Finnlution ผนึกกำลัง Botnoi พัฒนา AI บริหารหนี้ลดหนี้สูญภาคการเงินไทย

Finnlution

ฟินน์ลูชั่น (Finnlution) จับมือ บอทน้อย (Botnoi) พัฒนามาตรฐานใหม่ระบบบริหาร และติดตามหนี้ไทย ด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างทางออกให้ลูกหนี้อย่างยั่งยืน…

Finnlution ผนึกกำลัง Botnoi พัฒนา AI บริหารหนี้ลดหนี้สูญภาคการเงินไทย

บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหาร และติดตามหนี้แบบครบวงจรของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด ผู้นำด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของไทย พร้อมจัดตั้ง บริษัท ฟินน์เจนติด จำกัด (Finngentic Co., Ltid.) เพื่อร่วมกันพัฒนา มาตรฐานใหม่ของระบบบริหาร และติดตามหนี้

พร้อมมุ่งเน้นทั้งประสิทธิภาพเชิงระบบ ความถูกต้องตามกฎหมาย และการสร้างทางออกที่เหมาะสมให้แก่ลูกหนี้
โดยความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้ง 2 องค์กร ที่เห็นตรงกันว่า ระบบบริหารหนี้ในอนาคตต้องก้าวข้ามรูปแบบการติดตามหนี้แบบเดิม ไปสู่ระบบอัจฉริยะที่ใช้ข้อมูล และเทคโนโลยีเป็นศูนย์กลาง

ด้วยการนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทำงาน ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูลลูกหนี้ การสื่อสาร การติดตาม ไปจนถึงการออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

โดย ฟินน์ลูชั่น ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารหนี้ การติดตามหนี้ และการออกแบบกลยุทธ์ตามพฤติกรรมลูกหนี้ ได้ผสานองค์ความรู้เชิงลึกด้านการเงิน กฎหมาย และธรรมาภิบาล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน AI Voice, Conversational AI และ Data Intelligence ของ บอทน้อย

เพื่อสร้างระบบติดตามหนี้ที่ แม่นยำ รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้ลูกหนี้ได้รับการสื่อสารที่เหมาะสม เข้าใจง่าย และนำไปสู่ทางออกที่เป็นไปได้จริง สำหรับการจัดตั้ง บริษัท ฟินน์เจนติด จำกัด จะเป็นในลักษระร่วมทุน โดยมีเป้าหมายในการศูนย์กลางของนวัตกรรมซอฟต์แวร์ และแฟลตฟอร์ม AI สำหรับบริหารจัดการหนี้ พร้อมเป็นจากฐาน ให้กับอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต

Finnlution

สร้างเครื่องมือติดตามหนี้ที่ผสาน “เอไอ+ความเข้าใจ

หัวใจสำคัญของความร่วมมือ คือการใช้ AI เป็นเครื่องมือในการเพิ่ม “คุณภาพของการตัดสินใจ” ในกระบวนการบริหารหนี้ ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรอง และจัดกลุ่มลูกหนี้ตามศักยภาพ การเลือกช่องทาง และช่วงเวลาการติดต่อที่เหมาะสม

ไปจนถึงการนำเสนอแนวทางการแก้ไขหนี้ที่สอดคล้องกับความสามารถในการชำระของลูกหนี้แต่ละราย ซึ่งจะช่วยลดภาระความตึงเครียด เพิ่มโอกาสในการเจรจา และสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อทุกฝ่าย

Finnlution
เรวดี เกตุแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด

เรวดี เกตุแก้ว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟินน์ลูชั่น จำกัด กล่าวว่า ฟินน์ลูชั่น เชื่อว่าการบริหารหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้วัดจากการติดตามได้เร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถในการสร้างทางออกให้ลูกหนี้กลับเข้าสู่ระบบการเงินได้อย่างยั่งยืน

การนำ AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหาร และติดตามหนี้ จะช่วยให้เราทำงานได้แม่นยำขึ้น เข้าใจลูกหนี้มากขึ้น ผ่านกระบวนการเรียนรู้พฤติกรรมของลูกหนี้ และช่วยให้สามารถออกแบบแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับแต่ละรายอย่างแท้จริง และมีประสิทธิภาพสูงสุด

Finnlution

“เราสามารถนำเอาตัวเลขพารามิเตอร์ (Parameter) ต่าง ๆ ไปออกแบบกลไกแนวทางในการช่วยลูกหนี้บริหารจัดการหนี้ที่มีอยู่ไม่ให้ก้าวไปสู้ภาวะหนี้เสีย จนไปถึงขั้นการฟ้องร้องยึกทรัพย์ ซึ่งหากไปถึงตรงจุดนั้นผลที่เสียที่เกิดจะมีมากกว่าผลดีทั้งกับทางเจ้าหนี้ และตัวลูกหนี้เอง

และจะกระทบต่อหนี้สาธารณะ ซึ่งส่งผลต่อ GDP ของประเทศอย่างมาก โดยหนึ่งในความสามารถที่ทรงพลังที่สุดของ AI คือ ความสามารถในการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ และคาดการณ์ผลลัพธ์ และรูปแบบการชำระเงินแบบ First-in, First-out แทนที่จะติดต่อลูกค้าตามลำดับการชำระเงินที่ค้างชำระ

