แซดบีเอชเอ (ZBHA) และ ซูเปอร์ การ์ด เปิดตัวหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติ นำร่องลงพื้นที่ภูเก็ต ช่วยเหลือชีวิตทางน้ำอย่างทันท่วงที…
highlight
- แซดบีเอชเอ อินเตอร์ เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จากเซี่ยงไฮ้ ผนึกกำลังซูเปอร์ การ์ด นำหุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำ “Dolphin” เชื่อมต่อระบบ CCTV และเซนเซอร์ วิเคราะห์ และช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยอัตโนมัติ ถือเป็นการใช้งานหุ่นยนต์และ AI ด้านความปลอดภัยครั้งแรกในไทย ส่งมอบให้ สภ.เชิงทะเล ภูเก็ต เป็นจุดแรก
- หุ่นยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตร/วินาที รับน้ำหนักได้ถึง 1,000 กก. มี 2 รุ่น ให้เลือกใช้งานตามพื้นที่ ได้แก่ Dolphin1 แบบพกพาโยนลงน้ำใช้งานทันที และ Dolphin3 เชื่อมต่อแพลตฟอร์ม AI เต็มรูปแบบ
- เตรียมต่อยอดด้วยหุ่นยนต์ลาดตระเวน “Patrol” สำหรับพื้นที่อาคาร พร้อมขยายผลสู่พัทยาและครบทุกสถานีตำรวจในภูเก็ตในลำดับถัดไป
ZBHA ร่วมมือ ซูเปอร์ การ์ด เปิดตัว “Dolphin 1” หุ่นยนต์ AI กู้ภัยทางน้ำอัตโนมัติเครื่องแรก

แซดบีเอชเอ อินเตอร์ เนชั่นแนล ลิมิเต็ด จับมือ ซูเปอร์ การ์ด ส่งมอบหุ่นยนต์กู้ภัยทางน้ำรุ่น “Dolphin” ให้กับสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ถือเป็นการนำหุ่นยนต์ ระบบ AI เซนเซอร์ และกล้องตรวจจับมาเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยสัปดาห์หน้าจะมีการส่งมอบหุ่นยนต์ Dolphin อีกหนึ่งตัวให้กับเทศบาลเมืองพัทยาต่อไป

หุ่นยนต์ทำงานอัตโนมัติ ไม่ต้องรอคำสั่งเจ้าหน้าที่
หุ่นยนต์ Dolphin มีรูปทรงคล้ายท้ายเรือ วิ่งบนผิวน้ำด้วยความเร็วสูงสุด 7 เมตรต่อวินาที (ราว 420 เมตรต่อนาที) รองรับน้ำหนักได้ถึง 1,000 กิโลกรัม เชื่อมต่ออัตโนมัติกับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และเซนเซอร์ตรวจจับ ทันทีที่ระบบวิเคราะห์ว่ามีผู้กำลังจมน้ำ หุ่นยนต์จะถูกปล่อยโดยอัตโนมัติและวิ่งตรงเข้าหาผู้ประสบภัย
โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ Dolphin มี 2 รุ่นหลัก ได้แก่ Dolphin1 ออกแบบมาสำหรับโยนลงน้ำใช้งานได้ทันที เหมาะกับพื้นที่ที่มีเรือท่องเที่ยวหนาแน่น และ Dolphin3 เชื่อมต่อกับระบบ AI และแพลตฟอร์มเต็มรูปแบบ ทำงานอัตโนมัติร่วมกับระบบเฝ้าระวังทั้งหมด

