Epson ชูจุดแข็ง 5Ss ปั้นยอดโตกว่า 10% พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

Epson

เอปสัน (Epson) ชูจุดแข็ง 5Ss ปั้นยอดโตมากกว่า 10% พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน ผ่านการใช้เทคโนโลยี Heat-Free…

Epson ชูจุดแข็ง 5Ss ปั้นยอดโตกว่า 10% พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน

เอปสัน ประเทศไทย แถลงผลดำเนินงานปี 64 ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทและโปรเจคเตอร์ เพื่อตอบโจทย์ตลาด B2B พร้อมเน้นจุดแกร่ง 5Ss สร้างการเติบโตมากกว่า 10% และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนภายในองค์กร

Epson
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด

ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปี 2564 ว่า บริษัทฯ มีการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 9% ซึ่งมาจากการเติบโตของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากภาวะเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังของ 2564 เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจ

ทั้งการลงทุนของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นตามวัฏจักรการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย รวมทั้งได้รับแรงหนุนจากกระแส Digital Transformation การที่สถาบันศึกษากลับมาเปิดทำการเป็นปกติในบางช่วง รวมไปถึงการออกมาตรการกระตุ้น และฟื้นฟูเศรษฐกิจของภาครัฐ

และการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปี และการใช้เงินกู้ในโครงการต่าง ๆ อีกทั้งภาคการผลิตในไทยยังเริ่มหันมาใช้ระบบซัพพลายเชนภายในประเทศเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งล้วนแต่ส่งผลให้มีการลงทุนด้านไอทีในประเทศเพิ่มขึ้น

“ในส่วนของบริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขยายทีมขาย และทีมบริการลูกค้า B2B ในกรุงเทพและต่างจังหวัด และทีมพิเศษที่เน้นเจาะลูกค้าองค์กรญี่ปุ่น โดยเฉพาะในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งยังได้เพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่ายที่มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญเฉพาะตลาด B2B

และได้ฝึกอบรมตัวแทนเดิมให้สามารถขยายธุรกิจไปยังตลาด B2B ได้ ในด้านการขาย บริษัทฯ ได้ใช้ช่องทางออนไลน์เข้ามาสนับสนุนการขายลูกค้าองค์กรธุรกิจ ทั้งกลุ่ม เอสเอ็มอี และสตาร์ทอัพ มากยิ่งขึ้น และที่สำคัญ เอปสันยังคงนำเข้าสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า

โดยที่สินค้าใหม่จะมีจุดขายพิเศษและแตกต่างจากแบรนด์อื่นในด้านความมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่องค์กรขนาดใหญ่ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ในขณะนี้ ส่วนการตลาด ได้มีการจัดกิจกรรมออนไลน์ และออฟไลน์ มากกว่า 200 กิจกรรม เพื่อเข้าถึงลูกค้าใหม่มากขึ้น และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าเดิม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังรณรงค์เรื่องความยั่งยืน ผ่านการใช้เทคโนโลยี HeatFree ของเอปสันที่ไม่ใช้ความร้อนในกระบวนการพิมพ์ ซึ่งช่วยลดความร้อนในที่ทำงาน ลดค่าไฟ ลดค่าซ่อมบำรุง และลดชิ้นส่วนสิ้นเปลืองได้มากกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์เลเซอร์ ซึ่งได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี”

เอกชนตระหนักถึงการลดการใช้พลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

Epson

สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทระบบแท็งค์ เอปสันยังรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดได้ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 46% ในด้านมูลค่า และ 43% ในด้านจำนวนเครื่องที่ขายได้ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 18% นอกจากนี้ ในกลุ่มเครื่องถ่ายเอกสารอิงค์เจ็ทระบบหมึกความจุสูง

ยังขายเครื่องได้เพิ่มขึ้น 30% เป็นเพราะปัจจุบันเริ่มมีบริษัทเอกชนจำนวนเพิ่มขึ้นที่ตระหนักถึงการลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จึงเปลี่ยนจากการใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องถ่ายเอกสารมาเป็นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท ซึ่งเทรนด์นี้น่าจะยังคงเติบโตต่อไป  

ส่วนในกลุ่มเครื่องพิมพ์เชิงพาณิชย์ และอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่ เครื่องพิมพ์ฉลากที่เติบโตมากที่สุดที่ 63% ปัจจุบันโรงพิมพ์ได้รับออเดอร์ในรูปแบบดิจิทัลออนดีมานด์มากขึ้น เพราะลูกค้าไม่ต้องการสต๊อกฉลากแบบเดียวไว้จำนวนมากเหมือนเมื่อก่อน

