ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจเฮลท์แคร์เต็มสูบ! เปิดตัวไลน์อัพโซลูชันทางการแพทย์ในคอนเซ็ปต์ One Stop, Total Healthcare Solution…
highlight
ฟูจิฟิล์ม เปิดตัวไลน์อัพโซลูชันทางการแพทย์ในคอนเซ็ปต์ One Stop, Total Healthcare Solution ชูนวัตกรรมการถ่ายภาพทางการแพทย์ รวมถึงเทคโนโลยี AI และ โซลูชันด้าน IT เพื่อการวินิจฉัยโรคครบวงจร ต่อยอดความเชี่ยวชาญ-ประสบการณ์กว่า 80 ปี เดินหน้ายกระดับวงการแพทย์ทั่วโลกด้วย พร้อมเร่งช่วยเหลือสังคมไทยอย่างเต็มกำลัง
Fuji film เปิดตัวโซลูชันทางการแพทย์ เดินหน้าเสริมทัพธุรกิจเฮลท์แคร์เต็มสูบ!
บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด ประกาศรุกธุรกิจเฮลท์แคร์ ในประเทศไทยอย่างเต็มศักยภาพ พร้อมโชว์ไลน์อัพโซลูชันการถ่ ายภาพรังสีแบบครบวงจรภายใต้ คอนเซ็ปต์ One Stop , Total Healthcare Solution ที่ขับเคลื่อนด้วยประสบการณ์อั นยาวนานด้านเทคโนโลยี การประมวลภาพขั้นสูง
พร้อมเสริมทัพด้วยระบบ AI ล้ำสมัย โดยโซลูชันเพื่อการวินิจฉั ยทางการแพทย์จากฟูจิฟิล์มจะเข้ ามาช่วยเพิ่มประสิทธิ ภาพ และความแม่นยำในการวินิจฉั ยทางการแพทย์ องค์กรเผยพร้อมนำความเชี่ ยวชาญและประสบการณ์ด้านการถ่ ายภาพรังสีกว่า 80 ปี มาช่วยติดปีกวงการสาธารณสุ ขในประเทศไทย
“ประเทศไทยเป็นอีกหนึ่ งตลาดสำคัญที่มีมูลค่าสูง โดยนวัตกรรมเพื่อสุ ขภาพจะสามารถเข้ามาช่วยยกระดั บวงการแพทย์ให้รุดหน้าได้ ฟูจิฟิล์ม พร้อมเดินหน้าสานต่อปณิ ธานและความมุ่งมั่นขององค์กร ที่จะไม่หยุดสร้างสรรค์นวั ตกรรมเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาทางสั งคม และช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืน ภายใต้พันธกิจในการสร้างสุ ขภาวะที่ดีขึ้น
สำหรับผู้คนทั่วโลก โดยตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกสำหรับธุรกิจ โซลูชันทางการแพทย์ไว้ที่ 7 แสนล้านเยนในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2027 โดยเติบโตจากปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 2022 ถึง
30 % ซึ่งถือเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเป้ายอดขายรวมทั้งสิ้น 1 ล้านล้านเยนสำหรับกลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ทั้งหมดของบริษัทฯ”
มร. โนริยูกิ คาวาคูโบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด
มร. โนริยูกิ คาวาคูโบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม เฮลท์แคร์ เอเชีย แปซิฟิก จำกัด เล่าถึงภาพรวมของธุรกิจฟูจิฟิล์มว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์มได้ปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการและโอกาสใหม่ ๆ อยู่เสมอ เราได้พลิกโฉมองค์กรอย่างต่อเนื่องเพื่อขยายธุรกิจ และนำเสนอโซลูชันให้แก่หลากหลายอุตสาหกรรม
โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้ านเทคโนโลยีการถ่ายภาพเพื่อพั ฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่ างไม่หยุดยั้ง ปัจจุบัน ฟูจิฟิล์มเติบโตอย่างต่อเนื่ องผ่านการขยายองค์กรที่ครอบคลุม 4 ภาคธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจทางการแพทย์ และสุขภาพ , ธุรกิจวัสดุอุปกรณ์ , ธุรกิจนวัตกรรมสิ่งพิมพ์เพื่อธุ รกิจ และ ธุรกิจด้านการถ่ายภาพ
