Grab เผย 3 เทรนด์ฟินเทค (FinTech) ในชีวิตวิถีใหม่ที่น่าจับตา

0
173
Grab

แกร็บ (Grab) เผย3 เทรนด์ฟินเทค (FinTech) ในชีวิตวิถีใหม่ เทคโนโลยีการเงินต้องสะดวกปลอดภัย ช่วยเหลือทันท่วงที และอาศัยข้อมูลเชิงลึก…

Grab เผย 3 เทรนด์ฟินเทค (FinTech) ในชีวิตวิถีใหม่ที่น่าจับตา

การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้การใช้งานเทคโนโลยีทางการเงินเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยเฉพาะสำหรับกลุ่ม Underserved ซึ่งมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน 

แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป กลุ่มธุรกิจด้านการเงินของ แกร็บ ที่ตอบสนองทุกความต้องการในทุกวันของผู้บริโภค เชื่อว่าเทคโนโลยีด้านการเงินจะมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นในการสร้างภูมิคุ้มกันแก่สังคม โดยมี 3 เทรนด์ในชีวิตวิถีใหม่ที่น่าจับตา ได้แก่ 

Grab

ความใส่ใจสุขภาพเร่งการเติบโตของสังคมไร้เงินสด

การเปิดให้บริการพร้อมเพย์ และการยกเลิกค่าธรรมเนียมการโอนเงินข้ามธนาคารผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้การชำระเงินแบบไร้เงินสดเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยยอดการทำธุรกรรมออนไลน์ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมีการเติบโตสูงถึง 69%* เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์โรคระบาดทำให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินสด โดยความกังวลด้านสุขภาพจากจะเป็นอีกปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญของ Cashless Society และการทำธุรกรรมบนมือถือจะมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในพื้นที่ต่างจังหวัด

หลังจากผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมในวงกว้าง ขณะที่บนแพลตฟอร์มของแกร็บ เราพบว่าระหว่างเดือนเมษายน- มิถุนายน ธุรกรรมผ่าน GrabPay Wallet เพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัว ส่งผลให้สัดส่วนธุรกรรมแบบไร้เงินสด (รวมทั้งวอลเล็ต บัตรเครดิตและบัตรเดบิต) เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 50% ของธุรกรรมทั้งหมดบนแพลตฟอร์มแกร็บ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นหลังจากเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนตุลาคม 2562

Grab

 การปรับแผนทางธุรกิจเพื่อช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายอย่างทันท่วงที 

การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้ทุกองค์กรต้องปรับแผนธุรกิจอย่างเร่งด่วนเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้บริโภคอย่างทันท่วงที โดยโจทย์สำคัญก็คือ การให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างถูกตัวและตรงคน ด้วยรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการ

ซึ่งเราพบว่ารายได้เฉลี่ยของพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บ โดยเฉพาะกลุ่มที่ให้บริการเดินทาง ได้รับผลกระทบทันทีจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงในเดือนกุมภาพันธ์ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ได้ออกมาตรการพักชำระหนี้แก่พาร์ทเนอร์กลุ่มนี้ทันที พร้อมทั้งขยายความช่วยเหลือเพิ่มเติมเมื่อผลกระทบขยายวงกว้างขึ้น

โดยรูปแบบของมาตรการช่วยเหลือ คือ การเว้นชำระค่างวด และการหยุดพักชำระหนี้ 1-3 เดือน หลังจากนั้น ในเดือนมิถุนายนที่เริ่มมีการคลายมาตรการล็อคดาวน์ เราเห็นปริมาณการใช้งานแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น

และรายได้เฉลี่ยของคนขับบางส่วนกลับมาฟื้นตัว เราจึงทยอยปลดล็อคการพักชำระหนี้ควบคู่กับการเตรียมแผนปรับโครงสร้างหนี้สำหรับกลุ่มที่ยังคงได้รับผลกระทบต่อไป

Grab

ข้อมูลเชิงลึกช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งในด้านกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตทำให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องปรับแนวคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงรายวัน ข้อมูลจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละเซ็กเมนต์

โดยผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่ฉลาด และขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเปิดโอกาสในการประกอบอาชีพ ซึ่งจากข้อมูลเชิงลึกบนแพลตฟอร์มของแกร็บทำให้เรามีความเข้าใจพาร์ทเนอร์เป็นอย่างดี รวมถึงเล็งเห็นถึงรูปแบบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป ในสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มชะลอตัว

เราจึงต้องปรับรูปแบบการผ่อนชำระให้พาร์ทเนอร์คนขับสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ เราพบว่าโมเดลการวิเคราะห์ข้อมูล และรูปแบบการผ่อนชำระ ที่เราใช้กับผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อพาร์ทเนอร์คนขับอยู่ในปัจจุบันสามารถนำมาปรับใช้กับพาร์ทเนอร์ร้านอาหารได้เช่นกัน

Grab
วรฉัตร ลักขณาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ประเทศไทย

“วิกฤตโควิด-19 ได้เน้นย้ำให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีและบริการทางการเงินที่เข้าใจวิถีชีวิตของกลุ่มเป้าหมายในการส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนในสังคม ในครึ่งปีหลัง แกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ยังคงเดินหน้าพัฒนาฟินเทคโซลูชันครบวงจร ทั้งด้านการชำระเงิน สินเชื่อ และประกัน เพื่อบรรลุเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย 100,000 ครัวเรือนต่อไป” วรฉัตร กล่าวสรุป

 *ที่มา: Bi-monthly Payment Insight เดือนเมษายน 2563 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.