แกร็บ (Grab) ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ที่ผู้ใช้สามารถร่วมบริจาคเงินสมทบในโครงการฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่าไม้ พร้อมเปิดตัวรายงานความยั่งยืนฉบับแรก…
Grab ผุดฟีเจอร์ใหม่ ชวนผู้ใช้บริการร่วมลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์
แกร็บ ชวนผู้ใช้บริการมีส่วนร่วมในการชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกครั้งที่เดินทางกับแกร็บ ด้วยการแนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่ผู้ใช้สามารถร่วมบริจาคเงินสมทบในโครงการฟื้นฟู และอนุรักษ์ป่าไม้ พร้อมเปิดตัว รายงานการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social & Governance)
หรือ ESG Report ฉบับแรก ซึ่งนับเป็นการประกาศความมุ่งมั่นของบริษัทในการส่งเสริมเศรษฐกิจ และสังคม รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการสร้างผลประกอบการทางธุรกิจที่ดีไปพร้อม ๆ กัน
ทั้งนี้ แกร็บได้เปิดตัวฟีเจอร์พิเศษสำหรับบริการการเดินทางเพื่อชดเชยคาร์บอนในประเทศต่างๆ ซึ่งรวมถึงประเทศไทย โดยผู้ใช้บริการสามารถกดเลือกบริจาคเงิน 2 บาทต่อเที่ยว การเดินทางด้วยรถยนต์ หรือ 1 บาทต่อเที่ยวการเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์

เพื่อสมทบเข้าโครงการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ในประเทศไทย ซึ่งจะดำเนินงานโดย Conserve Natural Forests (CNF) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่มีภารกิจหลักในการฟื้นฟูภูมิทัศน์ป่าธรรมชาติในประเทศไทย รวมถึงการปกป้องและส่งเสริมการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ
ผู้ใช้บริการที่เข้าร่วมการบริจาคเพื่อชดเชยคาร์บอนครบ 50 ครั้งขึ้นไปในทุก ๆ ไตรมาสจะได้รับการแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลหรือแอปพลิเคชัน แกร็บ ว่าคุณได้รับต้นไม้ที่จะนำไปปลูกในป่า “GrabforGood“ ซึ่งดำเนินการโดย Ecomatcher ซึ่งเป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการปลูกต้นไม้ซึ่งได้รับการรับรองในระดับสากล

โดยคุณสามารถตั้งชื่อ ติดตามการเติบโตของต้นไม้ หรือแม้กระทั่งดูข้อมูลของเกษตรกรที่ปลูกต้นไม้นั้น ๆ ได้ผ่านทางแพลตฟอร์ม EcoMatcher Treetracker โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง grab.com/th/blog/co2neutral/
นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ แกร็บยังได้เปิดตั

แอนโทนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้
ให้มีโอกาสในการเข้าถึ
แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่

สำหรับ รายงาน ESG ฉบับแรกของแกร็บครอบคลุมหัวข้อสำคัญต่าง ๆ ตามมาตรฐาน GRI หรือ Global Reporting Initiative อาทิ ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคม การสนับสนุนความหลากหลาย และการยอมรับในความแตกต่าง การปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม โดยมีไฮไลท์สำคัญ ได้แก่
- พาร์ทเนอร์คนขับและพาร์ทเนอร์ร้านค้าของแกร็บสามารถสร้างรายได้รวมกว่า 7.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 225,780 ล้านบาท ผ่านแอปพลิเคชันแกร็บในปี 2563
- 46% ของพาร์ทเนอร์คนขับที่ร่วมตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ ก่อนที่จะมาเป็นพาร์ทเนอร์คนขับแกร็บ
- 33% ของพาร์ทเนอร์ร้านอาหารเริ่มจำหน่ายอาหารผ่านช่องทางออนไลน์เป็นครั้งแรกกับแกร็บ
- ผู้ประกอบการขนาดเล็กเกือบ 600,000 ราย เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ของแกร็บเพื่อจำหน่ายอาหารและสินค้าผ่านบริการแกร็บฟู้ดและแกร็บมาร์ท ในปี 2563
- 59% ของผู้ที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากแกร็บ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป ในปี 2563 เป็นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยที่ไม่เข้าถึงโอกาสทางการเงิน
- พาร์ทเนอร์คนขับแกร็บกว่า 1.7 ล้านคนผ่านโปรแกรมการฝึกอบรมต่างๆ ของแกร็บ อาทิ ความรู้ด้านดิจิทัล การปกป้องข้อมูล ความรู้ทางการเงิน คอร์สสื่อสารภาษาอังกฤษ เป็นต้น
- ปริมาณขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวลดลงจากการงดใช้ช้อนส้อมพลาสติกรวม 380 ล้านชุด

ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