“ธุรกิจด้านการแพทย์ และสุขภาพ ถือเป็นธุรกิจที่องค์กรให้ ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ฟูจิฟิล์มก้าวสู่ธุรกิจการแพทย์ และสุขภาพมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ฟิล์ มเอกซเรย์ที่เป็นที่ยอมรั บจากวงการแพทย์ทั่วโลก ต่อมาในปี ค.ศ.1981 ฟูจิฟิล์มเป็นบริษัทแรกของโลกที่ นำระบบดิจิทัลมาใช้แปรสั ญญาณภาพเอกซ์เรย์
เพื่อการวินิ จฉัยเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยใช้แผ่นไวแสงแบบพิเศษ ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวนำไปสู่ การสร้าง Fuji Computed Radiography (FCR) ในปี ค.ศ 1983 และตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 เป็นต้นมา เทคโนโลยีภาพถ่ายดิจิทั ลทางการแพทย์ ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่ วยบุคลากรทางการแพทย์ ในการตรวจวินิจฉัยโรค
ได้อย่ างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้ น นับเป็นการยกระดับวงการแพทย์ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนทั่ วโลก ฟูจิฟิล์ม จึงมุ่งบุกเบิกนวัตกรรมเพื่ ออนาคตของวงการแพทย์ท่ ามกลางการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Digital Transformation อย่างเต็มรูปแบบ” มร. โนริยูกิ อธิบาย
เสริมทัพธุ รกิจด้านการแพทย์ และสุขภาพ
ในปี 2021 ฟูจิฟิล์มได้เดินหน้าเสริมทัพธุ รกิจด้านการแพทย์ และสุขภาพให้ ครบวงจรยิ่งขึ้น ภายใต้เป้าหมายในการเป็นผู้ให้ บริการโซลูชันเฮลท์แคร์ แบบครบวงจร ด้วยการเข้าซื้อธุรกิจที่เกี่ ยวกับการวินิจฉัยโรคด้วยภาพของ บริษัท ฮิตาชิ จำกัด (Hitachi) และเปลี่ยนชื่อเป็น Fujifilm Healthcare Corporation
หลังจากนั้น ธุรกิจเฮลท์แคร์ของฟูจิฟิล์มก็ แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเคย โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีเกี่ ยวกับการถ่ายภาพทางการแพทย์ เพราะนอกจากเครื่องเอกซเรย์ดิจิ ทัล, กล้องส่องตรวจระบบทางเดินอาหาร, เครื่องอัลตราซาวด์, เครื่องแมมโมแกรมตรวจเอกซเรย์ เต้านม ก็ยังได้เทคโนโลยี MRI และ CT Scan มาเสริมทัพ
ให้โซลูชันการวินิจฉั ยทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์ มครบวงจรมากยิ่งขึ้น และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเครื่องมือเหล่านี้ได้ ทำงานร่วมกับ เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์มอย่าง “ไลลิ ” (REiLI) ที่อยู่ในอุปกรณ์การแพทย์ โดยเมื่อตรวจเจอสิ่งผิดปกติ AI จะ ตรวจจับ (detect) และแสดงผลผ่านจอมอนิเตอร์ เพื่อให้ทีมแพทย์ตรวจสอบความผิดปกติ
ซึ่ง เทคโนโลยี AI “ไลลิ ” (REiLI) ถือเป็นเทคโนโลยีใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการช่วยวิเคราะห์ ตรวจหาร่องรอยของโรคได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ยิ่งยกระดับการตรวจวินิจฉั ยโรคได้อย่างแม่นยำ และมีประสิ ทธิภาพยิ่งขึ้น
“ด้วยไลน์อัพนวัตกรรมที่ ครบวงจร และเป้าหมายอันแน่วแน่ ในการรุกธุรกิจเฮลท์แคร์อย่ างเต็มสูบบริษัทจึงประกาศเร่งช่วยเหลือสั งคมและเชื่อมต่อบุ คลากรทางการแพทย์กับโลกแห่ งอนาคต ภายใต้แนวคิด Bridging the Future of Healthcare ตอกย้ำเป้าหมายในการก้าวเป็นบริ ษัทชั้นนำในธุรกิจทางการแพทย์ และสุขภาพ ในฐานะผู้ให้บริการ Total Healthcare Solution อย่างแท้จริง” มร. โนริยูกิ เน้นย้ำ
