เน็ทติเซน (Netizen) จับมือ Neptune Software เปิดตัว AiBuild โซลูชัน AI Low-Code/No-Code ช่วยยกระดับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรบนระบบ SAP ให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และลดต้นทุน…
Netizen จับมือ Neptune Software ส่ง AiBuild โซลูชัน AI Low–Code/No–Code พัฒนาแอปองค์กรบน SAP
เนทติเซนท์ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Neptune Software ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มจากประเทศนอร์เวย์ เปิดตัวโซลูชัน “AiBuild” เพื่อช่วยให้ธุรกิจไทยพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กร และ AI Agent บนระบบ SAP ได้รวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องเริ่มต้นจากศูนย์ โดย เนทติเซนท์ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็น พันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ Neptune Software ในประเทศไทย

โดยความร่วมมือครั้งนี้ผสานจุดแข็งของทั้ง 2 ฝ่าย ทั้ง ความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP และความเข้าใจกระบวนการธุรกิจไทยของเนทติเซนท์ เข้ากับแพลตฟอร์มพัฒนาแอประดับองค์กรของ Neptune ที่ได้รับความไว้วางใจจากองค์กรทั่วโลกกว่า 850 แห่ง สะท้อนแนวคิด “มาตรฐานระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญในการปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย” (Global Standard + Local Execution Excellence)
ความท้าทายที่องค์กรกำลังเผชิญในปัจจุบัน
- ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ไม่เชื่อมโยงกัน : ผู้ใช้ต้องทำงานผ่านกระบวนการ และหน้าจอที่แยกส่วนจากกัน
- ระบบที่กระจัดกระจาย : แต่ละระบบทำงานแยกกันจนเกิดการแบ่งแยกของข้อมูล และกระบวนการ (Silos)
- ข้อจำกัดในการสร้างนวัตกรรม AI : การผูกติดกับผู้ให้บริการ (Vendor Lock-in) ทำให้ AI ถูกจำกัดอยู่เฉพาะบนแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการแต่ละราย
- การทำงานของ Core ERP ที่ไม่เชื่อมต่อกัน : กระบวนการ ERP หลักขาดการบูรณาการที่ราบรื่น
- การอัปเดตข้อมูลแบบแมนนวล : การส่งข้อมูลกลับสู่ระบบหลักอย่าง SAP มักต้องอาศัยการดำเนินการด้วยมือ
- การมองเห็นภาพการดำเนินงานที่ล่าช้า : การสื่อสารระหว่างระบบที่ไม่ดีทำให้ไม่สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกแบบเรียลไทม์

ทำไมการพัฒนาแอปบน SAP ถึงช้า และซับซ้อน
องค์กรที่ใช้ SAP จำนวนมากต้องการพัฒนาแอปพลิเคชัน และประสบการณ์ใช้งานใหม่ ๆ ให้ทันความต้องการของธุรกิจ แต่มักติดข้อจำกัดสำคัญ ได้แก่ รอบการพัฒนาที่ใช้เวลานาน การปรับแต่งระบบหลัก (Customization) ที่ซับซ้อน และเสี่ยงต่อการดูแลรักษาในระยะยาว
รวมถึงการขาดเครื่องมือที่ช่วยให้ทีมธุรกิจ และทีมเทคนิคทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ AiBuild จึงได้ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เหล่านี้โดยตรง ด้วยแนวทางที่เน้น “สร้างเร็วขึ้น ต่อยอด SAP ที่มีอยู่ และรักษา SAP Core ให้สะอาด” (Clean Core)
ประโยชน์หลักของโซลูชัน AiBuild
- พัฒนาแอปได้เร็วขึ้น : ด้วยความสามารถ Low-Code/No-Code ที่ให้ผู้ใช้เปลี่ยนแนวคิดเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้งานได้จริงภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แทนที่จะเป็นเดือน
- ต่อยอด SAP โดยไม่กระทบระบบหลัก (Clean Core) : เข้าถึงข้อมูล ระบบงาน และความปลอดภัยของ SAP ได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่ง Middleware และยังคงเป็นไปตามหลัก Clean Core
- ขับเคลื่อนด้วย AI : ผู้ใช้เพียงอธิบายความต้องการด้วยภาษาธรรมชาติ และให้ AI ช่วยสร้างแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ SAP พร้อมใช้งานได้ทันที รวมถึงการสร้าง AI Agent ที่โต้ตอบกับข้อมูล และกระบวนการทำงานบน SAP ได้แบบเรียลไทม์
- ใช้งานได้ทุกอุปกรณ์และรองรับ Offline : ด้วยโค้ดชุดเดียวที่ทำงานได้ทั้งบนเว็บและมือถือ พร้อมความสามารถทำงานแบบออฟไลน์สำหรับสภาพแวดล้อมที่การเชื่อมต่อไม่เสถียร
- ใช้ทักษะ SAP เดิมที่มีอยู่ : ทีมพัฒนาสามารถต่อยอดจากทักษะ ABAP และ SAP ที่มีอยู่ ลดภาระการอัปสกิล และการสร้างระบบใหม่ที่มีต้นทุนสูง

