IBM เปิดตัว Cloud Satellite ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ปลอดภัยทุกสภาพแวดล้อม

IBM

ไอบีเอ็ม (IBM) เปิดตัว “Cloud Satellite” ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ปลอดภัย แบบเกือบเรียลไทม์ ไม่ว่าบน Edge หรือสภาพแวดล้อมแบบใด…

IBM เปิดตัว Cloud Satellite ช่วยลูกค้าใช้คลาวด์ปลอดภัยทุกสภาพแวดล้อม

ไอบีเอ็ม ประกาศพร้อมให้บริการไฮบริดคลาวด์บนทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะบนระบบภายในองค์กร บนคลาวด์ใดก็ตาม หรือแม้แต่บน เอ็ดจ์ (edge) ผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite โดยลูเมน เทคโนโลยีส์ และไอบีเอ็ม ได้ผนึก อบีเอ็ม Cloud Satellite เข้ากับแพลตฟอร์มเอ็ดจ์ Lumen

เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการคลาวด์ต่าง ๆ ได้แบบเกือบเรียลไทม์ และสามารถพัฒนาโซลูชันก้าวล้ำต่าง ๆ ได้ทันทีบน เอ็ดจ์ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite ให้บริการคลาวด์ที่มีความปลอดภัยบนทุกสภาพแวดล้อมไม่ว่าข้อมูลจะอยู่ที่ไหน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรปฏิบัติการอย่างสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความเป็นส่วนตัว

ของข้อมูลและอธิปไตยข้อมูล ช่วยให้อุตสาหกรรมอย่างโทรคมนาคม บริการทางการเงิน การดูแลสุขภาพ และภาครัฐ ได้รับประโยชน์จาก latency ที่ลดลง และระบบการวิเคราะห์ข้อมูลบนเอ็ดจ์ที่ปลอดภัย สามารถส่งมอบเวิร์คโหลดจากออนไลน์เลิร์นนิง การทำงานระยะไกล บริการเทเลเฮลท์ ฯลฯ

ได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้นผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite อีกทั้งยังช่วยให้การย้ายเวิร์คโหลดไปสู่เอ็ดจ์ทำได้ที่ latency ต่ำ แต่ยังคงระดับความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความสามารถของระบบในการทำงานร่วมกัน และมาตรฐานแบบเปิดของสภาพแวดล้อมไฮบริดคลาวด์เอาไว้

นอกจากนี้ ไอบีเอ็มยังได้ต่อยอด Watson Anywhere ด้วย ไอบีเอ็ม Cloud Pak for Data as a Service กับ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถรันบริการเวิร์คโหลดเอไอและอนาไลติกส์บนสภาพแวดล้อมแบบใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องบริหารจัดการด้วยตัวเอง

โดยที่ผ่านมา EquBot ซึ่งเป็นบริษัทฟินเทคที่สนับสนุนเจ้าหน้าที่ด้านการลงทุนทั่วโลก ได้เริ่มใช้เทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว และสามารถลด latency ของโมเดลสำคัญ ๆ ลงได้จาก 10 วินาที เหลือต่ำกว่า 1 วินาที ช่วยให้นักลงทุนสามารถตัดสินใจได้ดีขึ้นบนพื้นฐานของข้อมูลตลาดการเงิน

แพลตฟอร์ม Lumen ให้บริการ Cloud Satellite เพื่อเร่งสปีดนวัตกรรมบนเอ็ดจ์

IBM

Lumen ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีที่ช่วยสนับสนุน 4th Industrial Revolution ได้เปิดให้บริการ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite ผ่านแพลตฟอร์เอ็ดจ์ที่มี availability สูง พร้อมด้วย adaptive networking และความสามารถด้านซิเคียวริตี้ที่เชื่อมต่อกัน

ซึ่งจะช่วยเพิ่มตัวเลือก ความเร็ว และความปลอดภัยในการใช้บริการเอ็ดจ์คอมพิวติงของลูกค้า โดยลูกค้าที่ใช้แพลตฟอร์ม Lumen และ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite จะสามารถใช้แอพที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาลอย่างวิดีโออนาไลติกส์ได้ บนสภาพแวดล้อมที่มีหลายคอมโพเนนท์อยู่บนหลายระบบอย่างสำนักงาน และร้านค้า

ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มี latency ต่ำระดับมิลลิวินาที นอกจากนี้ การที่แอพติดตั้งอยู่บน Red Hat OpenShift ผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite จากโลเคชันเอ็ดจ์ของ Lumen ที่ใกล้ที่สุด ทำให้กล้อง และเซ็นเซอร์ต่างๆ สามารถทำงานได้แบบเกือบเรียลไทม์