ปรับปรุงเพื่อส่งเสริมคุณค่าที่ยั่งยืน
มร. โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด
มร. โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย มุ่งดำเนินงานให้สอดคล้องกับพั นธกิจพื้นฐานของบริษั ทในการแสวงหาแนวทางแก้ไขปั ญหาทางสังคม และร่วมเป็นส่วนหนึ่ งในการสร้างสังคมที่ยั่งยืน
นอกจากนี้ หนึ่งในเป้าหมายหลักภายใต้ แผนกา รส่งเสริมคุณค่าที่ยั่งยืนในปี 2030 ขององค์กร คือก ารปรับปรุงการเข้าถึงการดู แลรักษาพร้อมช่วยลดภาระในการดู แลผู้ป่วย เพื่อยกระดับวงการสาธารณสุ ขและคุณภาพชีวิตของคนทั่วโลก รวมถึงชาวไทย
ฟูจิฟิล์ม จึงเป็นผู้บุกเบิกนวั ตกรรม และโซลูชันที่เพียบพร้อมด้ วยเทคโนโลยีด้านการถ่ ายภาพทางการแพทย์เพื่อการวินิ จฉัยโรคมาโดยตลอด จุดเด่นของโซลูชันทางการแพทย์ ของฟูจิฟิล์ม คือการนำนวัตกรรมการถ่ ายภาพทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์ม
ซึ่งได้รับการยอมรับมาอย่ างยาวนานจากทั่วโลก มาผสานกับการใช้เทคโนโลยี AI และโซลูชันด้านไอที เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ สามารถตรวจหาโรคได้อย่างทันท่ วงที แม่นยำ และลดภาระในการทำงานของแพทย์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งหมายความถึงการรองรับผู้ป่ วยที่มากขึ้น ตลอดจนโอกาสในการเข้าถึงบริ การทางการแพทย์ของชุมชนห่างไกล นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้ นของคนไทย และคนทั่วโลก
หนึ่งในนวัตกรรมที่ถือเป็ นไฮไลต์ของฟูจิฟิล์ม ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์แบบพกพา FDR Xair ที่เข้ามาตอบโจทย์การตรวจคั ดกรองโรคนอกสถานพยาบาลของแพทย์ด้วยน้ำหนักเพียง 3.5 กิโลกรัมสามารถพกพาและใช้งานได้ ในหลายพื้นที่ เช่น ใช้ในการออกเยี่ยมผู้ป่วยในชุ มชนห่างไกลของหน่วยแพทย์เคลื่ อนที่ เป็นต้น
FDR Xair มีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา พกพาง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ และออกแบบมาเพื่อการใช้ งานนอกสถานที่อย่างแท้จริง เมื่อใช้งานร่วมกับ FDR –D EVO II แผ่น Detector ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Virtual Grid ที่ช่วยประมวลผลภาพแบบคมชัดสู งสุด
“ที่ผ่านมาฟูจิฟิล์ม ประสบความสำเร็จในการนำ โซลูชันเหล่านี้ มาคัดกรองผู้ป่วยวั ณโรคจากการลงพื้นที่ในชุมชนห่ างไกล ในจังหวัดเชียงราย ร่วมกับศูนย์บริการสุขภาพฯ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงนอกจากนี้ ยังได้ใช้ FDR Xair ใน การคัดกรองวัณโรคในพื้นที่ห่ างไกลในประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ และบังกลาเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ผู้ป่ วยสามารถทราบผลได้อย่างรวดเร็ วและรับการรักษาได้ต่อไป” มร. โซ กล่าว
อีกหนึ่งนวัตกรรมที่เข้ ามายกระดับการตรวจวินิจฉัยระหว่ างการผ่าตัด ได้แก่ FDR Cross เครื่องเอกซเรย์ดิจิทัลไร้สายที่ มาพร้อมระบบ C –arm สำหรับการถ่ายภาพเอกซเรย์ ความละเอียดสูง ช่วยเสริมความคล่องตัวให้แก่บุ คลากรทางการแพทย์ได้อย่างมาก