ขง เซี่ยนหมิง (Kong Xianming) ประธานบริษัท แซดบีเอชเอ อินเตอร์ เนชั่นแนล ลิมิเต็ด กล่าวว่า ในอดีตการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำต้องอาศัยอุปกรณ์อย่างห่วงยางและกำลังคน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความรวดเร็ว แต่ Dolphin ถูกออกแบบให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาด
ทั้งการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัย การพาผู้ประสบภัยกลับโดยอัตโนมัติ และการเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายเพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์ความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ โดยระบบ AI ที่ควบคุมอุปกรณ์นี้เป็นเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “Smart Thailand, Smart Security”
นอกจาก Dolphin แล้ว บริษัทยังอยู่ระหว่างพัฒนาหุ่นยนต์ลาดตระเวน “Patrol” สำหรับสำรวจพื้นที่ภายใน และภายนอกอาคาร โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนที่กำลังพลมนุษย์อาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง ทั้งนี้การทำงานทั้งหมดสามารถควบคุมผ่านระบบ AI ร่วมกับห้อง Control Room ที่มีเจ้าหน้าที่คอยมอนิเตอร์ เนื่องจากเทคโนโลยีและมนุษย์ยังคงต้องทำงานควบคู่กันไป
จาก ภูเก็ต สู่ พัทยา และขยายไปทั่วประเทศ
พันตำรวจเอก สุกรี สินเย็น ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์การ์ด จำกัด
พันตำรวจเอก สุกรี สินเย็น ประธานที่ปรึกษาบริษัท รักษาความปลอดภัย ซูเปอร์การ์ด จำกัด กล่าวว่า ซูเปอร์การ์ดมีความมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงเข้ามาเพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของประเทศไทยให้ทัดเทียมระดับสากล พร้อมทำงานเคียงข้างหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน
เพื่อปกป้องชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน สำหรับความร่วมมือกับ แซดบีเอชเอ ในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับการดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว นักศึกษา และนักธุรกิจต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไทยกว่า 11 ล้านคนต่อปี
การยกระดับความปลอดภัยจึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศ โดยหลังการส่งมอบหุ่นยนต์ Dolphin ให้กับ สภ.เชิงทะเลแล้ว สัปดาห์หน้าซูเปอร์การ์ด และ แซดบีเอชเอ มีกำหนดส่งมอบหุ่นยนต์อีกหนึ่งตัวให้กับเทศบาลเมืองพัทยา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศ
โดยมีเป้าหมายที่จะขยายผลไปสู่สถานีตำรวจครบทั้ง 11 แห่งในจังหวัดภูเก็ต ก่อนต่อยอดไปยังจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ ทั่วประเทศในระยะยาว โดยหาดป่าตองถูกจับตามองว่าจะเป็นพื้นที่เป้าหมายลำดับถัดไป โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ การลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำ ให้เป็นศูนย์ในทุกพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย
จากปัญหาจมน้ำ 12 รายต่อปี สู่การใช้ AI เสริมกำลังคน

พื้นที่ชายฝั่งในความรับผิดชอบของ สภ.เชิงทะเล ครอบคลุมพื้นที่ชายทะเลบริเวณกว้าง ในอดีตเคยมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละประมาณ 12 ราย ซึ่งแต่ละรายคิดเป็นมูลค่าความสูญเสียไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท ยังไม่รวมผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยว ที่ผ่านมาหน่วยงานท้องถิ่นร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล
ได้ริเริ่มระบบเฝ้าระวังแบบ manual ด้วยรถลาดตระเวน ATV ร่วมกับทีมไลฟ์การ์ด จนสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 0 รายในปีที่ผ่านมา ทว่าการเฝ้าระวังด้วยกำลังคนยังมีข้อจำกัดด้านความทั่วถึง โดยเฉพาะจุดเสี่ยงที่เกิดจากกระแสน้ำดูดที่เป็นอันตรายต่อการกู้ภัยทางน้ำ การนำเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์เข้ามาเสริมทัพจึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความปลอดภัยให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ด้าน พันตำรวจเอก เอกรัตน์ พลายด้วง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พื้นที่รับผิดชอบมีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำเฉลี่ยปีละ 12 ราย จึงร่วมมือกับนายมาโนช พันธ์ฉลาด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล ริเริ่มระบบลาดตระเวนด้วยรถ ATV ร่วมกับทีมไลฟ์การ์ด
จนลดจำนวนผู้เสียชีวิตเหลือ 0 รายในปีที่ผ่านมา แต่ยังพบข้อจำกัดด้านความทั่วถึงของการเฝ้าระวังด้วยกำลังคน โดยเฉพาะจุดที่มีกระแสน้ำดูดซึ่งเป็นอันตรายแม้กับผู้ว่ายน้ำเก่งและไลฟ์การ์ดเอง การได้รับมอบหุ่นยนต์ Dolphin
จากความร่วมมือของ แซดบีเอชเอ และซุปเปอร์การ์ดในครั้งนี้ จึงเชื่อว่าจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพการช่วยชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหากในอนาคตสามารถเชื่อมต่อกับระบบกล้องวงจรปิดให้ทำงานได้อัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนขยาย
* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว)
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th