อีกทั้งกลุ่มลูกค้าโรงพยาบาล คลินิก หรือสตาร์ทอัพผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและอาหารเสริมก็หันมาลงทุนกับเครื่องพิมพ์ประเภทนี้กันมากขึ้น ตามมาด้วยเครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา ที่เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว เพราะทั้งศูนย์การค้า ร้านค้า และธุรกิจต่าง ๆ เริ่มกลับมาทำกิจกรรมส่งเสริมการขาย และรีโนเวทหน้าร้านมากขึ้น เติบโต 21%

สำหรับยอดขายของผลิตภัณฑ์โปรเจคเตอร์ในปีที่ผ่านมา ในส่วนของโปรเจคเตอร์ธุรกิจฟื้นตัวกลับมาโตที่ 11%  ส่วนหนึ่งมาจากการที่สถาบันการศึกษา บริษัท และหน่วยงานต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดดำเนินงานอีกครั้ง นอกจากนี้ ในกลุ่มโฮมโปรเจคเตอร์ก็มีสัญญาณที่ดี

เพราะในช่วงโควิด มีลูกค้าจำนวนมากที่หันมาลงทุนทำโฮมเธียเตอร์ระดับไฮเอนด์ สำหรับรับชมภาพยนตร์ และเล่นเกมบนจอภาพขนาดยักษ์ด้วยภาพฉายคุณภาพสูง ซึ่งเอปสันเริ่มมีสินค้าใหม่เข้ามารองรับตลาดกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นแล้ว

Epson

สุดท้ายคือผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์แขนกล ซึ่งในปี 2564 มียอดขายเติบโตขึ้นมากกว่า 60% โดยลูกค้าหลักยังอยู่ในอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และอุตสาหกรรมอุปกรณ์ทางการแพทย์ ปัจจัยที่หุ่นยนต์แขนกลของเอปสันได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าอย่างมาก

เนื่องจากเอปสันอยู่ในวงการนี้มาเกือบ 40 ปี มีการทำ R&D อยู่ตลอดเวลา หุ่นยนต์ของเอปสันมีความแม่นยำสูง สามารถใช้งานได้ดีในหลายอุตสาหกรรม ที่สำคัญ มีการบำรุงรักษาค่อนข้างต่ำมาก และมี Down Time ที่ต่ำ เมื่อเทียบกับคู่แข่ง

โควิด-19 และ สงครามยูเครนรัสเซีย กระทบซัพพลายเชนทั่วโลก

Epson

ในปีนี้ ตลาดไอทียังอยู่ท่ามกลางหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวค่อนข้างมาก ทั้งสถานการณ์โควิดที่ยังแพร่ระบาดอยู่ทั่วโลก และโรงงานชิปเซมิคอนดักเตอร์ไม่สามารถผลิตป้อนได้ทันตามการเติบโตของดีมานด์ที่พุ่งสูงขึ้น บวกกับภาวะขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ทั้งยังเกิดสงครามที่ยูเครน

ซึ่งกระทบกระเทือนเศรษฐกิจไทย ทำให้ค่าน้ำมัน และภาวะเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงจีดีพีของประเทศอาจจะมีการปรับลดลง ปัจจัยเหล่านี้รบกวนระบบซัพพลายเชนทั่วโลก ทำให้กระบวนการผลิตสินค้าหลายรายการชะลอตัว ต้นทุนจากการผลิต และขนส่งปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ภาคเอกชนมีแนวโน้มที่จะปรับลดการใช้จ่าย และการลงทุนใหม่ ท่ามกลางภาวะการณ์เช่นนี้ เอปสันต้องยืดหยุ่น และรวดเร็วในการปรับตัวเพื่อรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้น พร้อมกับวางกลยุทธ์ที่สามารถตอบโจทย์ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิดยังยืดเยื้อออกไปเป็นปีที่ 3 และอาจนานขึ้น ซึ่งทำให้ธุรกิจต่าง ๆ ยังต้องปรับตัวต่อไป เพื่อรับมือกับความท้าทายและรักษาระดับการเติบโต โดยเอปสันได้กำหนดแผนกลยุทธ์สำหรับปี 2565 นี้ขึ้น

โดยผสานจุดแข็งทุกด้าน ขับเคลื่อนธุรกิจเดินหน้าฝ่ายุคโควิด สร้างการเติบโตมากกว่า 10% โดยจุดแข็งดังกล่าวที่รวมกันเป็นส่วนผสมของความสำเร็จ หรือ 5Ss ประกอบด้วย Smart technology, Simple start, Scurve trend, Service excellence และ Sustainable value