เพราะสามารถเปลี่ยนแผ่น Detector ตามขนาดที่ต้องการใช้งานได้ พร้อมด้วยระบบ Flurocart อัจฉริยะ ไฮไลต์สำคัญคือฟังก์ชั นการทำงานแบบ 2 in 1 ที่เป็นทั้งเครื่องเอกซเรย์ Fluoroscopy สำหรับตรวจอวัยวะภายในร่ างกายแบบเรียลไทม์ และเป็นเครื่องเอกซเรย์ Radiography ดิจิทัลในหนึ่งเดียว
“ที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์ม ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจากบุ คลากรทางการแพทย์มาอย่ างยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ นับตั้งแต่การก่อตั้งสำนั กงานในไทยเมื่อปี ค.ศ. 1989 เพราะจุดแข็งของเรา คือ ความรู้ความเชี่ยวชาญด้ านเทคโนโลยีเกี่ยวกับการถ่ ายภาพทางการแพทย์อย่างครบวงจร
เพื่อภาพที่เหมาะกับการวินิจฉั ยโรคมากที่สุด ตลอดจนการบริการและการบำรุงรั กษาอุปกรณ์และเครื่องมื อทางการแพทย์อย่างทันท่วงที ประเทศไทย นับเป็นตลาดสำคัญสำหรับธุรกิจด้ านการแพทย์และสุขภาพของฟูจิฟิล์ ม ด้วยไลน์อัพโซลูชันที่ครบวงจรนี้
เราคาดว่ากลุ่มธุรกิจเฮลท์แคร์ ของบริษัทจะโต 30 % ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมี นาคม 2027 ภายใต้เป้าหมายในการเป็นผู้ให้ บริการ Total Healthcare Solution อันดับหนึ่งในตลาดโซลูชันถ่ ายภาพเอกซเรย์ดิจิทั ลในประเทศไทย”
เมื่อปี 2019 บริษัท ฟูจิฟิล์ม เอเชีย แปซิฟิก จำกัด ได้ร่วมกับภาควิชารังสีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดศูนย์ฝึกอบรม “MAHIDOL UNIVERSITY-FUJIFILM Asia Pacific Healthcare Learning Academy (MU-FAHLA) Center for Advanced Medical Imaging Informatics ” ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกอบรมทางด้านรั งสีเทคนิคระดับภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิกแห่งแรกในประเทศไทย
ด้วยการผนึกกำลังระหว่างมหาวิ ทยาลัยชั้นนำของภูมิภาค และผู้ นำระดับโลกด้านนวัตกรรมการถ่ ายภาพรังสีดิจิทัล และเวชศาสตร์ สารสนเทศ ศูนย์แห่งนี้จึงสามารถสร้างหลั กสูตรการฝึกอบรมที่มี มาตรฐาน และเป็นระบบสำหรับนักรั งสีเทคนิคและเจ้าหน้าที่ไอที ในโรงพยาบาลในประเทศไทย และทั่ วโลก
ศูนย์ฯ ดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารวิ ทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการแพทย์ คณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ให้การอบรมแก่ผู้บริหารจั ดการ และวิศวกรระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System ระบบการจัดเก็บรู ปภาพทางการแพทย์) กว่า 50 คน
ที่ปัจจุบันนำความรู้จากหลักสู ตรไปใช้ในโรงพยาบาลในหลายประเทศ อาทิ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา และประเทศอื่น ๆ
“ในฐานะองค์กรที่มีความรับผิ ดชอบต่อสังคม ฟูจิฟิล์มมุ่งมั่นที่จะมีส่วนร่ วมในการแก้ไขปัญหาสั งคมของประเทศไทย โดยเฉพาะการเพิ่มโอกาสในการเข้ าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุ ณภาพ ผ่านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้ งานของแพทย์ในหลากหลายรู ปแบบและสถานที่
เพื่อช่วยให้ผู้คนมีสุขภาวะที่ ดี เราพร้อมทำงานร่วมกับภาครั ฐและพันธมิตรเพื่อเดินหน้าจั ดหาโซลูชันในการดูแลสุขภาพของผู้ คนในสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ ๆ กลับคืนสู่สังคมอย่างเป็นรู ปธรรม ภายใต้แคมเปญระดับโลก NEVER STOP ของเรา” มร. โนริยูกิ กล่าว
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th