IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟน Q2 Vivo แรงขึ้น No.1 ขณะที่ Samsung-OPPO ร่วง

0
702
IDC

ไอดีซี (IDC) เผยรายงานยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟนในไตรมาสที 2 ของปี 63 ในไทย พบภาพรวมยอดขายลดลง 9% โดย Vivo ทะยานขึ้น No.1 เหนือ Samsung และ OPPO ซึ่งลดลงต่อเนื่อง…

IDC เผยยอดขายสมาร์ทโฟน Q2 Vivo แรงขึ้น No.1 ขณะที่ Samsung และOPPO ร่วงต่อเนื่อง

โดยผลสำรวจจาก ไอดีซี พบว่าภายในไตรมาสที 2 ของปี 2563 ยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟนอยู่ที 4.3 ล้านเครือง เพิมขึน 21.2% ไตรมาสต่อไตรมาส แต่ลดลง 8.8% ปีต่อปี ซึ่งเป็นปกติที่ในไตรมาสที 2 ของทุกปีเป็นฤดูกาลเพิ่มขึ้นของยอดจําหน่ายสมาร์ตโฟน

และการระบาดของ โควิด-19 ก็ไม่ได้ยับยังการเติบโตตามฤดูกาลนีเพราะบรรดาผู้ผลิตสมาร์ตโฟนสามารถปรับตัวไปใช้ ช่องทางออนไลน์ได้อย่างกว้างข้างขึน และมีโปรโมชันที่มากขึ้น ทําให้การขายทางหน้าร้านแทบจะ เหมือนเดิมเมือเทียบกับไตรมาสที่แล้วในขณะทีช่องทางออนไลน์โตขึ้นเกือบ 4 เท่า

IDC

โดยแบรนด์สมาร์ตโฟน และค่ายโทรคมนาคมปรับตัวต่อการหยุดชะงักของหน้าร้านโดยเปลี่ยนไปทํากิจกรรม การขาย, การตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ที่สามารถดําเนินกิจกรรมต่อไปได้ผ่านเว็ปไซด์ทางการ และมาร์เก็ตเพลสตลอดจนการทําโปรโมชันผ่านสือโซเชียลมีเดียอืนด้วย

โดยมีสมาร์ตโฟนเปิดตัวใหม่เช่น OPPO’s A12, Xiaomi’s Redmi Note 9 และ Huawei’s Y5p ได้กระแส ตอบรับทีดีด้วยราคาทีน่าดึงดูด อย่างไรก็ตามมือถือในช่วงราคากลางถึงสูงมีการเติบโตขึ้นเนืองจาก Samsung A71 และ Apple iPhone SE (2020) ได้รับกระแสตอบรับทดี

ในขณะทีตลาดสมาร์ตโฟนในไทยเริมฟืนตัว IDC คาดว่ายอดขายในไตรมาสที 3 ยังคงลดลงเนืองจาก เป็นฤดูกาลทีความต้องการตํ่ำ และความกดดันทางเศรษฐกิจยังคงมีผลต่อความต้องการในตลาดต่อไป อีก 2-3 เดือน อย่างไรก็ตามในไตรมาสที 4 คงได้เห็นการโตของไอโฟนรุ่นใหม่

และการเปิดสาขา ของ แอปเปิล สโตร์ ทีเซ็นทรัลเวิลด์ เป็นการเสริมโมเมนตัมของไอโฟนทีแข็งแรงอยู่แล้ว ในขณะทีร้านค้าเริม กลับมาเปิดปกติหลังการล๊อคดาวน์การเปลียนแปลงของช่องทางการขายทอ็อฟไลน์ และออนไลน์ก็เริ่ม กลับมาเป็นปกติหลังจากทีออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสที 2

Samsung และOPPO ร่วงต่อเนื่อง

IDC

แต่อย่างไรก็ดีถึงจะดูเหมือนว่าแบรนด์ต่าง ๆ จะสามารถประคองตัวได้ แต่กลับพบตัวเลขที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยแบรนด์อย่างซัมซุง และอ็อปโป้ จากที่เคยได้รับความนิยมในตลาดในตลาดช่วงหลายปีที่ผ่านมา กับไม่สามารถสร้างยอดขายได้อย่างเช่นในอดีต

โดยผลสำรวจพบว่า กลับกลายเป็น วีโว่ (Vivo) ที่แซงขึ้นมาจากที่เคยอยู่ในอันดับ 3 ของยอดขาย โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมคือรุ่นในซีรี่ย์ Y ซึ่งนำทีมด้วยรุ่น Y11 และ Y15 ในขณะทีรุ่นในระดับกลางทีเปิดตัวใหม่อย่าง Y30 และ Y50 ยังได้รับความนิยมในระดับที่ดี