ในด้านเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Smart Technology) เอปสัน มุ่งที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนการดำเนินงาน หรือ TCO (Total Cost of Ownership) ให้กับลูกค้าได้มากกว่าเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์เดิมที่ใช้อยู่

เช่น เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทที่ใช้เทคโนโลยี HeatFree ซึ่งสามารถประหยัดค่าไฟได้มากกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์รุ่นใกล้เคียงกันถึง 85% โดยให้งานพิมพ์ที่มีคุณภาพเท่าเทียมกัน ทั้งยังช่วยลดค่าซ่อมบำรุง เพราะใช้ชิ้นส่วนอะไหล่น้อยกว่าเครื่องพิมพ์เลเซอร์

หรือ Epson Monna Lisa เครื่องพิมพ์สิ่งทอระบบดิจิทัลแบบ directtofabric ที่สามารถรองรับการใช้สีได้มากกว่า 3 ล้านล้านสี และยังลดการใช้น้ำในกระบวนการพิมพ์ลายผ้าได้มากถึง 90% ต่อตารางเมตรเมื่อเทียบกับระบบการพิมพ์แบบดั้งเดิม

หรือจะเป็นเลเซอร์โปรเจคเตอร์ระบบ 3LCD ที่ใช้งานได้นานถึง 20,000 ชั่วโมง โดยไม่ต้องบำรุงรักษา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าโปรเจคเตอร์ที่ใช้หลอดภาพ เป็นต้น ซึ่งในปี 2565 นี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในทุกกลุ่มมากกว่า 20 รุ่นตลอดทั้งปี

สร้างสรรค์โมเดล “Epson EasyCare 360 เหมา เหมา” ที่เอื้อต่อการลงทุน

Epson
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด

เอปสันพยายามสร้างสรรค์โมเดลธุรกิจที่ช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเริ่มลงทุนกับเอปสันได้ง่าย ๆ (Simple Start) โดยที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ออกโมเดลเช่าเครื่องแบบใหม่ในชื่อ Epson EasyCare 360 เหมา เหมา ช่วยให้การพิมพ์งานของลูกค้าเป็นเรื่องง่าย ไม่ต้องกังวลกับการคำนวณค่าใช้จ่ายในการพิมพ์สีหรือขาวดำ

รวมถึงค่าบำรุงรักษา และค่าหมึก เพราะเพียงเหมาจ่ายราคาเดียว พิมพ์ได้มากสุด 120,000 แผ่น หรือนาน 24 เดือน ทั้งยังได้ onsite service และรับเครื่องที่ใช้อยู่ไปฟรีๆ หลังหมดสัญญา ซึ่งได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี โดยบริษัทฯ เตรียมที่จะออกโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ

อาทิ บริการให้เช่าเครื่องโปรเจคเตอร์ ซึ่งเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการการบริการดูแล และบำรุงรักษา แต่ไม่ต้องการเก็บเครื่องเป็นทรัพย์สินของบริษัท และไม่ต้องการจ้างพนักงานประจำสำหรับดูแลซ่อมเครื่อง

Scurve Trend ใหม่

Epson

เอปสันกำลังก้าวเข้าสู่ Scurve Trend ใหม่ เพื่อสานต่อการเติบโตทางธุรกิจ เพราะเอปสันเป็นผู้ออกแบบ พัฒนา และผลิตเทคโนโลยีของตัวเอง จึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ก้าวนำความต้องการของตลาดได้อยู่เสมอ และมีสินค้าใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เมื่อกระแสตลาดโลกมีการเปลี่ยนแปลง

เอปสันก็พร้อมจะมีผลิตภัณฑ์ออกมารองรับความต้องการที่เกิดใหม่ทันที โดยผลิตภัณฑ์สำหรับเทรนด์ใหม่นี้จะเน้นที่นวัตกรรม เพื่อความยั่งยืนเป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางตลาดในปัจจุบัน ล่าสุด เอปสันได้เปิดตัว PaperLab เครื่องรีไซเคิลกระดาษแบบแห้งเครื่องแรกของโลกในภูมิภาคนี้

ด้วยเทคโนโลยี Dry Fiber ของเอปสันเอง สามารถผลิตกระดาษขึ้นมาใหม่จากกระดาษที่ใช้แล้วในสำนักงาน โดยไม่ใช้น้ำในกระบวนการผลิต ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเอปสันมีแผนที่จะนำเครื่องดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในไทยเร็วๆ นี้ อีกทั้งบริษัทฯ ยังจะเปิดตัวหุ่นยนต์แขนกลเพิ่มขึ้น