ตัวอย่างเช่น กล้องสามารถตรวจได้ว่าพื้นผิวบริเวณนั้นได้รับการทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ หรือแจ้งเตือนแนวโน้มของอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ ขณะเดียวกัน ระบบยังช่วยให้ลูกค้าจากทุกภูมิภาคสามารถตอบโจทย์เรื่องอธิปไตยข้อมูลหรือสิทธิการเป็นเจ้าของข้อมูลได้จากการที่ระบบประมวลผลติดตั้งใกล้กับจุดที่ข้อมูลนั้น ๆ เกิดขึ้น

แพลตฟอร์มที่ครอบคลุมในวงกว้างของเรา ช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถเข้าถึงศักยภาพของ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น ไม่ว่าบนเอ็ดจ์ หรือ ณ จุดที่ข้อมูลนั้น ๆ เกิดขึ้น” 

พอล ซาวิลล์ รองประธานอาวุโส Enterprise Product Management and Services ของ Lumen กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ลูกค้าองค์กรของเราก็สามารถขยายการใช้บริการต่าง ๆ บน ไอบีเอ็ม Cloud ได้ผ่านเน็ตเวิร์คทั่วโลกของ Lumen ช่วยให้การติดตั้งแอพที่ต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาลบนเอ็ดจ์สามารถเป็นจริงได้

ภายใต้ระบบความปลอดภัยสูงและ latency ที่ต่ำมาก ๆ การผนึกระบบความปลอดภัยและความสามารถของไฮบริดคลาวด์แบบเปิดเข้ากับระบบเอ็ดจ์ ยังจะทำให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากแอพที่รองรับ 4th Industrial Revolution ได้อย่างเต็มที่ ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถ

  • ติดตั้งแอพพลิเคชันบนกว่า 180,000 โลเคชันองค์กร บนเน็ตเวิร์คของ Lumen ที่มี latency ต่ำ
  • พัฒนาโซลูชันคลาวด์บนเอ็ดจ์ด้วยเครื่องมือบริหารจัดการและประสานการทำงานของแอพผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite
  • สร้างแพลตฟอร์มที่เปิดและเอื้อให้ระบบสามารถทำงานร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการติดตั้งระบบ รวมถึงเพิ่มการเข้าถึงแบบไร้รอยต่อไปยังบริการ cloud native อย่างเอไอ ไอโอที และเอ็ดจ์คอมพิวติง 
IBM
โฮเวิร์ด โบวิลล์ Head of IBM Hybrid Cloud Platform

ไอบีเอ็มทำงานร่วมกับลูกค้าในการดึงเอาความสามารถของเทคโนโลยีก้าวล้ำอย่างเอ็ดจ์คอมพิวติง และเอไอ เข้าช่วยองค์กรทรานส์ฟอร์มบนระบบไฮบริดคลาวด์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของข้อมูลเหนืออื่นใด

โฮเวิร์ด โบวิลล์ Head of IBM Hybrid Cloud Platform กล่าวว่า ไอบีเอ็ม Cloud Satellite จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์ และความปลอดภัยจากบริการคลาวด์ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานจากดาต้าเซ็นเตอร์หรือเน็ตเวิร์คที่อยู่ห่างไกลที่สุดก็ตาม

อีโคซิสเต็มพาร์ทเนอร์ของไอบีเอ็มร่วมพัฒนาบริการคลาวด์บน Cloud Satellite

IBM

ไอบีเอ็ม ได้ร่วมกับอีโคซิสเต็มพาร์ทเนอร์กว่า 65 ราย อาทิ ซิสโก้ เดลล์ เทคโนโลยีส์ และอินเทล รวมถึงเบซิส เบย์ ในประเทศไทย ในการพัฒนาบริการคลาวด์ที่มีความปลอดภัย ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถรันเวิร์คโหลดจาสภาพแวดล้อมแบบใดก็ได้ผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite พร้อมด้วยพาร์ทเนอร์ด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ

ที่จะช่วยมอบตัวเลือกของระบบสตอเรจ เน็ตเวิร์ค และเซิร์ฟเวอร์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ประโยชน์จากระบบโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในการติดตั้งโลเคชันของ ไอบีเอ็ม Cloud Satellite ไม่ว่าที่ดาต้าเซ็นเตอร์หรือบนเอ็ดจ์  นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ด้านบริการ ที่จะมอบบริการ migration และ deployment

เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารจัดการ solutions asaservice ได้จากทุกที่ โดยลูกค้า ไอบีเอ็ม Cloud Satellite ยังสามารถเข้าถึง Red Hat OpenShiftcertified software ที่อยู่บน Red Hat Marketplace ได้

ช่วยให้สามารถรัน Red Hat OpenShift ผ่าน ไอบีเอ็ม Cloud Satellite เพิ่มความยืดหยุ่น และง่ายในการติดตั้ง และบริหารจัดการ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.