เพราะอาชีพเดียวไม่พอ!! แกร็บ (Grab) เผยแนวคิด 3 มนุษย์สุดขยัน ใช้เวลาว่างหารายได้กับงานพาร์ทไทม์ หวังสร้างอนาคตที่กำหนดเอง…
Grab เผยแนวคิด 3 มนุษย์สุดขยัน ใช้เวลาว่างหารายได้กับงานพาร์ทไทม์

ทุกคนต่างมีเวลาวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่การจัดสรรเวลาอาจแตกต่างกั
ให้ตัวเองด้
เพราะมนุษย์แม่ต้องคิดให้รอบคอบ

แบ๋ม-กมลรัตน์ รังษี สาวหัวใจแกร่งวัย 25 ปี คุณแม่ของน้องพีลูกชายวัย 4 ขวบ ที่ปัจจุบันยึดอาชีพหลักขายทุเรียนอยู่แถวถนนจันทน์ แบ๋มเล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสดใสว่าแท้จริงเธอนั้นเคยประกอบอาชีพมาหลากหลายอย่างด้วยความเป็นคนชอบทำงานหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อช่วยเติมเต็มชีวิตของเธอและหารายได้มาดูแลลูกชาย
พื้นเพที่บ้านแบ๋มทำธุรกิจรถขนส่งซึ่งก็มีรายได้ปานกลางพอเลี้ยงปากท้องได้ส่วนหนึ่ง แล้วก็มีงานหลักอีกอาชีพคือการขายทุเรียน ตัวแบ๋มเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่งมาตั้งแต่เด็กแล้วมักจะหาอะไรทำตลอดตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย อย่างงานที่เคยทำก็มีทั้งช่างแต่งหน้า งานดูแลอีเว้นท์แสงสีเสียง เป็นนักแสดงอิสระ นักพากย์เสียงหุ่นละคร
และมาขับแกร็บเพิ่มด้วยในตอนนี้ จริง ๆ แล้วแบ๋มก็เคยทำงานประจำอยู่ช่วงหนึ่งแต่เราก็รู้ตัวว่างานประจำไม่ใช่สิ่งที่ถนัด เลยลาออกมาหางานฟรีแลนซ์ใหม่ ๆ ทำแทน เพราะรู้สึกสนุกกว่าและมีรายได้มากกว่าการทำงานประจำเพียงอย่างเดียว สำหรับเป้าหมายหลักของแบ๋มตอนนี้คือการเก็บเงินให้กับลูกเพื่อที่เขาจะได้มีทุนในการเรียนต่อ
และสามารถใช้ชีวิตตามแบบที่เขาต้องการ ที่สำคัญเราไม่อยากปิดกั้นความฝันของลูกด้วยคำว่าไม่มีเงิน ทุกวันนี้แบ๋มพยายามที่จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับเขา พยายามที่จะเป็นแม่ของลูกในเวอร์ชันที่ดีที่สุดค่ะ

ทุกอาชีพล้วนมีคุณค่าในแบบของตัวเอง
ก่อนมาขับแกร็บก็มีคนรอบตัวห้ามแบ๋มเหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็นห่วงเพราะเราเป็นผู้หญิงและการขับรถมอเตอร์ไซค์ใน กทม. จะอันตรายหรือเปล่า บางคนมองว่าการขับรถส่งอาหารเป็นงานสำหรับคนที่ตกงาน เป็นงานที่ไม่มีคุณค่า
ทั้งเหนื่อยลำบากและยังต้องคอยบริการคนอื่น แต่แบ๋มกลับมองว่าการขับแกร็บก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่จำเป็นต้องมี
ในสังคมไม่ต่างไปจากอาชีพอื่นๆ เลย เราเป็นเหมือนผู้บรรเทาทุกข์ความหิวนะคะ ที่สำคัญแบ๋มชอบที่ได้ให้บริการลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาส่วนใหญ่ก็เจอลูกค้าน่ารักเสมอ แบ๋มคิดว่าในทุก ๆ อาชีพเราสามารถเป็นคนที่สุดยอดในแบบของอาชีพนั้นๆ ได้ ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าเราจะมองเห็นปัญหาหรือเราจะมองเห็นคุณค่าของงานนั้นค่ะ

