แพลตฟอร์มแบบครบวงจรสำหรับการพัฒนา การดำเนินการ และดูแล agent โดยรองรับทั้งการพัฒนาแบบ low-code และ high-code ช่วยลดเวลาการพัฒนาจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง พร้อมสถาปัตยกรรมแบบ serverless ที่มีความเสถียรสูงและขยายตัวได้รวดเร็วในระดับมิลลิวินาที รวมถึงรองรับการประเมินผลอัตโนมัติ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องผ่าน framework ของ reinforcement learning

ทั้งนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังเผยว่า CodeArts และ AgentArts ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเอเจนต์ระดับอัจฉริยะ จะพร้อมเปิดให้บริการในตลาดต่างประเทศในช่วงครึ่งหลังของปีนี้

Huawei Cloud

ขับเคลื่อนอนาคตประเทศไทยด้วย AI

ด้วยศักยภาพดังกล่าว จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างระบบนิเวศ AI แบบครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้องค์กรในประเทศไทยสามารถเปลี่ยนผ่านจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เวทีฟอรั่มครั้งนี้ยังมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในระบบนิเวศ AI เปิดพื้นที่ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมกันค้นหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI และโซลูชันอัจฉริยะยุคถัดไป

หัวเว่ย คลาวด์ ยังคงเดินหน้าลงทุนในนวัตกรรม Cloud และ AI อย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนองค์กรด้วยโซลูชันที่มีความยืดหยุ่น ปลอดภัยและเชื่อถือได้ รองรับการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay