ไปรษณีย์ไทย (Thailand Post) x กรมประมง เปิดเส้นทางส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามสู่ตลาดต่างประเทศ เสริมช่องทางให้ผปก. ประเดิมเฟสแรก 5 ปลายทาง อเมริกา-เอเชีย รุกหนุนแบรนด์ดิ้งประเทศไทยแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงาม…
highlight
- ไปรษณีย์ไทย สานต่อความร่วมมือ กรมประมง เปิดบริการส่งด่
วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่ างประเทศผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ เป็นครั้งแรก โดยเฟสแรกจะเริ่มให้บริการในเดื อนตุลาคม 2568 ส่งออกปลากัด ใน 5 ตลาดหลัก ได้แก่สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และอินโดนีเซีย ก่อนขยายไปตลาดอื่ น ๆ ที่มีศักยภาพในอนาคต
ส่งไว สวยถึงมือ! “Thailand Post X กรมประมง” ลุยตลาดสัตว์น้ำสวยงามต่างประเทศ

ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย ได้วางแนวทางเพื่อก้าวข้ามบทบาทการเป็นผู้ให้บริการรับ–ส่งพัสดุสู่ผู้ให้การสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในทุกมิติซึ่งล่าสุดได้พัฒนาความร่วมมือกับกรมประมง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์
เพื่อขับเคลื่อนการส่งสัตว์น้ำสวยงามไปยังตลาดต่างประเทศ โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการสะท้อนบริการของไปรษณีย์ไทยภายใต้กลยุทธ์ Parcel Defined Logistics ซึ่งเป็นการออกแบบระบบการขนส่งให้สอดคล้องกับทุกประเภทสินค้า ทั้งสินค้าที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
อาทิ สินค้าที่ซับซ้อน และมีมูลค่าสูง บริการส่งยา และเวชภัณฑ์ บริการส่งสินค้าไซส์จัมโบ้ บริการส่งด่วนผลไม้ รวมทั้งที่ผ่านมาไปรษณีย์ไทยได้ส่งสัตว์น้ำสวยงามในประเทศช่วงเดือนกุมภาพันธ์-สิงหาคม 2568 กว่า 110,000 ชิ้นงาน ถือว่าประสบความสำเร็จและได้การตอบรับเป็นอย่างดี
ประเดิมเฟสแรก 5 ปลายทาง อเมริกา–เอเชีย

“การร่วมมือกับกรมประมงครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการส่งสินค้าระหว่างประเทศ แต่คือการเปิดประตูให้เกษตรกร และภาคการประมงไทยเข้าถึงตลาดโลกผ่านเครือข่ายไปรษณีย์ที่ครอบคลุมกว่า 50,000 แห่ง และกว่า 190 ประเทศทั่วโลก โดยทั้ง ไปรษณีย์ไทย และกรมประมง มุ่งมั่นให้การส่งสัตว์น้ำสวยงามไทย
กลายเป็นอีกหนึ่งสินค้าส่งออกหลักที่สร้างมูลค่า และภาพจำใหม่ของประเทศ รวมถึงช่วยสร้าง Branding ประเทศไทยในฐานะแหล่งผลิตสัตว์น้ำสวยงาม ทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าวจะรองรับสัตว์น้ำสวยงามตามมาตรฐานการเพาะเลี้ยงระดับส่งออกจากการกำกับดูแลโดย กรมประมง
เพื่อส่งผ่านบริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปต่างประเทศ โดยเริ่มเปิดให้บริการในเดือนตุลาคม 2568 ณ ไปรษณีย์ จังหวัดนครปฐม เป็นแห่งแรก ซึ่งเป็นจังหวัดที่นิยมเพาะเลี้ยงปลากัดในจำนวนมากที่สุดของไทย โดยในเฟสแรกจะมุ่งเน้นการส่งออกปลากัดไปยัง 5 ประเทศ ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมาย
ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, จีน, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน และอินโดนีเซีย และในอนาคตจะศึกษาความเป็นไปได้เพื่อขยายบริการส่งสัตว์น้ำชนิดอื่น ๆ ไปยังกลุ่มประเทศฐานผู้เลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามขนาดใหญ่ และกำลังซื้อสูง”
ระบบบริการครบวงจรที่ลูกค้าสามารถเลือกได้

ไปรษณีย์ไทย ได้วางระบบบริการที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อให้การส่งออกสัตว์น้ำสวยงามเกิดขึ้นได้จริง และมีมาตรฐาน โดยมีโมเดลที่ออกแบบเฉพาะ ได้แก่ จุดรับฝากเพื่อให้บริการจัดส่งปลาสวยงามโดยเฉพาะ ระบบเอกสารครบวงจรที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะดำเนินการเอกสารด้วยตนเอง
หรือให้ไปรษณีย์ไทยดำเนินการแทน การขนส่งแบบ Special Handling ซึ่งบรรจุภัณฑ์ได้รับการออกแบบเฉพาะสำหรับสัตว์น้ำสวยงาม มีมาตรการควบคุมคุณภาพการขนส่งจนถึงมือผู้รับปลายทาง ระบบติดตามที่สามารถ Tracking ตลอดเส้นทางเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้ซื้อทั่วโลก