ไปสู่ความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญของบัญชีโดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้หลากหลาย ระบบสามารถคาดการณ์ได้ว่าลูกค้ารายใดมีแนวโน้มที่จะชำระเงินมากที่สุดหากได้รับการติดต่อ ลูกค้ารายใดมีความเสี่ยงสูงที่จะผิดนัดชำระหนี้ และลูกค้ารายใดอาจประสบปัญหาชั่วคราว

และการจับมือกับทาง บอทน้อย ยังจะช่วยให้เราสามารถใช้แชทบอท เป็นเสมือนผู้ช่วยในเชิงสร้างสรรค์ ผ่านกระบวนการสนทนาอย่างเป็นธรรมชาติ และเข้าใจบริบทได้ดี ช่วยประมวลผลคำถามที่ซับซ้อน พร้อมนำเสนอคำตอบที่เข้าใจความรู้สึก และแนะนำลูกค้าตลอดกระบวนการแก้ไขปัญหา

ความสามารถนี้ช่วยให้ลูกค้าพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการ หนี้สิน ตามความสะดวก จนสามารถทำให้อัตราการเจรจาเพิ่มขึ้นจกค่าเฉลี่ยนเดิมที่อยู่ที่ 10% เพิ่มขึ้นเป็น 25% หรือกว่าเท่าตัว อีกทั้งยังเป็นการช่วยให้พนักงานติดตามหนี้สามารถเปลี่ยนประสบการณ์จากการโต้แย้งระหว่างลูกหนี้กับกพนักงานไปสู่รูปแบบของความร่วมมือมากขึ้นอีกด้วย”

Finnlution
ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด

ด้าน ดร.วินน์ วรวุฒิคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บอทน้อย กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า AI จะมีคุณค่าอย่างแท้จริง เมื่อถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนของสังคม ความร่วมมือกับฟินน์ลูชั่นในครั้งนี้ คือการนำเทคโนโลยี AI มาเสริมพลังให้ระบบบริหารหนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมสร้างประสบการณ์ที่ดีและเป็นธรรมให้กับลูกหนี้

Finnlution

“การนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาผสานรวมกับข้อมูลพฤติกรรมของลูกหนี้ จะช่วยสร้างกระบวนการติดตามหนี้ให้แ่ภาคการเงิน รวมถึงบริษัทฯที่รับเร่ืองการติดตามหนี้จากธนาคารต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ รวมถึงยังช่วยให้สามารถนำข้อมูลที่แสดงบนแดชบอร์ด (Dashboard) ที่แสดงให้เห็นทั้งช่วง วัน เวลา การตอบกลับข้อความติดตาม

รวมไปถึงการรับ และปฎิเสธสาย เข้ามามีส่วนในการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกหนี้ เพื่อติตามสอบถามได้อย่างเหมาะสมในแบบรายบุคคล ซึ่งในช่วงทดสอบระบบ พบว่า สามารถช่วยยกระดับกระบวนการติดตาม และการทำงานของทีมงานได้อย่างมีกาวกระโดด ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยให้ธนาคารที่นำโซลูชั่นนี้ไปใช้

ออกแคมเปญช่วยเหลือลูกหนี้ได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น หนี้บัตรเครดิต, หนี้สินเชื่อบุคคล, หนี้บ้าน, หนี้รถยนต์ และหนี้ธุรกิจ นอกจากนี้การที่สามารถใช้เทคโนโลยีเรียนรู้จะช่วยให้สามารถก้าวข้ามระบบอัตโนมัติแบบเดิม ๆ ไปสู่การสร้างกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด 

และจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างแนวทางที่มีประสิทธิภาพ และเห็นอกเห็นใจมากขึ้น ช่วยให้การเก็บหนี้เปลี่ยนจากสคริปต์ที่ตายตัวไปสู่การสนทนาที่ลื่นไห ลและตอบสนองได้ดีในแบบเฉพาะบุคคล สำหรับแผนในการให้บริการหลังจากนี้ทางเราได้เตรียมที่พูดคุยกับทางสถาบันทางการเงิน และธนาคารต่าง ๆ

ในช่วงไตรมาส 2 ของปี 2569 นี้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้แก่ผู้ใช้ให้ได้อย่างน้อย 10 เท่า จากเดิม แม้ว่าจะยากแต่เชื่อว่าสามารถทำได้ เนื่องจากปัจจุบันสถาบันทางการเงินส่วนใหญ่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน และมองหาเครื่องมือใหม่ ๆ

ในการช่วยลดต้นทุน และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกหนี้ของตนเอง สำหรับเป้าหมายในระยะยาวเราเตรียมที่จะสร้างมาตรฐานในการติดตามทวงหนี้ให้อยู่ในระดับสากล โดยการปรับอัลกริทึ่มให้เหมาะกับความต้องการของประเทศต่าง ๆ”

Finnlution

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง ฟินน์ลูชั่น และ บอทน้อย จึงไม่ใช่เพียงการยกระดับกระบวนการทำงานขององค์กร แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐาน มาตรฐานใหม่ของระบบบริหารและติดตามหนี้ไทย ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ข้อมูล และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อให้ทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้สามารถเดินไปข้างหน้าร่วมกันได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay