NIA หนุน 4 แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยระบายสินค้าเกษตรช่วง “โควิด–19”

NIA

เอ็นไอเอ (NIA) หนุน 4 กลุ่มแพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยระบายสินค้าเกษตร ชี้ช่วงระบาดเชื้อไวรัสโควิด – 19 เป็นโอกาสในวิกฤติของสตาร์ทอัพด้านการเกษตรไทย…

highlight

  • สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ โชว์ 4 แพลตฟอร์มเพื่อช่วยระบายสินค้าการเกษตรไทยในช่วงการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ได้แก่ ระบบเจ้าของร่วมผลิตแพลตฟอร์มสำหรับเชื่อมโยงผู้ผลิตและผู้บริโภคในการติดตามผลผลิตทางการเกษตรร่วมกัน ระบบการประมูลสินค้าเกษตรแพลตฟอร์มวิเคราะห์และวางแผนด้านการเพาะปลูกและซื้อผลผลิต เพื่อให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรได้รับผลประโยชน์ร่วมกัน ระบบตลาดออนไลน์ (Marketplace)แหล่งรวบรวมสินค้าสินค้าของเกษตรกรที่มีคุณภาพ ส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และระบบการขายออนไลน์ในรูปแบบ B2B และ B2C เพื่อเชื่อมโยงทุกภาคส่วนให้เข้าถึงกันได้อย่างครบทุกมิติ อย่างไรก็ตาม NIA ยังได้ชี้วิกฤติเชื้อไวรัสโควิด–19 เป็นโอกาสสำคัญของสตาร์ทอัพด้านการเกษตร เนื่องจากสามารถนำปัญหาต่าง ๆ มาพัฒนาเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องได้

NIA หนุน 4 แพลตฟอร์มสตาร์ทอัพด้านการเกษตรไทย

ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า จากนโยบายล็อคดาวน์และชัตดาวน์ของหลายประเทศทั่วโลกเพื่อเฝ้าระวังการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 ส่งผลต่อการส่งออกสินค้าเกษตรของไทยโดยตรง

โดยเฉพาะกลุ่มผลไม้ในช่วงฤดูร้อนที่เริ่มทยอยออกผลเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ฯลฯ ซึ่งเมื่อไม่สามารถส่งออกได้ การสั่งซื้อของร้านอาหารและห้างสรรพสินค้าก็ลดลงเกือบร้อยละ 50 ทำให้เกิดปัญหาสินค้าล้นตลาด ราคาถูกลง

นอกจากนี้ สินค้าเกษตรยังมีระยะเวลาจำกัดเพราะเกิดการเน่าเสีย และเสียหายได้ง่าย ปัญหาเหล่านี้จึงเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่หลายภาคส่วนจะต้องเร่งผลักดันภาคการเกษตรให้เดินหน้าต่อได้ภายใต้วิกฤติครั้งนี้ โดยเฉพาะในด้านการตลาด การช่วยระบายสินค้า รวมทั้งสร้างทางออกที่เป็นรูปธรรมเพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว

NIA
ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ เอ็นไอเอ

เพื่อให้ปัญหาของเกษตรกรได้รับการบรรเทา เอ็นไอเอ โดยศูนย์สร้างสรรค์ธุรกิจนวัตกรรมการเกษตร หรือ ABC center ซึ่งเป็นศูนย์ประสานงานกลางด้านนวัตกรรมการเกษตร และสร้างสตาร์ทอัพด้านการเกษตรให้เติบโตในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

จึงได้สนับสนุนให้เกิดกลไกตลาดผ่านแพลตฟอร์มของสตาร์ทอัพ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ผลิตสามารถขายสินค้ากับผู้บริโภคโดยตรง สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาซื้อสินค้าผ่านออนไลน์มากขึ้น โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่

NIA

ระบบเจ้าของร่วมผลิต เช่น ฟาร์มโตะ (FARMTO) ช่องทางการขายผลผลิตเกษตรรูปแบบใหม่ที่เชื่อมเกษตรกร และผู้บริโภคเข้าหากันผ่านวิธีการร่วมเป็นเจ้าของผลผลิตการเกษตร เพื่อให้ทั้งผู้ผลิต และผู้บริโภคได้ช่วยเหลือ และดูแลคุณภาพผลผลิตไปด้วยกัน

โดยหากผู้บริโภคต้องการตรวจสอบผลผลิตก็สามารถเดินทางมาเยี่ยมชมและติดตามขั้นตอนต่าง ๆ ได้ เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวไรซ์เบอรี่ และเมื่อถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เกษตรกรจะจัดส่งผลผลิตให้ผู้บริโภคตามที่อยู่ที่ลงทะเบียน รวมทั้งยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรได้ตั้งราคาขายผลผลิตด้วยตัวเอง

เพื่อแก้ปัญหาภาระหนี้สิน และราคาผลผลิตตกต่ำ ทำให้เกษตรกรได้พัฒนาตัวเอง และเรียนรู้ที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองในอนาคต นอกจากนี้ เกษตรกรยังสามารถนำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอดใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรได้อีกด้วย

 

