มิชลิน หนองแค (Michelin Nongkhae) ฉลองครบรอบ 30 ปี เปิดโรงงานที่ หนองแค จ.สระบุรี โชว์เทคโนโลยีการผลิตยางสุดล้ำ พร้อมโชว์ความแข็งแกร่งการในการผลิตยางรถโดยสาร ยางรถบรรทุก และยางล้อเครื่องบินของโรงงาน…
highlight
- การเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานครั้งนี้ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-15 กันยายน คาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจ (B2B), ตัวแทนจำหน่าย และสื่อมวลชน เข้าร่วมตลอด 5 วัน ราว 500 คน
- โรงงานมิชลิน หนองแค มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้กลุ่มมิชลินบรรลุเป้าหมาย ตามวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน” (All Sustainable) ซึ่งอยู่บนพื้นฐานของเสาหลัก 3 ประการ ได้แก่ “ผู้คน” (People) ซึ่งเน้นการให้ความสำคัญกับลูกค้า และพนักงาน, “ผลกำไร” (Profit) และ “ผืนโลก” (Planet) ซึ่งเกี่ยวข้องกับความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม
- ในโอกาสครบรอบ 30 ปี โรงงานยังประกาศความสำเร็จด้วยยอดผลิตยางล้อครบ 30 ล้านเส้นอีกด้วย
Michelin Nongkhae ฉลองครบรอบ 30 ปี เปิดโรงงานโชว์การผลิตยางรถโดยสาร ยางรถบรรทุก และยางล้อเครื่องบินสุดล้ำ

โรงงานมิชลิน หนองแค ฉลองครบรอบ 30 ปี ของการดำเนินธุรกิจเพื่อลูกค้ากลุ่มองค์กร (B2B) ด้วยการเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานตลอด 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 11–15 กันยายน 2566 ภายใต้แนวคิด Thriving Through Innovation, Customer Centricity, and Sustainability for 30 Years and Beyond
(จาก 30 ปี สู่อนาคต: การเติบโตบนฐานนวัตกรรม การยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง และความยั่งยืน) โดยจะมีการนำแขกผู้มีเกียรติเข้าชมกระบวนการผลิต ตลอดจนเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพันธกิจ
และบทบาทของโรงงานหนองแคในการผลักดันกลุ่มมิชลินให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน“ (All Sustainable) โดย โรงงานมิชลิน หนองแค ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 บนพื้นที่ 231 ไร่ ของเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี
โดยเป็นฐานการผลิต 1 ใน 5 แห่งของมิชลินในประเทศไทย โรงงานแห่งนี้เป็นศูนย์ผลิตยางรถโดยสาร/ยางรถบรรทุกและยางล้อเครื่องบินสำหรับจัดจำหน่ายในประเทศไทย และส่งออกไปทั่วภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 4,500 เส้นต่อวัน และมีพนักงานจำนวน 2,013 คน (ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2566)
“ความยั่งยืนทุกด้าน” สร้างความสมดุลระหว่างผู้คน ผลกำไร และความยั่งยืนของโลก

มานูเอล ฟาเฟียง (Manuel Fafian) ประธาน และกรรมการผู้จัดการกลุ่มมิชลิน ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออก และออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลา 30 ปี ของการดำเนินงาน มิชลิน หนองแค ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นบรรษัทพลเมือง พันธมิตรธุรกิจ และองค์กรผู้จ้างงาน ที่มุ่งเน้นนวัตกรรม และความยั่งยืน
ยิ่งกว่านั้น ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันกลุ่มมิชลินให้บรรลุเป้าหมายตามวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน“ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานความสมดุลระหว่างผู้คน ผลกำไร และผืนโลก ในด้าน “ผืนโลก” โรงงานหนองแคทุ่มเทอย่างเต็มที่ในเรื่องความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการริเริ่มหลายโครงการ
อาทิ โครงการลดการใช้วัตถุดิบ เป็นต้น ส่วนในด้าน “ผู้คน“ ทางโรงงานมุ่งดำเนินงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ทั้งยังใส่ใจในความเป็นอยู่ที่ดี และการพัฒนาทักษะของพนักงาน
“เมื่อเสาหลัก 2 เรื่องดังกล่าวได้รับการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ย่อมเป็นปัจจัยส่งเสริม “ผลกำไร“ ซึ่งเป็นเสาหลักพื้นฐานสุดท้ายของวิสัยทัศน์ “ความยั่งยืนทุกด้าน“ อันหมายถึงผลประกอบการ และการเติบโตทางธุรกิจที่เกิดจากการนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ และบริการ
ผมเชื่อว่าความทุ่มเทของพนักงานทุกฝ่ายจะนำพา มิชลิน หนองแค ไปสู่อนาคตที่เติบโตรุดหน้าอย่างยั่งยืน และความสำเร็จที่เพิ่มมากขึ้น” มร.ฟาเฟียง กล่าวเสริม

พันธกิจความมุ่งมั่นของ โรงงาน มิชลิน หนองแค ที่เกี่ยวกับผืนโลก สะท้อนให้เห็นผ่านโครงการริเริ่มด้านความยั่งยืนหลากหลายโครงการ ซึ่งส่งผลให้โรงงานสามารถลดการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งลงได้ถึง 80% โดยมุ่งลดให้เป็นศูนย์ภายในสิ้นปีนี้
ทั้งยังสามารถลดการใช้วัตถุดิบในการผลิต ลดการใช้พลังงาน และลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในเรื่องผู้คน โรงงาน มิชลิน หนองแค ไม่เพียงดำเนินงานโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่นที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า
แต่ยังให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ที่ดี ตลอดจนพัฒนาการส่วนบุคคล และทางอาชีพของพนักงาน เพราะเชื่อว่า “ยางที่เยี่ยมยอด เกิดจากผู้คนที่ยอดเยี่ยม” มิชลิน หนองแค จึงใส่ใจเป็นพิเศษกับสวัสดิการ และความก้าวหน้าของพนักงาน
ทั้งยังมุ่งสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่เติมเต็มคุณค่าให้กับพนักงาน และเอื้อให้เกิดความผูกพันระหว่างพนักงานกับองค์กรไฮไลท์ของการเปิดให้เยี่ยมชมโรงงานครั้งนี้อยู่ที่การนำชมสายการผลิตยางรถโดยสาร/รถบรรทุก และยางล้อเครื่องบิน