เช่น รุ่น T-B Series Scara Robot ที่เปิดตัวในงาน Metalex March 2022 ที่ผ่านมา เพื่อรองรับความต้องการของโรงงานผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะจาก 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ซึ่งล้วนเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูง และมีหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเป็นหัวใจสำคัญในกระบวนการผลิต

เดินหน้าพัฒนาด้านความเป็นเลิศในการบริการ

Epson

เอปสัน ยังคงเดินหน้าพัฒนาด้านความเป็นเลิศในการบริการ (Service Excellence) เริ่มตั้งแต่การลงทุนขยายศูนย์บริการเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมี 184 สาขาทั่วประเทศ และมีถึง 164 สาขาที่สามารถให้บริการ onsite service ถึงสำนักงานของลูกค้าทั่วประเทศ

ซึ่งหลังจากนี้จะเพิ่มจำนวนสาขาที่สามารถให้บริการ onsite service ได้มากขึ้น และให้ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ทั้งยังจะมีการเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการซ่อมสินค้า การพัฒนาระบบจัดการและจัดส่งชิ้นส่วนอะไหล่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น การจัดตารางนัดเพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรอคิวนาน

รวมถึงยังมีทีมงานพิเศษ เพื่อมอนิเตอร์การทำงานของเครื่องหรือมีเครื่องสำรองให้ใช้งานแทนในกรณีที่เครื่องของลูกค้าเกิดปัญหา ไปจนถึง เอปสัน Call Center ซึ่งจะขยายเวลาการให้บริการตั้งแต่ 08:30-18:00 น. วันจันทร์ถึงเสาร์

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เพิ่มช่องทางออนไลน์ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการติดต่อกับทีมงาน และติดตามข่าวสารของเอปสัน โดยพิมพ์ EpsonThailand ทั้งใน Facebook, IG, Line, LinkIn และ YouTube ยิ่งกว่านั้น เอปสันยังสร้างทีมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคสำหรับให้บริการลูกค้าผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์แขนกลโดยเฉพาะ

และทีมบริการสำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์เพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งจะมีบริการให้คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญของศูนย์โซลูชั่นสิ่งทอของเอปสันที่ญี่ปุ่นและอิตาลี ในส่วนของพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นกลไกสำคัญในการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ บริษัทฯ ยังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาคุณภาพในการบริการได้ดียิ่งขึ้น และในอนาคต จะเน้นการให้บริการลูกค้าเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์มากยิ่งขึ้น

เป้าหมาย ในปี 2565

Epson
ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด

สุดท้าย ในด้านความยั่งยืน (Sustainable Value) ไซโก้ เอปสัน คอร์ปอเรชั่น มีนโยบายในการดำเนินธุรกิจโดยยึดกรอบปฏิบัติตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีด้วยกัน 17 เป้าหมาย โดยในปี 2565 นี้ บริษัทฯ ได้เน้นที่ 5 เป้าหมาย ได้แก่ เป้าหมายที่ 8 การจ้างงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ 

เป้าหมายที่ 9 อุตสาหกรรม นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐาน เป้าหมายที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน เป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายที่ 17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งคุณค่าในด้านความยั่งยืนเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดไปสู่สาธารณะผ่านตัวผลิตภัณฑ์

กิจกรรมกับตัวแทนจำหน่าย กิจกรรมส่งเสริมการขาย และสื่อประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำการทำงานเพื่อเป้าหมายการสร้างความยั่งยืนในภูมิภาคนี้ เอปสันยังได้จับมือกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล หรือ WWF ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนตามชายฝั่งทะเล

เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านการทำงานร่วมกับเยาวชน นักวิทยาศาสตร์ในแต่ละพื้นที่ รวมถึงการสร้างความร่วมมือกับภาคธุรกิจ และชุมชนท้องถิ่น

Epson

“โลกธุรกิจในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างไม่มีวันหยุด เอปสันต้องคอยดิสรัปท์ตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การให้บริการ โมเดลธุรกิจ แนวทางในการทำธุรกิจ ไปจนถึงจุดยืนของแบรนด์ เพื่อให้เป็นองค์กรที่มีอยู่เหนือกระแสการเปลี่ยนแปลงได้ มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น และเป็นที่พึงพอใจของลูกค้า

ที่สำคัญ เป้าหมายของเอปสันไม่ใช่แค่การสร้างหรือรักษาระดับการเติบโตของยอดขายและรักษาตำแหน่งผู้นำในตลาดผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เท่านั้น แต่เป้าหมายที่สำคัญยิ่งกว่า คือการสนับสนุนแนวทางการพัฒนาความยั่งยืนในองค์กรของลูกค้า และสังคมผ่านเทคโนโลยี และโครงการด้านความยั่งยืนของเอปสัน” ยรรยง กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th