Huawei หนุนธุรกิจเอเชียแปซิฟิกมุ่งสู่ความสำเร็จ ด้วยเป้าหมาย Network 2025

Huawei

หัวเว่ย (Huawei) ประกาศความร่วมมือกับ พาร์ทเนอร์ ระดับโลก เพื่อหนุนธุรกิจเอเชียแปซิฟิกมุ่งสู่ความสำเร็จ ด้วยเป้าหมาย Network 2025…

Huawei หนุนธุรกิจเอเชียแปซิฟิกมุ่งสู่ความสำเร็จ ด้วยเป้าหมาย Network 2025

ในงานประชุม The Asia Pacific Target Network Conference ที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับการรวมประโยชน์จากโครงข่ายแบบระบุเป้าหมาย เพื่อปลดล็อคคุณค่าทางดิจิทัลแห่งอนาคต (Consolidate Elastic Target Network, Unlocking New Digital Value)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 ท่านจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน ผู้ให้บริการเครือข่าย รวมถึงผู้ให้บริการด้านอุปกรณ์และบริการสำหรับภาคอุตสาหกรรมเข้าร่วมงาน โดยหัวเว่ยได้ร่วมเสวนากับผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำในภูมิภาค เช่น PLDT, Telkom Indonesia, Globe และ CMI

 ในเรื่องสถาปัตยกรรมโครงข่ายอัจฉริยะแบบระบุเป้าหมาย (intelligent target network) รวมถึงเน้นย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของเครือข่ายการส่งข้อมูล

ในวันแรกของการประชุม แกรี่ ลู ประธานฝ่ายการตลาด และโซลูชันโครงข่ายของหัวเว่ย ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ Network 2025, Enabling Business Success ซึ่งเป็นเรื่องของเป้าหมายในอนาคตต่อความสำเร็จของภาคธุรกิจ

โดยชี้ให้เห็นว่าอนาคตเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เขาจึงเรียกร้องให้อุตสาหกรรม ICT ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อร่วมกำหนดแนวทางความสำเร็จแห่งอนาคตตามแนวทาง Network 2025

Huawei

โควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าก่อให้เกิดความไม่แน่นอนแก่ทุกคนบนโลกอีกครั้ง จากผลสำรวจโดยองค์กรอิสระ ระบุว่าร้อยละ 68 ของผู้นำธุรกิจจัดเรื่องของความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเป็นความเสี่ยงสูงสุด อุตสาหกรรม ICT เองก็เผชิญกับ ความเสี่ยงเช่นกัน เครือข่ายต่าง ๆ ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาด

การรับส่งข้อมูล เส้นทางการส่งข้อมูล รวมถึงข้อกำหนดของการบริการซึ่งคาดการณ์ได้ยากขึ้น ซึ่งความไม่แน่นอนทางธุรกิจและเครือข่ายเหล่านี้ได้ก่อให้เกิดคำถามสองข้อ คือ เราควรจะลงทุนในธุรกิจอะไร และ ที่ไหนคือที่ที่เหมาะสมที่สุดในการเลือกลงทุนเป็นแห่งแรก

โชคดีที่เราได้เห็นการทำงานร่วมกันของทั้งภาครัฐ องค์กรอุตสาหกรรม และผู้ให้บริการเครือข่ายทั่วโลก เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนในอนาคต และเพื่อนำความเข้มแข็งของการพัฒนา ICT มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด” 

การเดินหน้าไปสู่เทคโนโลยีไฟเบอร์ การใช้ Cloud ในระดับองค์กร และการเดินหน้าทางเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมจะถูกเร่งให้เร็วขึ้น 1 ถึง 3 ปี ดังนั้น ประเทศต่าง ๆ องค์กรทั้งหลาย และผู้ให้บริการเครือข่ายจึงได้เสนอกลยุทธ์แผนงานระยะกลางถึงระยะยาว โดยมีเป้าหมายเพื่อการใช้เทคโนโลยี ICT ที่ประหยัดพลังงาน และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Huawei

NetX2025” หลักแห่งอนาคต โดยมีโครงข่ายเป็นหัวใจสำคัญ

หัวเว่ย ได้เสนอแนวคิด NetX2025, GUIDE TO THE Futureโดยเป็นการใช้รูปแบบการดำเนินงานที่เรียกว่า GUIDE ซึ่งย่อมาจากหลายมิติทั้ง Gigabit Anywhere (กิกะบิตในทุกที่), UltraAutomation (อัตโนมัติขั้นสูง),