“ทุกอาชีพล้วนมีคุณค่าในแบบของตัวเองนะคะ เราสามารถเป็นคนที่สุดยอดในอาชีพนั้น ๆ ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองของเรา”
ชีวิตลูกผู้ชายกับภารกิจเพื่ อชาติ และเพื่อปากท้อง
เสก-จ่าสิบตรีเอกอาทิตย์ แฟมไธสง วัย 32 ปี หนุ่มมาดขรึมที่มีงานหลักเป็นข้าราชการทหารบกมากว่า 7 ปี ด้วยไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการขี่รถมอเตอร์ไซค์เป็นทุนเดิม และอยากใช้เวลาหลังเลิกงานให้เป็นประโยชน์ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เสกเลือกมาขับแกร็บเป็นงานเสริมมานานกว่า 4 ปีแล้ว
ผมชอบความรู้สึกของการเป็นอิสระและได้ผจญภัยตอนที่ขับมอเตอร์ไซค์ไปยังที่ต่าง ๆ ก่อนหน้าโควิดระบาดผมก็มีรวมตัวกับเพื่อนๆ ขับรถมอเตอร์ไซค์ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันบ่อย ๆ แต่ช่วงนี้คงต้องพับทริปเที่ยวไปยาว ๆ ก่อน ตอนนี้ผมมีมอเตอร์ไซค์อยู่ 4 คัน

ซึ่งแต่ละคันก็แบ่งใช้งานแตกต่างกัน อย่างคันที่ใช้ขับแกร็บก็จะมีที่วางกระเป๋าด้านหลังโดยเฉพาะ ทำให้คล่องตัวเวลาขับทำงานได้มากขึ้น โดยจุดเริ่มต้นที่อยากมาขับแกร็บเพราะด้วยอาชีพหลักของผมที่มีเวลาเข้า-ออกงานตรงเวลาตามระเบียบราชการทำให้ผมมีเวลาว่างหลังเลิกงานเยอะ
ถ้าปล่อยทิ้งไปก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรประกอบกับเพื่อนสนิทผมก็มาชวนให้ลองขับแกร็บดู เพราะเป็นงานที่สามารถทำเวลาไหนก็ได้แล้วแต่เราจัดการเวลา ที่สำคัญผมก็มีมอเตอร์ไซค์อยู่แล้วก็เลยตัดสินใจมาขับดูจากวันนั้นก็ผ่านมา 4 ปีแล้วครับที่เลือกขับแกร็บเป็นอาชีพเสริม

“อาชีพหลักของผมเป็นเหมือนภารกิจเพื่อชาติ ส่วนการขับแกร็บก็เป็นเหมือนภารกิจที่ทำให้ลูกค้ามีความสุขครับ”
ภารกิจเมื่อคราวถอดหมวกทหารแล้วสวมแจ็คเก็ต
หลายคนเคยถามว่าผมรู้สึกยังไงที่มาขับแกร็บ เพราะเป็นอาชีพที่แตกต่างจากการเป็นทหารโดยสิ้นเชิงเพราะการเป็นทหารเรามีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติตามแต่การขับแกร็บเราค่อนข้างมีอิสระตรงที่สามารถเลือกทำงานวัน และเวลาไหนก็ได้ตามที่เราสะดวก แต่จริง ๆ แล้วก็มีข้อกำหนดที่เราต้องปฏิบัติตามอยู่เหมือนกันนะครับ
ผมมองว่าเพราะอาชีพหลักของผมเป็นเหมือนการทำภารกิจเพื่อชาติ ส่วนการขับแกร็บก็เป็นเหมือนภารกิจที่ทำให้ลูกค้ามีความสุขเวลาที่เรานำอาหารไปส่งหรือข้าวของต่าง ๆ ที่สำคัญของเขาไปส่งให้
ทุกวันนี้ผมก็ขับแกร็บทุกวันหลังเลิกงาน และเสาร์-อาทิตย์เต็มวันครับ นอกจากจะได้เงินก็ยังเหมือนได้ออกมาเจอเพื่อน ๆ และขับรถสำรวจเส้นทางใน กทม.ด้วยเป็นอีกงานที่ผมชอบนะครับ
สตาร์ทชีวิตคิดนอกกรอบ

