Mercedes AMG-Petronas F1 เผยวัฒนธรรม HPE ช่วยมอบข้อได้เปรียบ!!

Mercedes AMG-Petronas F1

มอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม (Mercedes AMG-Petronas F1 Team) เผยข้อได้เปรียบในการแข่งขันหลังใช้เทคโนโลยีจาก HPE สร้างโมเดลเสมือนของวัตถุ และข้อมูลแบบเรียลไทม์…

Mercedes AMGPetronas F1 เผยวัฒนธรรม HPE AI  และ Digital Twin ช่วยมอบข้อได้เปรียบในการแข่ง!!

สำหรับผู้ที่ติดตามการแข่งขัน Formula One™ Grand Prix ที่จะถึงนี้จะได้เห็นทีม Formula One อย่าง เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม (Mercedes AMG-Petronas Formula 1 Team) มีผู้สนับสนุนรายใหม่อย่าง Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE (เอชพีอี) เข้าร่วมเป็นพาทเนอร์

ของทีมซึ่งหากมองเผิน ๆ ไม่คิดอะไรก็อาจจะไม่น่าแปลกใจเท่าไร แต่หากตั้งข้อสังเกต ก็อาจจะสงสับว่าบริษัทเทคโนโลยีอย่าง HPE ทำไม? ถึงสนใจเข้าไปสนับสนุนการแข่งขันรถ F1 ได้ แล้วอะไรคือสิ่งที่ทำให้ทีมอย่าง “เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน” ตัดสินใจที่จะให้ HPEข้ามามีส่วนร่วม?

จากข้อส่งสัยดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการหาคำตอบถึงความร่วมมือของทั้ง 2 ธุรกิจ ที่แทบจะไม่เกี่ยวเนื่องกันมาจับมือกันได้

Mercedes AMG-Petronas F1

แชมป์ F1 ConstructorsChampions กับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล!!

ความร่วมมือระหว่าง ทีม Mercedes-AMG F1 และ HPE นี้ ได้ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการแข่งขันรถ Formula 1 ที่ชัยชนะจะถูกตัดสินได้ในเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งชัยชนะที่เกิดขึ้นนั้นเกิดขึ้นได้จากการเตรียมความพร้อมของทีมงานหลายฝ่ายที่มีบทบาทต่างกันไป

ไม่ว่าจะเป็น ความสามารถของนักแข่งรถ และทีมช่าง ที่ช่วยดูแลประสิทธิภาพของรถยนต์ หรือแม้แต่ทีมวิศวกรผู้ออกแบบ ซึ่งความพร้อมคือสิ่งที่กำหนด หรือเพิ่มผลลัพธ์ของการแข่งขันได้ แต่ในปัจจุบันองค์ประกอบดังกล่าวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ทำให้เริ่มเห็นการนำเทคโนโลยีโซลูชั่นที่ทันสมัยเข้ามาช่วยยกระดับการแข่งกันมากขึี้น

ซึ่ง ทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม เองก็เล็งเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และได้เดินหน้าจับมือกับบริษัทฯเทคคอมพานีชั้นนำของโลกอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับ และเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลงานของแข่งขัน เช่นเดียวกัน

Mercedes AMG-Petronas F1
Michael Taylor IT Director Mercedes-AMG Petronas F1 Team

Michael Taylor IT Director Mercedes-AMG Petronas F1 Team เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับทาง HPE ของทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม ก็เพื่อช่วยทำให้ทีมสร้างข้อได้เปรียบทางใหม่ ๆ โดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาล (Big Data)

เพื่อนำมาสร้าง และปรับปรุงประสิทธิภาพตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการออกแบบรถสำหรับแข่งขันไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการติดตั้งรถในช่วงสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นพลังให้กับนักแข่งบนสนาม และช่วงชิงความได้เปรียบในการแข่งขันได้

ความร่วมมือกันในครั้งนี้ HPE ได้ช่วยให้ทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม สามารถนำข้อมูลจากเซ็นเซอร์กว่า 300 ตัว ที่ติดตั้งอยู่บนรถแข่งซึ่งสร้างข้อมูลกว่า 7 พันล้านจุด ที่เป็นข้อมูล ด้าน ความเร็ว อุณหภูมิ แรงดัน ไปจนถึงการสั่นสะเทือนของตัวรถ มาวิเคราะห์สมรรถนะของรถได้อย่างรวดเร็ว

อาทิ การตัดสินใจในการตั้งค่าเครื่องยนต์ที่เหมาะสม การคาดการณ์เกี่ยวกับการประหยัดเชื้อเพลิงที่ส่งผลรอบต่อนาที (lap time) รวมถึงความเร็วต่อกิโลเมตร (pace) ทำให้สามารถตัดสินใจในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการแข่งขันได้ทันท่วงที

ซึ่งทั้งหมดเป็นแบบเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยี SD-WAN กลับมายังศูนย์ควบคุมที่โรงงานใน Brackley ประเทศอังกฤษ ด้วยความเร็วสูงสุด โดยข้อมูลที่ส่งกลับมายังศูนย์ควบคุมจะถูกนำมาวิเคราะห์อย่างละเอียด จากทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องเพื่อทำความเข้าใจถึงสมรรถนะของรถ ประสิทธิภาพของยาง และพฤติกรรมของคู่แข่ง