โดยนอกจากแขกผู้เข้าเยี่ยมชมโรงงานจะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับพันธกิจของโรงงานมิชลิน หนองแค ที่มีต่อเป้าหมายด้าน “ผืนโลก“ และ “ผู้คน“ แล้ว ยังจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับยางมิชลินที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงบางรุ่นซึ่งผลิตที่โรงงานแห่งนี้ อาทิ “มิชลิน เอ็กซ์ มัลติ เอนเนอจีย์ แซด” (Michelin X Multi Energy Z)
ยางรถโดยสาร/รถบรรทุกที่มีประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงดีที่สุด และให้อายุการใช้งานที่ยาวนาน และ “มิชลิน แอร์ เอ็กซ์ สกาย ไลท์“ (Michelin Air X Sky Light) ยางล้อเครื่องบินรุ่นใหม่ที่มีน้ำหนักเบายิ่งขึ้น และมีอายุใช้งานยาวนานกว่า ทั้งยังให้สมรรถนะเหนือระดับ โดยยังคงความปลอดภัยขั้นสูงตามแบบฉบับของมิชลินเอาไว้
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงยางเส้นที่ 30 ล้าน ซึ่งผลิตออกจากสายการผลิตที่โรงงานมิชลิน หนองแค เมื่อเดือนสิงหาคม 2566 ทันร่วมฉลองครบรอบ 30 ปีของโรงงานด้วย โดยยางเส้นดังกล่าวเป็นยางรถบรรทุกประเภทเรเดียลรุ่น “มิชลิน เอ็กซ์ มัลติ แซด“ (Michelin X Multi Z) ที่ติดตั้งใช้งานได้ทุกตำแหน่งล้อ สำหรับการขนส่งระดับภูมิภาค (Regional) และการขนส่งระยะไกล (Line Haul)

“ความโดดเด่นของ มิชลิน หนองแค ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงขนาด หรือปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยางรถโดยสาร/รถบรรทุก และยางล้อเครื่องบิน แต่ยังอยู่ที่ความมุ่งมั่นทุ่มเทของทีมงานชั้นเยี่ยม พ้ฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา โดยปัจจุบันพนักงานของ มิชลิน หนองแค สามารถทำงานร่วมกับ แขนกลหุ่น (Arm Robot)
ในส่วนงานต่าง ๆ ได้อย่างราบรื่น ซึ่งในอนาต มิชลิน หนองแค กำลังพิจารณาที่จะนำ แขนกลหุ่น มาใช้ส่วนงานขนส่งจากฝ่ายผลิตไปยังรถขนส่งสินค้า ทั้งนี้การนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานไม่ได้หมายถึงว่า มิชลิน หนองแค จะลดจำนวนพันกงานลงแต่อย่างใด แต่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุลง ในอนาคต มิชลิน หนองแค
จะยังคงยึดมั่น และสานต่อพันธกิจการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และยังร่มวถีการพัฒนาบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับการปกปักรักษาผืนโลก และใส่ใจดูแลพนักงานของตนต่อไป ซึ่งปัจจุบัน มิชลิน เองก็มีโครงการในการสร้าง Michelin Service Center แล้วกว่า 22 แห่ง ในการให้บริการช่วยเหลือลูกค้าของ มิชลิน ที่จะสามารถใช้ล้อ

ที่มีคุณภาพได้ต่อเนื่องโดยไม่ต้องซื้อใหม่ยกเส้น ด้วยการใช้เทคโนโลยีการหล่อดอกยางใหม่ แทนที่ดอกยางที่สึกแล้วให้แก่ล้อเก่าให้สามารถกลับมาใช้งานได้ดีเช่นเดิม โดยเทคโนดลยีนี้จะช่วยให้ลูกค้าสามารถหล่อหล่อดอกยางได้มากถึง 2 ครั้งต่อยางหนึ่งเล้น ซึ่งสิ่งนี้จะชวยให้ลดต้นทุนการดำเนินงานของลูกค้า และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ลดได้ตามเป้าหมายของ มิชลิน ในด้านการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้อีกด้วย โดย Michelin Service Center นั้นทาง มิชลินมีเป้าหมายระยะยาวที่จะสร้าง Michelin Service Center ให้ครบ 50 แห่ง ทั่วประเทศไทย แต่อยา่งไรก็ดีหากพิจารณาแล้วว่า Michelin Service Center สาขาไหน
ที่มีไม่ศักยภาพเพียงพอในการให้บริการก็จะทำการปิดตัวลง แม้ว่าจะไม่สามารถทำได้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ แต่ก็ดีกว่าที่จะทำให้ลูกค้าของ มิชลิน เสียเวลา โดยภายในปี 66 นี้ เราหวังว่าจะสามารถสร้าง Michelin Service Center ให้ได้อย่างน้อย 25–26 แห่ง ทั่วประเทศไทย” มร.ฟาเฟียง กล่าว
ส่วนขยาย * บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ ** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) *** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A
สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่ www.facebook.com/itday.in.th

