Intelligent Multicloud Connection (การเชื่อมต่อเทคโนโลยีคลาวด์หลายตัวแบบอัจฉริยะ), Differentiated Experience (ประสบการณ์ที่แตกต่าง) และ Environmental Harmony (ความกลมเกลียวกับธรรมชาติ) เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างโครงข่าย

การวางแผนสำหรับโครงข่ายแบบระบุเป้าหมาย (target network) ร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่าย รวมทั้งใช้ความเข้มแข็งของโครงสร้างพื้นฐานทาง ICT เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่จะต้องเผชิญในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น และเพื่อช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถประสบความสำเร็จในขณะที่ยังดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

Huawei

โครงข่ายถือเป็นหัวใจสำคัญของ NetX2025 สถาปัตยกรรมเครือข่ายนั้นเป็นพื้นฐานสำหรับบริการต่าง ๆ และสถาปัตยกรรมที่ดีจะช่วยประหยัดต้นทุนได้ ซึ่งจะมี 4 แนวทางสำคัญที่สามารถนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงข่ายแบบระบุเป้าหมาย (target network) สำหรับผู้ให้บริการแบบยกระดับ เพื่อเดินหน้าพัฒนารับมือกับธุรกิจแห่งอนาคตให้ได้ ดังนี้

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วยเส้นใยแก้วนำแสง (Fiber Infrastructure) : เส้นใยแก้วนำแสง หรือ Optical Fiber เป็นรากฐานของโครงข่ายทั้งหมด ด้วยอุปกรณ์การวางแผนแผง Fiber Grid โครงสร้างพื้นฐานที่ใช้เส้นใยแก้วนำแสงนี้จะได้รับการพัฒนาเพื่อการให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบในอีก 20 ปีข้างหน้า

ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม และครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้เป้าหมายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการวางเส้นใยแก้วนำแสงด้วยระยะทางที่สั้นที่สุด พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของการเข้าถึงบริการสำหรับบรอดแบนด์ในบ้าน ในองค์กรธุรกิจ และการให้บริการแบบไร้สายที่มาพร้อมกับกลุ่มผู้ใช้ที่คิดเป็นมูลค่าสูง

การจัดการโครงข่ายแบบพาสซีฟนั้น (Passive Network) เป็นหนึ่งในข้อกำหนดที่สำคัญที่สุดของโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบประจำที่ (Fixed Broadband-FBB) ในโครงข่ายแบบเดิม (Legacy Network) เราไม่สามารถมองเห็นและจัดการเส้นใยแก้วนำแสงนั้นได้เลย

อย่างไรก็ตาม โซลูชัน Quick Digital ODN ของหัวเว่ย จะช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ ด้วยการทำให้มองเห็นโครงข่ายแบบพาสซีฟได้ และยังช่วยยกระดับความแม่นยำ และประสิทธิภาพการจัดการและการรักษา (O&M) เส้นใยแก้วนำแสงได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Huawei

การวางรากฐานด้วยใยแก้วนำแสงทั้งหมด : โครงข่ายใยแก้วนำแสงนับเป็นแกนหลักของโครงข่ายทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโครงข่ายได้รับการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ แกนหลักของการพัฒนาอย่างโครงข่ายใยแก้วนั้นจะต้องมีการใช้งานที่ไม่หนาแน่น มีความหน่วงต่ำ และมีความเสถียร

ทั้งนี้ ยังมีข้อกำหนดสามประการที่จะช่วยตัดสินแนวทางการพัฒนาโครงข่ายเส้นใยแก้วนำแสง และทำให้ผู้ให้บริการสามารถสร้างรายได้จากข้อตกลงระดับการบริการ (SLAs) ที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย การพัฒนาการเชื่อมต่อที่ใช้ระบบเครือข่ายแบบตาข่ายสามมิติ (3D-Mesh) ที่ทำหน้าที่เสมือนกระดูกสันหลังของ

โครงข่ายเครือข่ายการส่งข้อมูลด้วยแสง (Optical Transport Network-OTN ) สำหรับเว็บไซต์แบบ edge หรือ metro ที่มีมูลค่าสูง และการเปิดให้เกิดเครือข่ายแบบ Automatically Switched Optical Network (ASON)