ฟีฟ่า-จิระวัฒน์ ธาดาพิทักษ์ทรัพย์ บัณฑิตหนุ่มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์วัย 23 ปี ที่หลงใหลในการลงทุนเป็นชีวิตจิตใจจนยึดเป็นอาชีพหลักทุกวันนี้ โดยกิจวัตรประจำวันคือการติดตามข่าวสารเพื่อวิเคราะห์ตลาด และเทรด Forex ก่อนที่จะออกมาขับแกร็บต่อในช่วงเย็น ๆ
ก่อนหน้าที่จะออกมาเทรด Forex แบบเต็มตัวผมก็เคยลองทำงานประจำมาก่อนหน้านี้ และเพราะตอนนั้นที่ออฟฟิศมีจัดอบรมเรื่องนี้ให้เลยเป็นเหมือนการเปิดโลกให้ผมรู้จักกับการลงทุนมากขึ้น ยิ่งพอได้ลองเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ผมก็พบว่าการลงทุนเป็นศาสตร์ที่ต่อยอดได้เรื่อย ๆ

สำหรับ Forex ที่ผมเทรดอยู่ตอนนี้รูปแบบคือเป็นการเทรดสกุลเงินตราต่างประเทศโดยตลาดจะเปิด 24 ชั่วโมงทุกวันจันทร์-ศุกร์ จึงเป็นตลาดที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งผมคิดว่าน่าท้าทายดีนะครับ นอกจาก Forex แล้วช่วงนี้ผมก็สนใจศึกษาเรื่องหุ้น และทองด้วยเพราะเป็นตลาดที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
อีกแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมสนใจเรื่องการลงทุนอย่างจริงจังคือซีรีส์เรื่อง Start–Up ของเกาหลีครับ ผมว่าเป็นซีรีส์ที่เนื้อเรื่องทันสมัย และน่าสนใจมาก ๆ เพราะพูดถึงเรื่องการลงทุน หุ้น บริษัทสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีที่สร้างอาชีพใหม่ ๆ ให้กับคนยุคนี้เลยครับ

“บางครั้งการทำงานเสริมก็ช่วยให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเราได้ มันทำให้ผมรู้ว่าผมชอบทำงานที่มีอิสระในการจัดการเวลาได้ด้วยตัวเอง”
งานเสริมกับการค้นหาตัวตนที่แท้จริง
จริงๆ แล้วแกร็บเป็นอาชีพแรก ๆ ของผมเลยนะครับ เพราะผมเริ่มขับตั้งแต่ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยช่วงประมาณปี 3 ตอนนั้นเพราะอยากหาเงินเพิ่มนอกจากเงินที่คุณพ่อคุณแม่ให้มา แต่ถ้าจะไปทำงานพาร์ทไทม์อื่น ๆ ที่มีเวลาเข้า-ออกงานแน่นอน ผมก็ไม่สามารถทำได้เพราะบางวันก็เลิกเรียนไม่เป็นเวลา
แต่แกร็บเป็นงานที่เราจัดการเวลาได้เองอย่างอิสระและยังช่วยเพิ่มสกิลในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อีกด้วย ผมมองว่าบางครั้งการทำงานเสริมก็ช่วยให้เราค้นพบตัวตนที่แท้จริงของเราได้นะครับ มันทำให้ผมรู้ว่าผมชอบทำงานที่มีอิสระในการจัดการเวลาได้ด้วยตัวเอง และเป็นพื้นฐานในเราวางแผนจัดการรายได้อย่างรอบคอบมากขึ้นครับ
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