ด้าน ซัมซุง แม้ถูกแซงแต่ก็ยังคงสามารถพิประคับประครองต่อไปได้โดยมี Galaxy ในซีรีย์ A เป็นตัวชูโรง โดย Galaxy A71 เป็น หนึงในรุ่นทีขายดีทีสุด โดยมีแคมเปญมาเก็ตติ้ง เช่น “Edu Buddy”, “Super-Hot Sales”, “Butler to Go” มาช่วยทำให้ยอดขายดีดกลับมาบ้างเล็กน้อย 

IDC
Man’s hand with a smart phone in a dark

แต่ที่ออกการเสียทรงมากที่สุดคงหนีไม้พ้นแบรนด์ ออปโป้ เพราะเสียอันดับ 1 และยอดขายดิ่งร่วงลงอย่างต่อเนื่องโดยสาเหตุหลักเนืองจากการขึ้นราคาในบางช่วงของรุ่นเปิดตัวใหม่ แต่ไม่โดนใจสเปคกลุ่มผู้บริโภค ซึ่งแม้ ออปโป้ ยังคง เน้นทีการตลาด และกิจกรรมของช่องทางการขายต่อเนื่องแล้วก็ตาม

ซึ่งส่วนทางกับเรียลมี ซึ่งถือเป็นแบรนด์น้องของ ออปโป้ ที่ทิศทางของยอดขายส่วนทางเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยแซงมาแทนทีหัวเว่ย ในอันดับ 4 ซึ่งกำลังเจอปัญหาในด้านของการกีดกันต่าง ๆ นา ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ให้ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์

และล่าสุดกับการห้ามบริษัทฯ ที่ผลิตชิปเซ็ตที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ อย่าง TSMC ทำการค้ากับ หัวเว่ย ทำให้ หัวเว่ย ไม่สามารถสั่งผลิตชิป Kirin ได้อีก ผู้บริโภคมือถือรุ่นเล็กได้รับการตอบรับดี โดย เรียลมี มีรุ่น X50 Pro เป็นตัวชูโรง อีกทั้งการเร่งสร้างภาพลักษณ์ของ 5G และมีการขยายช้อปอย่างต่อเนืองในต่างจังหวัดต่อเนื่อง

ทำให้ผู้บริโภคหันไปเลือกใช้มากขึ้น สำหรับ แอปเปิ้ล แม้ว่าจะไม่สามารถกลับไปขึ้นในอนดับ Top 3 ได้ แต่ก็ยังสามารถรักษาอันดับ 5 ไว้ได้เนื่องจาก iPhone SE ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงโควิด-19 และ iPhone 11 ยังคงเป็นรุ่นทีได้รับความนิยมมากขึ้น

IDC

การร่วงลงของยอดขายของ ซัมซุง และ ออปโป้ ยังสอดรับกับตัวเลขที่ปรากฏจากการเปิดเผยของ รายงาน Counterpoint ซึ่งได้เปิดเผยในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาอีกด้วย ซัมซุง ที่ยังครอง Unit Share มากที่สุดอยู่ที่ (21%)

ขณะที่ ออปโป้ (20%) วีโว่ (18%) เรียลมี (12%) และ เสี่ยวมี่ (11%) ซึ่ง 3 อันดับแรก ห่างกันเพียง 1–2% เท่านั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบปีต่อปี (YoY Growth) พบว่ามีเพียง วีโว่ และ เรียลมี เท่านั้นที่มีทิศทางดีขึ้น เรียกว่าอาการน่าเป็นห่วงจริง ๆ สำหรับทั้ง 2 แบรนด์ ซึ่งคงต้องรอดูกันว่าจะปรับกลยุทธ์กันอย่างไรต่อไป

ซึ่งจากทิศทางของการให้บริการของเทคโนโลยี 5G จากผู้ให้บริการอย่าง เอไอเอส และทรูมูฟเอช ในประเทศไทยทำให้เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ ทั้ง 2 แบรนด์จะออกเครื่องที่รองรับ 5G ออกมาจำหน่ายเพื่อกระตุ้นยอดขาย แต่โจทย์ที่สำคัญคือจะสามารถตีโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคตลาดไทยได้ หรือไม่? 

IDC

เพราะปัจจุบันผู้บริโภคยังคงไมีความจำเป็นต้องรีบใช้เครื่องที่รองรับ 5G ได้ เนื่องมาจากผู้ให้บริการยังอยู่ในระหว่างดำเนินการขยายโครงข่าย 5G ซึ่งเน้นในการใช้เชิงอุตสาหกรรมมากกว่าที่จะให้บริการผู้บริโภคทั่วไป ดังจะเห็นจากพื้นที่ให้บริการ 5G กับผู้บริโภคทั่วไปนั้นจะกระจุกอยู่ในพื้นที่เป็นแหล่งชุมชนเมืองใหญ่ และห้งสรรพสินค้ามากกว่า

อีกทั้งในปัจจุบันแอปพลิเคชั่นที่สัมผัสโดยตรงกับการใช้งานในกลุ่มผู้บริโภคนั้นยังมีจำนวนน้อยที่ต้องการความเร็ว และค่าความหน่วยต่ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเทคโนโลยี 5G นั่นเอง

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.freepik.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

 

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.