NIA

ระบบการประมูลสินค้าเกษตร (E-biding) เช่น ครอปเปอร์แซด เป็นแพลตฟอร์มที่จะทำให้เกษตรกรไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลความต้องการของตลาด และช่วยยกระดับภาคธุรกิจให้สามารถพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ควบคุมราคา และปริมาณได้ตรงตามความต้องการของตลาด

และทำให้สามารถทราบว่าจะมีพืชเกษตรชนิดใดออกช่วงไหน โดยข้อมูลนี้จะช่วยสนับสนุนการสร้างตลาดกับกลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะโรงงานแปรรูปที่ต้องการวัตถุดิบเข้าสู่สายการผลิต ซึ่งจะทำให้ทั้งเกษตรกร และผู้ประกอบการมีผลผลิตที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

NIA

ระบบตลาดออนไลน์ (Marketplace) ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมสินค้าสินค้าของเกษตรกรที่มีคุณภาพ ส่งต่อให้ถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น มีแซ่ด (MeZ) ศูนย์กลางเชื่อมโยง และแบ่งปันผลไม้คุณภาพจากเกษตรกร ที่พร้อมส่งผลไม้จากสวน ผ่านการคัดสรร และใส่ใจในทุกขั้นตอนการเพาะปลูก

NIA

เอิร์ทออร์แกนนิค (Earth Organic) ที่มุ่งเน้นกลุ่มสินค้าเกษตรปลอดภัย เกษตรอินทรีย์ มีการควบคุมคุณภาพแบรด์สินค้าร่วมกับเกษตรกร เน้นอัตลักษณ์จากท้องถิ่น ส่งตรงถึงผู้บริโภคด้วยการขนส่งที่มีคุณภาพ

NIA

ระบบการขายออนไลน์ส่งมอบให้ผู้บริโภค และธุรกิจเกษตร (B2B /B2C) ซึ่งเป็นตัวช่วยสนับสนุนการขายสินค้าเกษตรผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น ฟาร์มบุ๊ค (Farmbook) ระบบนิเวศสังคมเกษตรที่ให้เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ ผู้จัดจำหน่าย ผู้ซื้อ

และผู้ปริโภคมารวมตัวกันเพื่อสร้างการเชื่อมโยงหลากหลายด้าน (Multisided Markets) สามารถเชื่อมกลุ่มคนจากทั่วทุกมุมโลกที่เข้าถึงอินเตอร์เน็ตไว้ด้วยกัน รวมทั้งยังมีมีข้อมูลตลาดที่ชัดเจน ทำให้ทุกขั้นตอนในการซื้อขายมีประสิทธิภาพ

NIA

เฟรชเก็ต (Freshket) ตลาดสดออนไลน์สำหรับร้านอาหาร และผู้บริโภค มีแพลตฟอร์มสำหรับรวบรวมและจำหน่ายอาหารสด สามารถเชื่อมต่อกับร้านอาหาร และผู้บริโภคได้อย่างอิสระตลอด 24 ชั่วโมง และ เนเจอร์ ฟู้ด (Naturefood) แอปพลิเคชั่นสำหรับการซื้อขายข้าวอินทรีย์ และสินค้าเกษตรปลอดภัย มีบริการส่งถึงบ้าน

และให้บริการส่งออกทั่วโลกแบบ One Stop Service ตลอดจนการใช้สิทธิประโยชน์จาก FTA เพื่อช่วยสนับสนุนการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตร รวมทั้งทำให้คนในสังคมมีสุขภาพดี

NIA

ใน “วิกฤติ” ยังมี “โอกาส

แม้ว่าในช่วงการระบาดของโรคโควิด–19 จะส่งผลกระทบหลากหลายด้าน แต่ในภาวะวิกฤตินี้ก็ยังเป็นโอกาสสำหรับสตาร์ทอัพหรือผู้ที่มีแนวคิดในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมได้หลากหลายประเภทเช่นกัน โดยเฉพาะสตาร์ทอัพในกลุ่มเกษตรกรรมซึ่งยังถือว่ามีจำนวนไม่มากนักในประเทศไทย

นอกจากนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นในภาคการเกษตร เอ็นไอเอ ยังมองว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญทั้งระบบตลาด การซื้อขาย การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาที่มีอยู่เดิม และกำลังจะเกิดใหม่ อีกสิ่งที่สำคัญที่ทุกคนต้องตระหนักคือประเทศไทยเป็นประเทศที่เป็นเกษตรกรรม

การต่อยอดหรือประยุกต์อุตสาหกรรมนี้ยังมีแนวทาง และรูปแบบอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากร่วมกันสนับสนุนกันอย่างจริงจังก็จะทำให้ระบบการเกษตรในประเทศมีความแข็งแกร่ง และสามารถยืนอยู่ได้ในทุกภาวะวิกฤติ

ส่วนขยาย

* บทความเรื่องนี้น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการวิเคราะห์ในมุมมองที่น่าสนใจ 
** เขียน: ชลัมพ์ ศุภวาที (บรรณาธิการ และผู้สื่อข่าว) 
*** ขอขอบคุณภาพประกอบบางส่วนจาก www.pexels.com

สามารถกดติดตามข่าวสารและบทความทางด้านเทคโนโลยีของเราได้ที่  www.facebook.com/itday.in.th

Itdayleadger

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.