สำหรับในปัจจุบันไปรษณีย์ไทยเปิดให้บริการจัดส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการในสังกัดของกรมประมง โดยมีสัตว์น้ำที่สามารถฝากส่งได้ในประเทศ จำนวน 12 ชนิด อาทิ ปลากัด, ปลาหางนกยูง, ปลาสอด, กุ้งสวยงาม, พันธุ์ไม้น้ำ และสาหร่ายพวงองุ่น
โดยเชื่อมั่นว่าประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ และสังคม จากความร่วมมือครั้งนี้มีทั้งการช่วยเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงให้เข้าถึงตลาดใหม่ ลดภาระเรื่องเอกสารการส่งออก และมีช่องทางจำหน่ายที่สะดวก ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล
ตลาดโลกสัตว์น้ำสวยงาม Soft Power ไทยบนเวทีโลก

บัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตลาดโลกสัตว์น้ำสวยงามมีมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ไทยมีศักยภาพครองสัดส่วนการส่งออกปลากัด และสัตว์น้ำสวยงามเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ราว 11% โดยปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามที่ขึ้นทะเบียนกว่า 10,000 ราย ในปี 2567
โดยมีมูลค่าการส่งออกกว่า 1,000 ล้านบาท โดยเฉพาะปลากัดที่มีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท หรือราว 40% ของการส่งออกสัตว์น้ำทั้งหมด กลุ่มรองลงมา คือปลาทอง ปลาหางนกยูงและปลาสอด กุ้งสวยงาม กลุ่มปลาหมอสีและปลาออสการ์ และปลาชนิดอื่น ๆ
ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมนโยบายของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพผลผลิตสัตว์น้ำ รวมถึงเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกรไทยที่จะสามารถสร้างรายได้สู่ครัวเรือนเกษตรกร กรมประมงจึงประสานความร่วมมือกับ ไปรษณีย์ไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานขนส่ง-โลจิสติกส์แห่งชาติ
ในการร่วมพัฒนาศักยภาพเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยง และผู้ประกอบการสัตว์น้ำสวยงามให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตามมาตรฐานการส่งออก และสามารถเข้าถึงตลาดต่างประเทศได้มากขึ้น โดยความร่วมมือในครั้งนี้กรมประมงจะสนับสนุนและส่งเสริมการดำเนินงานด้านวิชาการ

รวมไปถึงด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเพาะเลี้ยง และการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามที่มุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านมาตรฐานการเพาะเลี้ยง การขึ้นทะเบียน หลักเกณฑ์ และข้อปฏิบัติด้านการตรวจสอบ รวมถึงการออกหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ และเอกสารประกอบการส่งออก

เพื่อให้การส่งออกสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายภายในประเทศและมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการตอกย้ำการสร้างการรับรู้ถึง “ปลากัดไทย” ในฐานะสัตว์น้ำเอกลักษณ์ประจำชาติ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกมิติ
เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถส่งออกสัตว์น้ำโดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มพูนรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการสู่โอกาสการแข่งขันทางการค้า และสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“ความร่วมมือระหว่าง ไปรษณีย์ไทย และ กรมประมง ในครั้งนี้คือการปักหมุดทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศที่ไม่เพียงช่วยเกษตรกรให้เข้าถึงตลาดโลก แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ไทยในฐานะผู้นำด้านสัตว์น้ำสวยงาม และ
Soft Power บนเวทีโลก” บัญชา กล่าวสรุป
เอกสาร และมาตรฐาน สำหรับเกษตรกรที่ต้องการส่งออกสัตว์น้ำสวยงามต้องรู้!

สำหรับเกษตรกร และผู้ประกอบการฟาร์มเพาะเลี้ยงที่สนใจใช้บริการส่งด่วนสัตว์น้ำสวยงามไปยังต่างประเทศผ่านไปรษณีย์ไทยจะต้องมีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
- ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบการด้านการประมง (ทบ.2)
- ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.3)
- ขึ้นทะเบียนสถานประกอบการรวบรวมสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก (สอ.4)
ทั้งนี้ ในการส่งออกปลากัด แต่ละครั้ง ต้องยื่นขอเอกสารประกอบการส่งออกจากกรมประมง 5 ประเภท ได้แก่
- ขอใบอนุญาตส่งออกสัตว์น้ำ (ร.9)
- ขอหนังสือรับรองสุขภาพสัตว์น้ำ (Health Certificate)
- ใบแจ้งดำเนินการส่งออกสัตว์น้ำหรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (DOF4)
- ใบอนุญาตให้ส่งออกสัตว์น้ำ (DOF11)
- หนังสือรับรองตนเองในการแจ้งแหล่งที่มาของสัตว์น้ำ หรือผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ (Self Certificate)

และเพื่อส่งเสริมศักยภาพการส่งออกให้แก่ผู้ประกอบการ ไปรษณีย์ไทย ยังได้ประสานความร่วมมือกับ กรมประมง ในการจัดเวิร์คช็อปอบรมสำหรับเกษตรกรที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการส่งออก เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบในการขึ้นทะเบียน และการเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออก
รวมถึงช่วยให้เกษตรกรสามารถส่งออกปลากัดได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยสำหรับเกษตรกรที่ต้องการส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีนจะต้องขึ้นทะเบียนกับหน่วยงาน General Administration of Customs of the People’s Republic of China (GACC)
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