Huawei

ช่องสัญญาณ Converged IP : สถาปัตยกรรม IP ในอนาคตจะต้องมีความเรียบง่าย ยืดหยุ่น และมีความเป็นอัจฉริยะยิ่งขึ้น การพัฒนาเครือข่าย IP จำเป็นจะต้องยึดสามหลักสำคัญดังต่อไปนี้  

  1. สถาปัตยกรรมด้าน Fabric architecture ที่มีความเรียบง่ายยิ่งขึ้น 
  2. การสร้างแพลตฟอร์มบริการครบวงจรที่ปราศจากปัญหาด้านความหนาแน่น (congestion-free) ของข้อมูล โดยในแง่ช่องทางการเข้าถึง Access Layer ควรมีความพร้อมในระดับ 100GE ส่วนในแง่ช่องทางระดับ Aggregation/Core Layer ควรมีความพร้อมในระดับ 400GE
  3. เปิดใช้งานเทคโนโลยี Segment Routing over IPv6 (SRv6) ที่โหนด A และ Z เพื่อเชื่อมต่อกับโครงข่าย MPLS ได้อย่างราบรื่น ช่วยย่นระยะเวลาการนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด (Time-To-Market หรือ TTM) ให้เหลือแค่ไม่กี่นาที โดยค่าการเชื่อมต่อ (link values) และการใช้งาน SRv6 แบบ hopbyhop จะค่อย ๆ ช่วยเสริมศักยภาพความเป็นอัตโนมัติให้กับทั้งโครงข่าย และเสริมประสบการณ์เครือข่ายเชิงกำหนดแบบครบวงจรได้

แพลตฟอร์มการจัดการ การควบคุม และการวิเคราะห์แบบอัจฉริยะ : นอกจากอุปกรณ์โครงข่ายแล้ว เทคโนโลยี สมองอัจฉริยะ (Smart Brain) ยังคงเป็นที่ต้องการ เพื่อช่วยให้เราสามารถทำให้แนวคิดโครงข่ายการขับขี่แบบไร้คนขับเกิดขึ้นได้จริง

และ สมองอัจฉริยะ นี้เองจะเป็นแพลตฟอร์มที่ผสานการจัดการโครงข่าย การควบคุม และการวิเคราะห์ ซึ่งการพัฒนาทั้ง 3 ระยะนั้นประกอบด้วย การเปิดรับและการบูรณาการอย่างง่าย โครงข่ายเครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบ O&แบบอัจฉริยะ

ตลอดปีที่ผ่านมา ด้วยการพัฒนาของโครงข่ายแบบระบุเป้าหมายที่เราได้ศึกษาอย่างต่อเนื่อง และความร่วมมือกับ พาร์ทเนอร์ในระดับโลก หัวเว่ยเข้าใจถึงความซับซ้อนของโครงข่ายการให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบประจำที่ (FBB) อย่างแท้จริง นับตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนไปจนถึงการก่อสร้าง

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มแบบดิจิทัลยังมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาโครงข่ายแบบระบุเป้าหมาย เพื่อที่จะเชื่อมโยงธุรกิจและการก่อสร้างโครงข่ายเข้าด้วยกัน แพลตฟอร์มดิจิทัลของหัวเว่ยนั้นได้รับการพัฒนามาจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมของเราที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

รวมถึงยังมีศักยภาพที่พัฒนาขึ้นเป็นอย่างมากในหลายปีที่ผ่านมา ดังที่เห็นได้จากหลากหลายผลงาน อาทิ โซลูชัน AirPON ที่ให้ผลการตอบแทนการลงทุนที่รวดเร็วยิ่งขึ้น และการประเมินประสิทธิภาพการใช้พลังงานของโครงข่าย

Huawei

“แนวคิด Network 2025 นี้สามารถเชื่อมโยงการวางโครงข่าย การลงทุนด้านโครงข่าย การพัฒนาการให้บริการและความสำเร็จทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ ด้วยความไม่แน่นอนที่เรากำลังเผชิญอยู่นี้ เราควรทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อก้าวสู่ความสำเร็จทางธุรกิจในอนาคต ด้วยการปฏิบัติงานตามแนวคิด Network 2025 ไปพร้อมกัน” แกรี่ ลู กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก pixabay.com

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.