ซึ่งช่วยให้ทีมสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำมาที่สุด ทำให้ทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม สามารถทำการเปลี่ยนยาง การวางแผนเข้าแซงคูแข่ง และการป้องกันตำแหน่ง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลการแข่งขันทั้งสิ้น

นอกจากนี้ ข้อมูลยังถูกนำไปใช้ในการพัฒนา Digital Twin ซึ่งเป็นแบบจำลองเสมือนจริงของรถแข่ง เพื่อใช้ในการทดสอบและปรับแต่งการตั้งค่าต่างๆ ก่อนการแข่งขันจริง ซึ่งจะช่วยให้ทีมสามารถมองเห็นภาพรวมของรถ และสามารถปรับแต่งการตั้งค่าต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการทดลองบนรถจริงอีกด้วย

และในการใช้เทคโนลยีนี้ยังช่วยให้ทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม สามารถใช้ข้อมูลในการนำไปปรับใช้อุโมงค์ลม และระบบจำลองการขับขี่ (Driver-in-Loop Simulator) เพื่อทดสอบการออกแบบและปรับแต่ง Aerodynamics ของรถแข่ง 

ซึ่งจะช่วยให้นักแข่งได้สัมผัสกับสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของสนามแข่ง และสามารถทดลองขับรถด้วยการตั้งค่าต่าง ๆ เพื่อหาจุดสมดุลที่ลงตัว ซึ่งช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจในการแข่งขันจริงได้ อีกทั้งยังช่วยให้ทีมสามารถทำตามข้อกำหนดทางด้านวิศวกรรม และความสามารถของรถ

ตั้งแต่ขนาดตัวถัง ประเภทของวัสดุที่ใช้สร้างส่วนประกอบ ไปจนถึงความเร็วที่เพลาข้อเหวี่ยงของเครื่องยนต์สามารถหมุนได้ (ขีดจำกัดที่ 18,000 รอบต่อนาที) ตามที่สหพันธ์รถยนต์ระหว่างประเทศ (FIA) กำหนดไว้ได้เหมาะสมอีกด้วย

Mercedes AMG-Petronas F1

“ข้อมูลมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ในโลกของ Formula One เท่านั้น แต่รวมถึงโลกโดยรวมด้วย ใน F1 เราใช้ข้อมูลในการค้นหาประสิทธิภาพอย่างไม่ลดละในทุกฟังก์ชันของทีม ทั้งในสนามแข่ง และในโรงงาน และด้วยการสนับสนุนของ HPE เราจึงสามารถประมวลผล และวิเคราะห์ข้อมูลได้ดีขึ้น

ทำให้สมาชิกในทีมสามารถทำสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นของการออกแบบรถสำหรับแข่งขันไปจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายของการติดตั้งรถในช่วงสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน” Michael Taylor กล่าว

การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ ซึ่งการสร้างความสัมพันธ์กับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีชั้นนำ อย่าง HPE เพื่อให้ได้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เชื่อถือได้ ก็สามารถช่วยตอบโจทย์ความต้องการของทีม

เช่นการใช้ HPE Apollo 6500 ที่ช่วยให้ทีมสามารถเร่งความเร็วในการทำงาน ลดเวลาในการจำลองสถานการณ์ก่อนการแข่งขัน จาก 3-4 วัน เหลือเพียงไม่ถึง 24 ชั่วโมง ทำให้ทีมสามารถจำลองสถานการณ์ระหว่างการแข่งขันได้

อย่างไรก็ดีเพื่อให้ทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีได้อย่างสูงสุด ทางทีมได้จัดฝึกอบรม และส่งเสริมให้บุคลากรเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่า คน คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ และเทคโนโลยี คือเครื่องมือที่ช่วยให้คนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Private Cloud for AI ตัวเร่งสำคัญในการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่!!

Mercedes AMG-Petronas F1
Sandeep Kapoor รองประธานบริษัท Hewlett Packard Enterprise

Sandeep Kapoor รองประธานบริษัท Hewlett Packard Enterprise หรือ HPE กล่าวว่า ด้วย Private Cloud for AI (PCAI) ซึ่งเป็นโซลูชันที่พัฒนาร่วมกับ NVIDIA จะช่วยลดความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล และลดความซับซ้อนในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ลงได้

ซึ่งเมื่อใช้งานพร้อมกับ เอชพีอี กรีนเลท แพลตฟอร์มคลาวด์ไฮบริดของ HPE ก็จะสามารถช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการระบบได้ง่าย ผ่าน single pane of glass รวมถึง AI Essentials ชุดเครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูลแบบครบวงจร และ Unified Analytics

และจากความามารถในการทำงานผสานรวมกับซอฟต์แวร์ NVIDIA AI Enterprise และ NVIDIA NeMo framework ก็จะสามารถมอบประสิทธิภาพสูงสุดในการประมวลผล AI เข้ากับความต้องการได้ อย่างเช่นที่ทาง HPE ได้เข้าไปสนับสนุนทีม เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ปิโตรนาส ฟอร์มูลาวัน ทีม

ในการแข่งขัน Formula One โดยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ต่าง ๆ บนรถ เช่น ความเร็ว อุณหภูมิ แรงดันลมยาง จะถูกส่งไปประมวลผลแบบเรียลไทม์ ทำให้ทีมงานสามารถตัดสินใจ และปรับแต่งรถให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ มาขยายขีดความสามารถ จะช่วยให้สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดที่เคยมีได้

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay