DES กางแผน “ความร่วมมือด้านดิจิทัล” ดึงชาติอาเซียนปฏิรูปดิจิทัลสร้างความมั่นคงทางไซเบอร์

DES

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (DES) จัดประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 ดึงชาติอาเซียนปฏิรูปดิจิทัลแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์-สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์สู่อนาคตดิจิทัลที่ปลอดภัย และยั่งยืน…

DES กางแผน “ความร่วมมือด้านดิจิทัล” ดึงชาติอาเซียนปฏิรูปดิจิทัลแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์-สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม (DES) เดินหน้าจัดงานการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล (ASEAN Digital Ministers Meeting : ADGMIN) ครั้งที่ 5 ระหว่างวันที่ 16-17 มกราคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร พร้อมดึงผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และคู่เจรจาร่วมประชุมวางแนวทางแก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์-สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ ร่วมกัน

DES
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคมดิจิทัลที่มั่นคง และยั่งยืน โดยที่ประชุมได้หารือ และรับรองประเด็นสำคัญ ได้แก่

DES

การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ : ที่ประชุมรับรองรายงานการสำรวจการหลอกลวงออนไลน์ในอาเซียน (พ.ศ. 2566–2567) และข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินงานระดับชาติ และภูมิภาค พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในการจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ

โดยเฉพาะปัญหาการหลอกลวงที่มีต้นตอจากประเทศแนวเขตชายแดน เช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์และการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือในการโกงเงิน ที่มักพบการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำผิดในประเทศใกล้เคียง เช่น กัมพูชา เมียนมา และลาว

โดยการหารือจึงให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกยังได้เสนอการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกัน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการหลอกลวงในภูมิภาค

DES

ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ : รับทราบการจัดตั้งศูนย์ ASEAN Cert ณ สิงคโปร์ และรับรองเอกสาร ASEAN Checklist on Cyberspace Norms เพื่อสร้างมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานประสานงานเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ในลักษณะเร่งด่วน

DES

เศรษฐกิจดิจิทัล : สนับสนุนการจัดทำกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ โดยที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค

DES

ธรรมาภิบาลข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ : รับรองแผนปฏิบัติการสำหรับ Global CBPR และเอกสารธรรมาภิบาล AI ที่ครอบคลุมถึง Generative AI เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคอย่างรับผิดชอบ โดยเน้นความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ พร้อมผลักดันการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในภูมิภาค

 

5G และการเชื่อมโยง : รับทราบความก้าวหน้าการใช้งาน 5G และหารือแนวทางลดค่าบริการข้ามแดน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการควบคุมซิมการ์ด เพื่อป้องกันการหลอกลวงข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจจากหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้งานซิมการ์ดที่ไม่ได้ลงทะเบียนในประเทศแนวเขตชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวข้ามแดนบ่อยครั้ง เช่น ไทย-กัมพูชา และ ไทย-เมียนมา

ปฏิญญาดิจิทัลกรุงเทพ : รับรองปฏิญญาฉบับนี้เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตดิจิทัลของอาเซียนที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย ไร้รอยต่อ และครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยเน้นการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ชนบท และพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม

DES

นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้ยังได้หารือกับคู่เจรจา เช่น จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อินเดีย, สหรัฐอเมริกา และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยมุ่งส่งเสริมมาตรฐานดิจิทัล และความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ในระดับสากล รวมถึงการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในภูมิภาค

“การลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา และไทยกับฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลในระดับภูมิภาค โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ธรรมาภิบาลภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันและการต่อสู้กับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ด้วย” ประเสริฐ กล่าว

วางแนวทางการป้องกันการหลอกลวงทางดิจิทัลระหว่าง “ไทยกัมพูชา

DES

สำหรับ MOU ไทย-กัมพูชา เป็นความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ

เช่น บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล สินค้า และบริการของรัฐบาลดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล และความปลอดภัยออนไลน์ รวมถึงการป้องกันการหลอกลวงทางดิจิทัล

ไทยฟิลิปปินส์” จับมือลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่

ขณะที่ MOU ไทย-ฟิลิปปินส์ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกัน และความเข้าใจซึ่งกัน และกัน

การส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ธรรมาภิบาลภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ยุทธศาสตร์รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการพิสูจน์ และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง IoT และข้อมูลขนาดใหญ่

นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการฝึกอบรมร่วมกัน

DES
ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ทั้งนี้การประชุม ADGMIN ครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในปี 2569 ซึ่งประเทศสมาชิกมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อสร้างภูมิภาคดิจิทัลที่เข้มแข็ง และยั่งยืนอีกด้วย

MOU เพื่อวาง “แนวทางความร่วมมือ” ในการพัฒนาประเทศในภูมิภาคอาเซียน

“การประชุมในครั้งนี้เป็นเพียงการการวางแนวทางในการพัฒนาประเทศในเขุตภูมิภาคเดียวกัน เพื่อให้เกิดการพัฒนาแบบบองค์รวม เป็นความร่วมมือที่จะส่งเสริมประเทศในภูมิภาคอาเซียน ให้มีความเข้มแข็ง และเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่การบังคับให้ชาติพันธมิตรต้องทำตามแต่อย่างใด

แต่เป็นการร่วมด้วยช่วยกันให้ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคาเซียนนี้ สามาถแก้ไขปัญหาร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งจะทำให้กลุ่มประเทศในอาเซียนเพิ่มขีดความสามารถไปสู่ระดับโลกได้ อีกทั้งยังเป็นการทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐสามารถดำเนินงานไปในทิศทางที่ชัดเจนมากขึ้น” ประเสริฐ กล่าว

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก N/A

สามารถกดติดตามข่าวสาร และบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

ITDay