ไลน์ ช้อปปิ้ง ( LINE SHOPPING) โชว์แกร่งพา SMEs ฝ่าล็อคดาวน์ ดันยอดออเดอร์โต 2.5 เท่า จำนวนร้านค้าเพิ่มขึ้นกว่า 300% ตอกย้ำผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซ…
LINE SHOPPING โชว์แกร่งพา SMEs ฝ่าล็อคดาวน์ ดันยอดออเดอร์โต 2.5 เท่า
ไลน์ ช้อปปิ้ง ผู้นำโซเชียลคอมเมิร์ซของไทย เผยเทรนด์การเติบโตหลังคลายล็
ส่งผลให้ยอดขายสินค้ารวมทั้

เลอทัด ศุภดิลก หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า การช้อปปิงผ่านโซเชียลคอมเมิร์ซยังคงได้รับความนิยม และเติบโตสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทย เป็นเพราะพฤติกรรมนักช้อปไทย 64% ยังชอบแชทคุย สอบถามข้อมูลจากร้านค้าก่อนซื้อ เพราะนอกจากจะทำให้ช้อปสนุกและง่ายขึ้นแล้ว
ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจว่าจะได้ของดีมีคุณภาพตรงความต้องการ และอีกส่วนสำคัญที่ช่วยให้ ไลน์ ช้อปปิ้ง ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง คือการนำ ไลน์ พอยท์ มาเป็นตัวชูโรงในการมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่นอกจาก Seamless แล้วยังเป็นการเพิ่ม Value ให้กับร้านค้าโซเชียลที่มีอยู่ประมาณ 300,000 ร้านค้า
บนแพลตฟอร์มฯ โดยเป็นกลยุทธ์ในการกระตุ้นการช้อปปิงบน ไลน์ ช้อปปิ้ง ผ่านแคมเปญพิเศษที่ดีไซน์มาให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค NEW GEN ด้วยการมีไลฟ์สไตล์แบบไฮบริดที่เชื่อมต่อออนไลน์ และออฟไลน์ให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าและได้สะสมพ้อยท์ได้อย่าง “ง่าย และสนุก“
อาทิ แคมเปญ Pay Day สุขคูณสาม ที่จัดขึ้นทุกสิ้นเดือนให้ลูกค้าได้รับพ้อยท์สูงพิเศษถึง 3 เท่า หรือ แคมเปญ ไลน์ พอยท์ BACK ที่มอบพ้อยท์สูงสุด 100 พ้อทย์ต่อออเดอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยดันยอดขายโดยรวมทั้งแพลตฟอร์มสูงขึ้นกว่า 50% เพิ่มยอดใช้จ่ายต่อครั้งเฉลี่ย 1,800 บาท
และ เพิ่มความถี่การซื้อมากขึ้น 12% โดยในปีที่ผ่านมาลูกค้าได้รับแต้มสะสม ไลน์ พอยท์ จาก ไลน์ ช้อปปิ้ง ไปแล้ว ถึง 63 ล้านพ้อยท์ เท่ากับมูลค่า 63 ล้านบาท

นอกจากนี้ ไลน์ ช้อปปิ้ง ยังเผยเทรนด์นักช้อป Social Commerce ที่น่าสนใจ เช่น การชำระเงินแบบดิจิทัล หรือ Digital Payment แบบ Seamless ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น และกำลังจะกลายมาเป็นทางเลือกหลักของการ ชำระเงินของการซื้อของออนไลน์
จากข้อมูลสถิติ ร้านค้าที่รับชำระด้วยบัตรเครดิต/เดบิตผ่าน Rabbit LINE Pay มียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ 40–45% ซึ่งนอกจากความสะดวก และง่ายในการชำระเงินที่ลูกค้าสามารถกดจ่ายได้โดยไม่ต้องสลับแอปพลิเคชัน ลูกค้ายังจะได้รับ ไลน์ พอยท์ เพื่อเก็บสะสม และนำไปใช้เป็นส่วนลดแทนเงินสดบน ไลน์ ช้อปปิ้ง ได้อีกด้วย
โดยปัจจุบันจำนวนผู้ใช้ ไลน์ พอยท์ มีสูงถึง 12 ล้านคน อายุระหว่าง 30-40 ปี ซึ่งนับเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ และคุ้นเคยกับการซื้อขายของผ่านออนไลน์ และเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเรียบร้อยแล้ว
โดยในปี 2564 จำนวนร้านค้าโซเชียลเปิดใหม่บน ไลน์ ช้อปปิ้ง สูงสุด 5 อันดับแรกแบ่งตามประเภทของสินค้าได้แก่ 1. อุปกรณ์กีฬา 2. สินค้าสัตว์เลี้ยง 3. สุขภาพ และความงาม 4 . สินค้าแม่และเด็ก และ 5. แฟชั่น สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปเนื่องจากสถานการณ์ล็อคดาวน์ส่งผลให้ผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น
จึงหันมาดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายที่บ้าน อีกทั้งตลาดธุรกิจสัตว์เลี้ยงทั้งในไทยและของโลกก็กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่องสอดรับความต้องการผู้บริโภคกลุ่ม Pet Parents ที่เจ้าของพร้อมจับจ่ายเพื่อปรนเปรอสัตว์เลี้ยงของตนดุจสมาชิกในครอบครัว สินค้าความงาม แฟชั่น และอาหาร
ยังคงครองแชมป์ยอดขายสูงสุด ในขณะที่หลังคลายล็อคดาวน์ ยอดขายสินค้ากลุ่มท่องเที่ยวเติบโตขึ้น 13 เท่าจากต้นปี สอดรับกระแสผู้บริโภคเริ่มกลับมาท่องเที่ยวเพื่อความผ่อนคลายหลังยกเลิกล็อคดาวน์

ไลน์ ช้อปปิ้ง นับเป็นผู้นำแพลตฟอร์มโซเชียลคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของประเทศไทยที่มอบประสบการณ์ช้อปปิงออนไลน์ที่ง่ายและสะดวกสบาย ด้วย LINE Ecosystem ทั้งหมดที่เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังเปิดให้ร้านค้าสมัครใช้งานฟรี ไม่มีการเก็บ GP หรือค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้การนำ Loyalty Program อย่าง ไลน์ พอยท์ เข้ามาสนับสนุนร้านค้าบน ไลน์ ช้อปปิ้ง จึงเป็นการช่วยกระตุ้นการจับจ่ายร้านค้ารายเล็กซึ่งจะช่วยส่งผลดีให้กับทางสภาพเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ร้านค้าโซเชียลบน ไลน์ ช้อปปิ้ง
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro-entrepreneurs, Small and Medium-sized Enterprises) ซึ่งต่างได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ล็อคดาวน์
แต่ในขณะเดียวกันยังคงต้องแข่งขันที่จะดำเนินธุรกิจต่อไป นอกจากนี้ผู้บริโภคยังได้รับประโยชน์ และความคุ้มค่ากว่าแพลตฟอร์มอื่น ทำให้การช้อปปิงบน ไลน์ ช้อปปิ้ง สนุกสนาน และมีความหมายกว่าที่เคย
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