จุดเด่นที่ทำให้ AiBuild แตกต่างสำหรับลูกค้า SAP
- ออกแบบมาเพื่อ SAP โดยเฉพาะ ไม่ใช่การนำแพลตฟอร์ม Low-Code ทั่วไปมาปรับใช้กับ SAP
- ต่อยอด SAP ได้โดยไม่กระทบ SAP Core รองรับแนวทาง Clean Core และช่วยลดความเสี่ยงในการอัปเกรดระบบ
- เชื่อมต่อ SAP ได้โดยตรง ผ่าน SAP APIs, Business Objects และระบบ Authorization โดยไม่ต้องใช้ Middleware เพิ่มเติม
- ต่อยอดการลงทุน SAP S/4HANA Cloud, RISE with SAP และ SAP BTP ได้เต็มประสิทธิภาพด้วยสถาปัตยกรรมแบบ SAP-Native
- รองรับมาตรฐานระดับองค์กร (Enterprise Ready) ทั้งด้าน Security, Governance, Mobile Application และ Offline Capability
ประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วในระดับสากล อาทิ Fonterra ที่ประหยัดต้นทุนได้กว่า 3.2 ล้านยูโรในปีแรก และ United Utilities ที่พัฒนาแอปพลิเคชันได้เร็วขึ้น 40%

การลงนามความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ
ภายในงานเปิดตัว ผู้บริหารจากทั้งเนทติเซนท์ และ Neptune Software ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นทางการ และตอกย้ำความเชื่อมั่นในการนำโซลูชันระดับโลกมาสร้างคุณค่าให้กับธุรกิจไทยในระยะยาว ผู้เข้าร่วมงานในวันนี้ถือเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในความร่วมมืออย่างเป็นทางการครั้งนี้ในประเทศไทย

เสรี สาธุกิจชัย (Seree Satukijchai) ประธานผู้บริหาร บริษัท เนทติเซนท์ จำกัด กล่าวว่า เนทติเซนท์ และ Neptune Software ร่วมมือกันเพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มสู่ดิจิทัลให้กับลูกค้า SAP ในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้าน SAP Cloud ERP เข้ากับการพัฒนาแอปพลิเคชันองค์กรแบบ Low-Code และแอปพลิเคชันทางธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI เราร่วมกันเสริมศักยภาพให้องค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เร็วขึ้น พร้อมรักษาระบบ SAP หลักให้สะอาดและพร้อมสำหรับอนาคต”
ด้าน Laura Lenti, Vice President APAC and EMEA, Neptune Software กล่าวว่า เราประทับใจอย่างยิ่งกับการทุ่มเทของ เนทติเซนท์ ในการเรียนรู้ และพัฒนาบนแพลตฟอร์มของเรา ความมุ่งมั่นนี้ทำให้เรามั่นใจอย่างเต็มที่ว่าเราได้เลือกพันธมิตรที่ถูกต้องในการนำ Neptune เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและวางรากฐานให้แข็งแกร่งในประเทศนี้ เราขอขอบคุณสำหรับความร่วมมือครั้งนี้ และตั้งตารอความร่วมมือที่ประสบความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























